สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

นริศ ขำนุรักษ์ หารือเรื่องการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยขอให้รัฐบาลดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีและลงทุน 100,000 ล้านบาท เพื่อสร้างเขื่อนป้องกันและสำรวจพื้นที่ทะเลสาบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพังทลายของตลิ่งในทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นลากูน (Lagoon) ที่มีน้ำเค็มจากอ่าวไทยและคลื่นจากอ่าวไทยเข้ามาในทะเลสาบ ทำให้อัตราการพังทลายของตลิ่งสูง นริศขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยดูแลเพิ่มเติมข้อมูลและออกแบบพื้นที่พังทลายในเขตลุ่มน้ำทะเลสาบ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายในรายงาน ฉบับนี้สั้น ๆ ๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าในประวัติศาสตร์ของการแก้ไขปัญหาการป้องกัน การกัดเซาะชายฝั่งตลิ่ง มันมีความชัดเจนอยู่แล้วครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ คือเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๓ คณะรัฐมนตรีของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีมติเห็นชอบ ในหลักการและกรอบการดำเนินงานรวมระยะเวลา ๖ ปีเป็นเงิน ๑๙,๕๘๐.๗๘ ล้านบาท ภายใต้กรอบแผนบูรณาการ ๔ แผนงาน ได้แก่

๑. แผนงานศึกษาออกแบบจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และก่อสร้าง

๒. แผนงานลงทุนป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากภาวะแวดล้อม

๓. แผนงานฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมและระบบนิเวศ และ

๔. แผนสุดท้ายคือแผนงานเสริมสร้างองค์ความรู้

มติ ครม. วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๓ มีความชัดเจนเรื่องนี้มากที่สุด เพียงแต่ว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงปลายของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เสียดายต่อมาว่าในงบประมาณปี ๒๕๕๕ และงบประมาณปี ๒๕๕๖ ไม่ได้จัดทำงบประมาณต่อเนื่องไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว

ผมจึงขออนุญาตเรียกร้องเป็นประการที่ ๑ ว่าขอให้รัฐบาลได้กลับไปดู มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายนอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็จัดงบประมาณให้เป็นไปตาม แผนงาน ๔ แผนงาน ดังที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานแล้ว ผมเชื่อว่าพื้นที่ชายทะเล ทั้งอ่าวไทย ทั้งอันดามันสามารถที่จะแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้อย่างน้อย ในระดับหนึ่ง นี่ข้อที่ ๑ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน

ข้อที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะตลิ่งนี่ ๑. มีพื้นที่ อ่าวไทยมากที่สุดนะครับ ๒. อันดามันตามมา ๓. แม่น้ำโขงและแม่น้ำอื่น ๆ แต่ว่า ผมได้อภิปรายในวาระแรกครั้งหนึ่งแล้วครับว่าในประเทศไทยนี่มีทะเลสาบอยู่ด้วย ทะเลสาบสงขลานี่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ ๒ ของอาเซียน มีพื้นที่ ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ มีตลิ่งพัง ในระดับเดียวกันกับทะเลอ่าวไทยเพราะอยู่ฝั่งเดียวกับอ่าวไทย แล้วก็รัฐบาลนี่ลงทุนไปเถอะครับ ข้อเสนอจากรายงานฉบับนี้มีประมาณแค่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง สามารถป้องกันตลิ่งพัง ได้อย่างถาวรทั้งประเทศ ซึ่งปีหนึ่งหลายหมื่นไร่ และถ้าไร่ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปีหนึ่ง ก็เป็นหมื่นล้านบาทนะครับ ปีหนึ่ง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีหนึ่ง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าถ้าลงทุนครั้งเดียว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้องกันได้ทั้งหมดคุ้มค่าต่อการลงทุน ลงทุนทีเดียวเลย ๖ ปีต่อเนื่องตามมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ของท่านอภิสิทธิ์ ก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ แล้วกระผมกราบเรียนนะครับว่าขอให้ผู้เกี่ยวข้องได้ไปศึกษา เพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีการพังทลายอย่างรุนแรงอยู่ในพื้นที่ทะเลสาบ กราบเรียนท่านประธานว่า โดยสภาพของทะเลสาบสงขลานี่มันไม่ได้เป็นทะเลสาบตามความหมายทะเลสาบ มันเป็น ลากูน (Lagoon) ทะเลสาบโดยทั่วไปนี่น้ำมันนิ่ง มันไม่มีน้ำทะเลเชื่อมเข้ามาได้ โอกาส ของการพังของตลิ่งนี่มีน้อย แต่ว่าในทางวิทยาศาสตร์สภาพทะเลสาบสงขลามันเป็นลากูน ก็คือน้ำเค็มจากอ่าวไทย ลมจากอ่าวไทย คลื่นจากอ่าวไทยเข้ามาในทะเลสาบได้ อัตรา การพังทลายของตลิ่งจึงมีสูงและมีเท่ากับอ่าวไทย ผมจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปช่วย ดูแลเพิ่มเติมข้อมูล ออกแบบพื้นที่พังทลายในเขตลุ่มน้ำทะเลสาบด้วย

ประเด็นสุดท้ายครับ ขณะนี้ในสภาผู้แทนราษฎรเราได้บรรจุ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. .... อยู่ในเรื่องด่วนที่ ๑๐ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นพระราชบัญญัติที่สามารถปกป้อง แก้ไขปัญหา การกัดเซาะชายฝั่ง ดูแลชายฝั่งและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในทะเล เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ของทรัพยากรธรรมชาติ ผมจึงขอเรียกร้องผู้เกี่ยวข้องทั้งวิปรัฐบาล ทั้งรัฐบาลกรุณาหยิบยก เรื่องนี้มาพิจารณาเพื่อตอบโจทย์ว่าพวกเราจริงจังในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะนี้มากน้อย แค่ไหน อย่างไร ผมจึงเรียกร้อง

๑. ขอให้รัฐบาลได้ยึดมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๕ อย่างเคร่งครัดและให้ถือเป็นเรื่องสำคัญ

๒. ให้ลงทุนแค่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำเขื่อนถาวรป้องกันปัญหานี้ได้ อย่างถาวรและสำรวจพื้นที่ทะเลสาบ ซึ่งการพังทลายของดินมีอัตราการพังทลายใกล้เคียงกับ อัตราพังทลายในทะเลอ่าวไทยเพิ่มเติมเข้ามาในรายงานด้วย และ

๓. ขอให้เร่งผ่านร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. .... โดยเร่งด่วนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ