อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้แจงกรอบการดูแลถนนโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมอธิบายขั้นตอนการพิจารณาแผนซ่อมสร้างถนนและปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ส่งผลต่อการดำเนินการ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ กระผมขอเรียนตอบคำถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นผมขอเรียนเรื่องของสถานะของถนนที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่จะต้องดูแลอยู่นะครับ ถนนที่มาตามกฎหมายถ่ายโอนทั้ง ๒ ฉบับ มีทั้งสิ้น ๒๘,๐๐๐ สายทางเศษ ระยะทางประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรเศษ นอกจากนั้นก็จะเป็น ถนนอย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณากล่าวถึง เคยเป็นถนนเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่จากหน่วยงาน ต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดขณะนี้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งสิ้นแล้วทั้ง ๒ ส่วน ๗๘๐,๐๐๐ สายทางเศษ เป็นระยะทาง ๕๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ถนนนี้ไม่อยู่ในความ รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๐๐๐ กว่าแห่งทั่วประเทศ มิใช่เป็นของกระทรวง มหาดไทย โดยกฎหมายผู้ที่จะต้องดูแลถนนต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะต้องดำเนินการ ทั้งดูแล ซ่อมแซมโดยตัวเอง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมขออธิบายง่าย ๆ เป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งคือถนนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้เองนะครับ ในส่วนนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะออกข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติดำเนินการได้เลย ตามสภาพฐานะทางงบประมาณหรือการคลังของตัวเอง การพิจารณาจะเป็นเรื่องขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องพิจารณา ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการชำรุดทรุดโทรมของถนน แล้วก็ความไม่สะดวกหรือถึงขั้นที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ทุกคนในประเทศไทยรู้ดีว่าภาระ อันหนักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๕๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรนี้ล่ะเมื่อเอาไปทำตาม อำนาจหน้าที่โดยงบประมาณและความสามารถทางการคลังของตัวเอง นั่นคือปัญหาที่มัน เกิดขึ้นในขณะนี้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจะดูแลได้ และกฎหมายก็ไม่อนุญาต ให้ถ่ายโอนกลับมาโดยกฎหมาย เพราะฉะนั้นจะต้องตกเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการพิจารณาออกข้อบัญญัติ ออกเทศบัญญัติ ใช้งบประมาณ ผ่านสภาตัวเอง จะพิจารณาอย่างไรก็ดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่ได้ไปอีกระดับหนึ่งนะครับ ถ้ามันเกินเลยจากความสามารถของตัวเอง หรือมันไปเชื่อมโยงกับท้องถิ่นอื่นก็ยังมีช่องทาง ทำได้นะครับ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นก็จะต้องมีแผน อันแรกที่ผมพูดก็ต้องมีแผนที่จะทำ จะต้องมีแผนพัฒนาถนนของตัวเอง ซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในขั้นที่จะเสนอขึ้นมาระดับหน่วยเหนือ ก็มีคณะกรรมการระดับจังหวัดที่จะพิจารณานะครับ แต่ต้องอยู่ในแผนดังกล่าว เมื่อขึ้นมาที่ระดับจังหวัดทางระดับจังหวัดก็จะพิจารณาในหัวข้อ พิจารณาทางระดับจังหวัด ส่วนใหญ่จะเป็นความพร้อมของถนน เช่น แผนงานโครงการ ไม่ว่าจะซ่อม ก่อสร้างถนน สะพาน ต้องอยู่ในแผนพัฒนาถนน แล้วก็อยู่ในแผนพัฒนาของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๕ ปี จะต้องมีความพร้อม รูปแบบรายการ สถานที่ก่อสร้าง นอกจากนั้นก็จะต้องมีพิจารณาเรื่องลำดับความเร่งด่วน ก็กลับไปเรื่องความสำคัญของ งบประมาณที่มีความเสียหายที่เกิดขึ้น ความไม่สะดวกของพี่น้องประชาชนไปพิจารณาด้วย ระดับจังหวัดเมื่อพิจารณาเสร็จก็จะส่งขึ้นมาถึงระดับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งก็มีคณะกรรมการพิจารณา ตรงนี้ก็จะมีเกณฑ์การพิจารณา แต่จะพิจารณาในเรื่องของ งบประมาณด้วย เรื่องของความเหมาะสมงบประมาณ เรื่องของนโยบาย เรื่องของสถานะ ทางการเงินการคลัง และการดำเนินการในอดีตที่ผ่านมาของถนนดังกล่าว เมื่อขึ้นไปถึงระดับนี้ ก็จะเป็นขั้นตอนเข้าไปของบประมาณ เป็นงบอุดหนุนที่จะเอาไปดำเนินการ นี่คือโครงสร้าง หรือหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ขอเน้นย้ำว่าไม่ใช่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้สำหรับการพิจารณาตามลำดับที่ผมได้เรียนแล้ว เมื่อขึ้นมาก็อยู่ที่ว่าปัญหา ก็กลับไปเรื่องที่ผมได้เรียนท่านแล้ว ท่านก็ทราบดีอยู่ทั่วประเทศ คืองบประมาณเรามีน้อย แต่ถนนเรามีมาก เพราะท้องถิ่นจะมีถนนสายทางต่าง ๆ มากมาย ในอดีตที่ผ่านมาผมลองเก็บ ตัวเลขทั้งประเทศมา ในปี ๒๕๖๐ เรามีประมาณหมื่นกว่าล้านเอง ปี ๒๕๖๒ ประมาณ ๑๗,๐๐๐ ล้านขึ้นมามากหน่อย ในปี ๒๕๖๓ ทั้งประเทศเรามี ๓๐,๐๐๐ กว่าล้าน อันนี้ จะมากกว่าเป็นเท่าตัว สำหรับจังหวัดศรีสะเกษลองดู ในปี ๒๕๖๑ เรามีเพียง ๒๐๐ กว่าล้าน ในปี ๒๕๖๒ มี ๓๐๐ กว่าล้าน แต่ในปี ๒๕๖๓ มี ๗๗๗ ล้าน ก็หมายความว่าผมอาจจะเรียน ท่านผู้ทรงเกียรติได้ว่าโอกาสที่จะไปทำถนนที่ชำรุดมาก ๆ และมีความเร่งด่วนสูงก็อาจจะมีสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ภาพแล้วผมก็จะรับไปพิจารณา ให้ท้องถิ่นได้ให้ความสำคัญกับถนน ตามลำดับความเดือดร้อน แล้วก็สภาพถนน ที่อาจจะเรียกว่าไม่เป็นถนนอย่างรูปที่ท่านอยากจะ ให้ผมได้ดู ผมก็จะไปดำเนินการให้ สำหรับการดำเนินการดังกล่าวนี้มีอยู่ประเด็นหนึ่ง ที่ผมอยากเรียนในอนาคตว่าในปี ๒๕๖๓ นี้ กฎหมาย พ.ร.บ. งบประมาณ การพิจารณาการขอ งบประมาณของ อบจ. ไม่อยู่ในการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย ทาง อบจ. ของบประมาณ ตรงเลย เพราะฉะนั้นการพิจารณาในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทยไม่มีกลไกไปพิจารณา อย่างไร ก็ตามสามารถให้ความเห็นได้ ก็เรียนเพิ่มเติมถึงกลไกและหลักเกณฑ์ที่จะใช้ดำเนินการ แล้วก็เรียนให้ทราบถึงงบประมาณที่มีอยู่จำกัด แล้วก็รับไปว่าถ้าผมได้ไปตรวจสอบดูแล้ว และงบประมาณปีนี้มาก ก็จะให้ทางท้องถิ่นได้พิจารณาให้ความสำคัญกับถนนดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นระดับตัวท้องถิ่นนั้น ๆ หรือว่า อบจ.