วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาและปรับปรุงการบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำ ห้วยตามายและคลองส่งน้ำ รวมถึงการชดเชยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีษะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับเรื่องมาตรการแก้ไข ปัญหาแหล่งน้ําสาธารณะตื้นเขินและถนนริมคลองส่งน้ําห้วยตามายชํารุดเสียหาย ท่านประธานที่เคารพ วัน เวลา สถานที่ และสถานการณ์เช่นนี้มีหลายคนบอกว่ากระทู้ถามนี้ คงไม่เหมาะ แต่ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เลยว่า วัน เวลา และสถานที่ ณ ขณะนี้ และสถานการณ์ปัจจุบันนี้ เหมาะสมมากที่จะถามเรื่องนี้ เนื่องจากว่าเราต้องทราบก่อนว่าปัญหาและสาเหตุของน้ําท่วม เกิดขึ้นจากอะไร ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เลยว่าที่น้ําท่วมทุกวันนี้ก็เนื่องจากว่าห้วยหนองคลองบึงหรือลําห้วย ต่าง ๆ ลําน้ําต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือลําน้ําที่เกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างขึ้นนั้นขณะนี้ ได้ขาดการบูรณะฟื้นฟูมาเป็นเวลาช้านาน ทําให้หน้าฝนน้ําท่วม หน้าแล้งน้ําแห้ง ส่งผลให้ รัฐบาลทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินจะต้องตั้งงบประมาณเพื่อมาช่วยเหลือ พี่น้องที่ประสบกับปัญหาน้ําท่วม มาช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบกับภัยแล้ง ถามว่าคุ้มไหม ไม่คุ้ม เมื่อน้ําท่วมเสร็จ ท่านประธานที่เคารพ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีเลยว่า พอน้ําท่วมเสร็จ รัฐบาลก็ให้ถุงยังชีพ พอให้ถุงยังชีพเสร็จมันเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พอให้ถุงยังชีพเสร็จ ผลปรากฏว่าปัญหาถุงยังชีพก็มี ถุงยังชีพราคาแพง แต่ของข้างในถุงยังชีพราคาถูกก็เกิดขึ้นอีก พอให้ชดเชยน้ําท่วม รายที่ถูกน้ําท่วมบางครั้งก็ไม่ได้เงินชดเชย รายที่ไม่ถูกน้ําท่วมกลับได้ เงินชดเชย ก็เกิดเป็นปัญหาขึ้นอย่างนี้เป็นปัญหาซ้ําซาก น้ําท่วมซ้ําซาก และภัยแล้งซ้ําซาก อยู่เป็นประจํา เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลยว่าต้องมาทบทวนก่อนว่าสาเหตุและปัญหานั้นเกิดขึ้นจาก อะไร และได้นําแก้ปัญหา ผมได้หารือในสภาแห่งนี้หลายครั้ง แต่ผลปรากฏว่าก็ไม่ได้รับการ แก้ไข ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนในเขตเลือกตั้งของผมก็คืออ่างเก็บน้ําห้วยตามาย อ่างเก็บน้ําห้วยตามายนั้นได้ก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๑๒ ลงทุนไปประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท เดิมที เมื่อสร้างครั้งแรกนั้นสามารถเก็บกักน้ําได้ประมาณ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่พอมาปัจจุบัน นี้ท่านเชื่อไหมครับว่าพอหน้าแล้งเสร็จอ่างเก็บน้ําแห่งนี้สามารถเก็บปริมาณน้ําได้ไม่ถึง ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อให้เกิดปัญหา และยังมีอีกหลังจากสร้างอ่างเก็บน้ําเสร็จก็มีคลองส่งน้ํา มีคลองใหญ่ คลองเล็ก ขณะนี้คลองใหญ่ได้มีการก่อสร้างถนนมาตั้งแต่หลายสิบปีแล้ว ผลปรากฏว่า ณ ขณะนี้ถนนดังกล่าวนั้นได้ชํารุดเสียหาย ขาดการบูรณะซ่อมแซม ได้สอบถามทางกรมชลประทานผู้รับผิดชอบหลายครั้งเขาก็บอกว่ากระจายอํานาจให้กับ ทางท้องถิ่น พอกระจายอํานาจให้กับทางท้องถิ่นแล้ว เผอิญว่าพองบประมาณมากลับมา ปรากฏว่านาน ๆ ทีก็มีหิน มีการซ่อมคลองดาด ถามว่างบประมาณมาจากไหน ก็บอกว่า ชลประทาน พอถามเข้าจริง ๆ กระจายอํานาจให้ท้องถิ่น แต่เวลาของบประมาณ กรมชลประทานกลับเป็นผู้ของบประมาณ เช่นนี้ผมจึงขอถือโอกาสนี้ยกตัวอย่างให้กับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับทราบ และขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าการชดเชยน้ําท่วมหรือภัยแล้งนั้น ถามว่าคุ้มไหม ไม่คุ้มเลยครับท่าน ในช่วงปี ๒๕๕๔ นั้นมีการชดเชยพิเศษหน่อยก็คือไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท แต่ทุกครั้งที่ผ่านมานั้นมีการชดเชยพี่น้องเกษตรกรที่ถูกน้ําท่วมนั้นเพียงไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท ไม่ว่าภัยน้ําท่วม ภัยแล้งก็เช่นเดียวกัน ถามว่าคุ้มไหม ไม่คุ้มครับ โดยเฉพาะ พี่น้องทางภาคอีสานของผมนั้นปีหนึ่งทํานาได้ครั้งเดียว กว่าจะขายข้าวได้ ๑๕ บาท ๑๖ บาทนั้น ทั้งไถ ทั้งคราด ทั้งหว่าน ทั้งดํา ทั้งสี ทั้งเกี่ยวนะครับกว่าจะได้ ต่างจากพี่น้อง สวนยางพารา พี่น้องสวนยางพารานั้นปีหนึ่งสามารถกรีดยางพาราได้ปีหนึ่งบางจังหวัดก็ได้ ๘ เดือน บางจังหวัดก็ได้ ๖ เดือน บางจังหวัดก็ได้ ๙ เดือน และขออนุญาตเรียนเลยว่า ขนาดขี้ยางพาราแท้ ๆ นะครับ ก็ได้กิโลกรัมละ ๓๐ บาทถึง ๔๐ บาท ทั้งเหม็น แต่ขณะเดียวกันข้าวของพี่น้องภาคอีสานนั้นกว่าจะได้นั้นเพียงน้อยนิดนะครับ ก็ถือโอกาสนี้ เรียนท่านประธานผ่านไปยังทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คําถามจึงเกิดขึ้นว่ากรมชลประทานมีนโยบายแก้ไขปัญหาความตื้นเขินของอ่างเก็บน้ํา ห้วยตามายอย่างไร และได้สํารวจออกแบบเพื่อเสนองบประมาณได้ไว้เป็นจํานวนเงินเท่าไร ปีไหน เป็นคําถามแรกครับ