พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ยืนกรานเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชที่โดนกัดเซาะหนักมากที่สุด และให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ โดยไม่ควรทำให้ประชาชนเสียภาษีไปกับการศึกษาพื้นที่ต่าง ๆ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันต้องขออภิปรายในเรื่องราวที่ดิฉันมีโอกาสได้อ่านเล่มที่ท่าน ได้มอบให้กับพวกเราสมาชิกทุกคน ด้วยความตั้งใจค่ะท่านประธาน เนื่องจากว่าพวกเราเอง ณ วันที่เสนอญัตติเราตั้งใจที่จะให้มีคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะศึกษาเรื่องของการกัดเซาะ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณตลิ่งหรือว่าบริเวณชายฝั่งของประเทศไทยทั้งหมด แต่เนื่องด้วยทางสภา ของเราได้มีข้อตกลงร่วมกันว่าหน้าที่ตรงนี้ขอให้ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาแล้วก็ส่งผลการศึกษามาสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อดิฉันเองได้เปิดเล่ม ได้นั่งอ่าน และได้วิเคราะห์พิจารณาผลการศึกษาที่ได้ส่งมาสภา ดิฉันเองกลับรู้สึกว่าท่านได้หยิบเอา ผลการศึกษาบางชิ้นบางอันซึ่งผลการศึกษาต่าง ๆ มันไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงในปัจจุบัน ท่านประธานคะ ที่ดิฉันพูดอย่างนี้ก็เนื่องจากว่าท่านประธานลองเปิดไปดูยกตัวอย่างนะคะ หน้า ๔ ผลการสำรวจในปี ๒๕๕๐ ท่านประธานคะ ถ้าจริงจังแล้วก็จริงใจที่จะแก้ปัญหา ทำไมท่านไม่ทำในปีปัจจุบัน เพราะจากปี ๒๕๕๐ จนถึงปี ๒๕๕๕ ท่านทราบไหมคะว่า ชายฝั่งเราโดนกัดเซาะไปแล้วเท่าไรคะ จังหวัดนครศรีธรรมราชพื้นที่โดยเฉลี่ยโดนกัดเซาะไป ประมาณ ๖ เมตรต่อปี ทีนี้ ๖ เมตรท่านประธานอาจจะไม่รู้สึกว่ามันมาก แต่สำหรับ พี่น้องชาวบ้าน ๖ เมตรนั่นหมายถึง ๑ แถวของการเพาะปลูกต้นมะพร้าว เช้ามามะพร้าว หายไปแล้วค่ะ นี่ ๕ ปีค่ะท่าน ผลการศึกษาย้อนหลังไปหยิบเอามาปีไหนก็ไม่รู้ค่ะ อดีต ทำไมถ้าจริงจังจริงทำไมไม่เอาผล ปัจจุบัน แล้วตั้งใจจริง ๆ ก็ให้คนที่มีความชำนิชำนาญความรู้เฉพาะด้านไปศึกษา วันนี้ ท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันรู้สึกอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเล่มรายงานนี้กลับไปหยิบผลการศึกษา แต่ไม่ค่อยนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาหรือว่าทางออก ยกตัวอย่างก็คือว่าท่านระบุว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่ที่มีการกัดเซาะมากที่สุด แต่การดำเนินการแก้ไข กลับแทบจะไม่มีอยู่ในรายงานนี้เลยค่ะ แล้วอย่างนี้หมายความว่าอย่างไรคะ หมายความว่า เราก็ต้องรอให้ธรรมชาติกัดเซาะชายฝั่งของเราไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีแนวทางแก้ไขหรืออย่างไร ถ้าท่านประธานได้มีโอกาสได้ไปดูงบประมาณที่ทางรัฐบาลได้จัดสรร ดิฉันเองไปดูนโยบาย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลง จริง ๆ แล้วรัฐบาลชุดนี้ก็พูดชัดว่าท่านจะสร้างภูมิคุ้มกันและ เตรียมความพร้อมในการรับและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ สภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ จริง ๆ ถ้าท่านจะทำท่านก็ต้องมีการจัดเงิน งบประมาณที่ชัดเจนในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แต่วันนี้ถ้าเราไปดู ท่านก็จะจัดให้ จังหวัดซ้ำ ๆ เดิม ๆ ไล่มาเลยค่ะ ฝั่งอ่าวไทยก็จะมีจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาหยุดแค่นั้นค่ะ จังหวัดนครศรีธรรมราชเว้นไปค่ะ ไปโผล่อีกทีจังหวัดสงขลา แล้วพื้นที่ช่องว่างตรงกลาง หมายความว่าอย่างไรอีกคะ ก็ต้องโดนกัดเซาะแบบนี้ต่อเนื่องเป็นประจำทุก ๆ ปี แล้วพอไปดูจริง ๆ ในพื้นที่ บางพื้นที่ ที่มีการกัดเซาะหนัก ๆ ณ วันนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข อย่างพื้นที่ดิฉันเองตั้งแต่อำเภอขนอม อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา ได้รับเงินงบประมาณไปสร้างกำแพงกันคลื่นกัดเซาะเป็นช่วง ๆ จริงอยู่ค่ะช่วงที่สร้างได้รับการแก้ไข แต่ช่วงที่โดนทิ้งว่างเอาไว้กลับโดนกัดเซาะมากกว่าเดิม นี่คือปัญหา ปัญหาวันนี้ก็คือว่าท่านไม่ได้ใส่งบประมาณเพื่อที่จะตั้งใจแก้ไขปัญหาทั้งระบบ วันนี้รัฐบาลกำลังกู้เงินไป จำนวนเงินกว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกชัดเจนว่าวันนี้ท่าน จะกู้ไปเพื่อบริหารจัดการน้ำแล้วก็สร้างอนาคตประเทศไทย ขั้นตอนดำเนินงานของท่านวันนี้ ก็กำลังอยู่ในช่วงของการจัดหาผู้รับจ้างในการทำงาน ดิฉันอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นไปได้ไหมคะชายฝั่งทะเลถือว่าเป็นปลายน้ำ อยากให้ท่าน เอาเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่งเข้าไปอยู่ในระบบเพื่อที่จะได้รับการแก้ไขปัญหา เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจะได้แก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำแล้ง แล้วก็การจัดการ พื้นที่ชายฝั่งด้วย ดิฉันอยากเห็น ท่านประธานคะ วันนี้ทุกคนได้ร่วมมือกันรักษาพื้นที่ ที่เรามีอยู่ อย่าปล่อยให้ธรรมชาติได้เอาพื้นที่ที่เรามีอยู่แล้วก็ทำความสูญเสียให้กับ พี่น้องประชาชนที่เขาต้องทนรอคอยกับรัฐบาลว่าจะมาแก้ไขปัญหาเขาได้อีกเมื่อไร
ประการสุดท้าย สิ่งที่ดิฉันเห็นในเล่มรายงานก็คือว่าวันนี้ไม่มีเจ้าภาพ ที่ชัดเจนในการจะมาแก้ไขปัญหาเรื่องของการกัดเซาะค่ะ วันนี้มีทั้งกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี กระทรวงคมนาคม พอเราถามว่าหน่วยงานไหนจะรับผิดชอบ แต่ละกระทรวง ก็โยนกันไปโยนกันมา ปลายปีที่แล้วดิฉันเองตั้งญัตติสอบถาม ตั้งกระทู้ถามหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเรื่องของการกัดเซาะบริเวณบ้านเราะ อำเภอท่าศาลา ปรากฏว่าท่านรัฐมนตรี ที่มาตอบกลับเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดสรร งบประมาณแทนที่เป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดสรร ต่างคนก็ต่าง บอกกันไปว่าให้ทางกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พอไปตามที่กรมเจ้าท่า กรมเจ้าท่า ก็บอกว่าให้มาตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็สิ่งอีกอย่างหนึ่งที่ ดิฉันค่อนข้างกังวลก็คือว่าก่อนที่จะได้รับเงินงบประมาณ ณ วันนี้เราต้องสูญเสียเงินปีละ ๒๐ ล้านบาทต่อจุดที่จะศึกษา นั่นก็คือต้องสูญเสียเงินในการศึกษาว่าพื้นที่นั้นจะได้รับ การสนับสนุนเงินงบประมาณจากรัฐหรือเปล่า แต่ละปีต้องเสียเงินศึกษาพื้นที่ต่าง ๆ ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าต้องศึกษากี่ครั้งกว่าจะได้งบประมาณสนับสนุน แล้วเราต้องสูญเสีย เงินจำนวนมากมายขนาดนี้อีกกี่ปีกว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหา ดิฉันก็เลยอยากฝาก ท่านประธานว่าวันนี้ดิฉันมาทวงความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนอยู่บริเวณพื้นที่ ที่โดนกัดเซาะทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะดิฉันอยากเห็นคนที่ตั้งใจ ทำงานแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขา เพราะพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เสียภาษีให้รัฐบาล นำเงินไปใช้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมค่ะ