สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง โดยชี้ว่าไม่มีการดำเนินการแก้ไขที่ชัดเจน และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยตั้งใจที่จะบูรณาการแผนการแก้ไขปัญหานี้ให้เป็นหนึ่งเดียว และประกาศความชัดเจน

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

นี่คือเนื้อหาล้วน ๆ เลยครับ ไม่มีนอกเรื่องเลยแม้แต่ประโยคเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจำถึงบรรยากาศ การอภิปรายในวันนั้นได้ว่าพวกเราทั้งหลายเฝ้ามองการอภิปรายทำหน้าที่ของทะเลอ่าวไทย ทะเลอันดามัน แม่น้ำโขง หรือลุ่มน้ำสำคัญด้วยความชื่นชม และในที่สุดก็ถึงจุดที่เราจะต้อง ลงมติกันว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือไม่ อย่างไร ผมจำได้ว่าผมลุกขึ้นอภิปราย เป็นคนสุดท้ายเพื่อโน้มน้าวหัวใจของสมาชิกทั้งหลายภาครัฐบาลว่าได้โปรดเถอะ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเถอะและปัญหาเหล่านี้มันจะเห็นแสงสว่าง ปัญหาเหล่านี้ มันจะไม่เป็นปัญหาที่คาราคาซังเป็นทุกข์ของชาวบ้านมานานตั้ง ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี แต่เสียดายครับแม้ว่าหัวใจของผู้แทนราษฎรที่มาจากชาวบ้านจะทุกข์เหมือนกัน เจ็บเหมือนกัน แต่เส้นแบ่งของความเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลมันค่อนข้างหนาพอสมควรครับ วันนั้นพวกเรากลายเป็นเสียงข้างน้อยเราแพ้มติ ผมบอกว่าเรา ๕๐๐ คนในสภาแห่งนี้ ทำได้เพียงการอภิปราย ๘ ชั่วโมงเท่านั้นหรือกับปัญหาซึ่งเป็นความทุกข์ ความเดือดร้อน ความเจ็บปวดของชาวบ้าน แต่วันนั้นก็เป็นเสียงข้างน้อย ผมก็รอคอยครับว่า เมื่อไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเปิดให้ ส.ส. ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมในการสรรหา มาตรการต่าง ๆ ที่มันได้ผล แต่มติของสภาวันนั้นคือการส่งเรื่องให้รัฐบาลได้พิจารณา หามาตรการแก้ไข ผมก็รอมาปีกว่า เพราะด้วยเสียงข้างมากของวันนั้นนี่เราจะได้รับคำตอบ ซึ่งเป็นความหวัง เป็นอนาคต และคืนนี้ผมจะได้กลับไปบอกชาวบ้านที่จังหวัดเพชรบุรี บ้านผมว่าสภาแห่งนี้ช่วยชาวบ้านได้ มติของสภาแห่งนี้ช่วยชาวบ้านได้ เสียดาย ท่านประธานครับ ผมอ่านรายงานที่ได้รับฉบับนี้หนาเป็นปึกนี่ครับ และเย็นนี้ผมก็กลับไป บอกคนเพชรบุรีบ้านผมไม่ได้ว่าปัญหาของเขาในวันพรุ่งนี้ ในวันมะรืนนี้ และในวันต่อไป มันจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร และผมเชื่อว่าพี่น้องซึ่งเป็น ส.ส. อีกหลายพื้นที่ก็กลับไป บอกชาวบ้านของตนเองไม่ได้ เราหาคำตอบจากรายงานฉบับนี้ไม่เจอครับ ๑ ปีกว่า ๆ ที่รับเรื่องไปศึกษาดำเนินการเราหาคำตอบจากรายงานฉบับนี้ไม่เจอ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่ารายงานฉบับนี้มันก็หนาน่าเชื่อถือนะครับ ปีหนึ่งได้แค่นี้น้อยไปหน่อย แต่ก็หนาน่าจะเชื่อถือได้ฟังได้อยู่ตามสมควร มันบางไม่ได้หรอกครับ เพราะปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานเป็นจำนวนมากครับ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีก็ไม่อยู่เสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานนโยบาย และแผนสิ่งแวดล้อมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น กรมโยธาธิการและผังเมืองของกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่าของกระทรวง คมนาคม ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้กระทั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ๑ ปีเราได้มาเพียงแค่นี้ และเมื่อลงไปในรายละเอียดครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภานี้จะเปิดดูในรายละเอียดก็จะเห็นว่าอ้ายนี่มันเท่านี้ มันน้ำทั้งนั้นเลยครับ มันเป็นเพียงการรวบรวมผลศึกษาของที่ปรึกษาเอกชน ซึ่งศึกษามา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ มารวมไว้ตรงนี้ครับ และสิ่งซึ่งเป็นคำตอบว่า จะดำเนินการแก้ไขอย่างไรมันมีไม่เกิน ๕ หน้าครับ ท่านประธานลองเปิดดูครับ พูดถึงญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งแม่น้ำโขง ที่ ส.ส. ภาคอีสาน ที่รักของผมอภิปรายต่อสู้ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเจ็บปวดแสนสาหัส สะท้อนความทุกข์ของ ชาวบ้าน ๑ ปีผ่านไปคำตอบมีอยู่หน้านี้ครับ หน้า ๑ กับหน้า ๒ ๒ หน้าครับ ที่อภิปรายกัน ๘ ชั่วโมงมีอยู่ ๒ หน้าครับ และมีคำตอบที่นับบรรทัดได้จริง ๆ ก็คือหน้า ๒ อยู่ ๙ บรรทัด แล้วก็จบลงท้ายนิดเดียวว่ามีแผนจะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่ของแม่น้ำโขง ๗ จังหวัด ภายใน ๗ ปี คือเป็นแผนไม่มีคำตอบหรอกครับว่าที่เหลืออยู่ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ๘๐ กิโลเมตร ปีหน้าจะกี่กิโลเมตร ปีต่อไปกี่กิโลเมตร อีก ๕ ปีจะกี่กิโลเมตร พี่น้องจังหวัดมุกดาหารจะได้เขื่อนตรงนั้นปีไหนไม่มีหรอกครับ ๘ ชั่วโมงมีหน้านี้หน้าเดียวนี่ รายงาน ๑ ปีนะครับ

มาดูอ่าวไทยสิครับหนาเป็นปึกเลยครับ แต่ไปดูสิว่าปึก ๆ มันคืออะไรครับ มันก็คือข้อมูลประกอบการทำรายงานของบริษัทที่ปรึกษาเอกชนที่เสนอผ่านกรมโยธาธิการ และผังเมืองรับจ้างไปทำนะครับ ข้อมูลประกอบว่าที่จังหวัดเพชรบุรีมันกัดเซาะตรงไหน จังหวัดนครศรีธรรมราชกัดเซาะตรงไหน จังหวัดระยองกัดเซาะตรงไหน จังหวัดสงขลา กัดเซาะตรงไหน แต่อันไหนคือคำตอบล่ะครับ มีคำตอบอยู่หน้าเดียวครับ บอกเพียงแต่ว่า มีแผนงานอย่างไรมีอยู่ครึ่งหน้าครับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ต้องพูดถึงครับ มีอยู่ ๒ กรมครับ คือ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ทั้งหมดที่เราเห็นนี่เป็นเพียงการรวบรวมสรุปคำเสนอของภาคราชการ รวมทั้ง การสรุปกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเอกชนที่เข้าไปสำรวจสภาพปัญหาและรวบรวมข้อมูลให้รัฐบาล และแนวคิดกว้าง ๆ เท่านั้นเองครับ ผมยังบอกท่านประธานนะครับว่าที่ผมอภิปรายไป เมื่อปีกว่ามาแล้วที่ขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นศึกษามาตรการการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าผมพูดไม่ผิดหรอกครับ ผมเชื่อว่าวันนั้นถ้าเส้นแบ่งระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน มันไม่หนาจนก้าวข้ามไม่ได้ ถ้ามันถูกทำลายด้วยความทุกข์ของชาวบ้าน วันนี้สิ่งที่อยู่ในมือผม มันต้องไม่ใช่อย่างนี้ครับ วันนี้สิ่งที่อยู่ในมือผมมันต้องเป็นผลของการทำงานร่วมกันของ ส.ส. ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาเกือบทั้งประเทศ ภาคเอกชน ภาคราชการและผู้เชี่ยวชาญในแต่ละ สาขาอาชีพ และวันนี้สิ่งที่อยู่ในมือผมมันต้องเป็นความชัดเจน มันต้องเป็นวาระแห่งชาติ มันต้องเป็นคำตอบของรัฐบาลว่าเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้เสร็จสิ้นภายในกี่ปี ผมเชื่อว่า ถ้าเชื่อคำอภิปรายของผมหรือคำแนะนำของเสียงข้างน้อยในสภาวันนั้น วันนี้เราจะมี คณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาเป็นคณะกรรมการระดับชาติที่จะบูรณาการแผนการแก้ไขปัญหา กัดเซาะชายฝั่งเป็นหนึ่งเป็นเนื้อเดียวกัน ท่านครับ ท่านอ่านรายงานสิครับกี่กระทรวง ทบวง กรมครับ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของท่านรัฐมนตรีปรีชา กทม. บางส่วน กระทรวงกลาโหมบางส่วน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครับ แล้วท่านไปอ่านสิครับ ว่าแต่ละหน่วยงานก็ล้วนแล้วแต่จ้างบริษัทที่ปรึกษา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ จนถึงปี ๒๕๕๕ นี่ครับ ไม่รู้กี่ผลการศึกษา ผมว่าใช้เงินมากกว่าไปสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ที่แม่น้ำโขงอีกครับ ชาวบ้านบ้านผม ชาวบ้านที่อันดามัน ชาวบ้านที่อ่าวไทย ที่แม่น้ำโขงพึ่งพาความหวังไม่ได้ อยู่จนถึงทุกวันนี้ครับ ผมอยากฟังคำชี้แจงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง จริง ๆ ผมไม่อยากฟังคำชี้แจง จากท่านรัฐมนตรีปรีชาเพียงฝ่ายเดียวหรอกครับ เพราะเรื่องนี้ใหญ่เกินกำลังของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพียงฝ่ายเดียว มันเกี่ยวข้องกับรัฐบาลทั้งรัฐบาล จริง ๆ ผมอยากฟังคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าปัญหาการเสียดินแดนให้กับทะเล มันเป็นวาระแห่งชาติ มันเป็นความสูญเสียที่มูลค่าเกือบจะแสนล้านบาทและมันจะสูญเสีย เพิ่มขึ้นทุกปี และวันนี้เรายังไม่จัดลำดับความสำคัญให้เป็นวาระแห่งชาติ วันนี้ยังไม่มีการตั้ง คณะกรรมการกลางที่จะบูรณาการทุกแผนเข้าด้วยกันและประกาศความชัดเจน วันนี้มีแต่การศึกษา วันนี้ยังมานั่งขบคิดกันอยู่เลยครับ ท่านอ่านสิครับว่ามีปัญหาเรื่อง การศึกษาอีไอเอ (EIA) จะเข้าไปแก้ปัญหาก็ต้องทำอีไอเอ มันไม่ทันกาล ก็มันเดือดร้อนมาตั้ง ๒๐-๓๐ ปี แล้วอีไอเอทำไมไม่ทำเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ๕ ปีที่แล้ว ๓ ปีที่แล้วล่ะครับ หรือจะทำ ไปปีหน้าทั้งปีก็ทำไปเถอะครับแล้วปีต่อไปเริ่มดำเนินการได้หรือไม่ อย่างไร คำตอบ มันต้องปรากฏในสภาแห่งนี้วันนี้ครับ มันไม่ใช่เรื่อง ๑๐ นาทีอย่างที่ท่านประธานพูดเลย แม้แต่นิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปเราก็คงจะ มีการอภิปรายกันอีกครับ เดี๋ยว ส.ส. ฝั่งทะเลก็จะอภิปรายปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ ของตนเองซึ่งมากขึ้นเมื่อเทียบกับการอภิปรายเรื่องนี้เมื่อเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ พี่น้อง ส.ส. ภาคอีสานที่รักของผมก็คงจะอภิปรายเรื่องปัญหาการกัดเซาะของแม่น้ำโขง ในพื้นที่ ๖-๗ จังหวัด เป็นการทำหน้าที่ปากเสียงของคนในแต่ละพื้นที่อย่างน่าชื่นชม แล้วพรุ่งนี้มันเกิดอะไรขึ้นนะครับ อย่างหรูหราที่สุดพรุ่งนี้ก็ได้เอาซีดี (CD) ที่อภิปรายไปเปิด ให้ชาวบ้านดูว่าได้ทำหน้าที่แล้วสมกับที่ได้รับคะแนนผ่านมาเป็นผู้แทนราษฎร แล้วมะรืนนี้ เกิดอะไรขึ้นล่ะครับ ชาวบ้านก็รอคอยความหวังต่อไป รอคอยผู้กล้าที่จะลุกขึ้นทำหน้าที่ ปากเสียงของคนในแต่ละพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาต่อไป มันไม่มีความหวังครับ ผมจึงเรียกร้อง ในสภาแห่งนี้ ผมอาจจะไม่มีโอกาสเรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรีมาพูดอะไรในสภาแห่งนี้ อย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีที่มีคุณภาพคนหนึ่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ผมเรียกร้องความกล้าหาญของท่าน ผมเรียกร้องเกียรติยศเกียรติศักดิ์ของสภาแห่งนี้ ที่จะได้รับการเคารพยอมรับว่า ๑ ปีผ่านไปอภิปรายกัน ๘ ชั่วโมง หลายสิบสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร มันไม่ควรจะจบลงด้วยกระดาษไม่กี่แผ่น มันไม่ควรจะจบลงด้วยความฝัน ที่เลื่อนลอย ผมต้องการให้ท่านรัฐมนตรีปรีชาซึ่งเป็นรัฐมนตรีท่านเดียวที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ประกาศให้ชัดเจนลงไป เราต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ วันนี้แม่น้ำโขงเหลืออีก ประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตรครับ กิโลเมตรละกี่สตางค์ล่ะครับ ๒๐ ล้านบาทจบไหมครับ การแก้ไขปัญหานี้ต่อ ๑ กิโลเมตร ถ้า ๑๓๐ กิโลเมตรก็ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาททำโครงการผูกพัน ๕ ปีให้พี่น้องชาวอีสานได้ไหมครับ ๕ ปี ปีหนึ่ง ๔๐๐ ล้านบาททำไมให้เขาไม่ได้ล่ะครับ ประกาศไปเลยสิครับ อันดามันวิกฤติ ๑๐๐ กิโลเมตรครับ ที่วิกฤติหนัก ๆ ๑๐๐ กิโลเมตรเอาไหมล่ะครับ สร้างกำแพงกั้นหาด ที่เรียกว่าซีวอลล์ (Seawall) หรือว่ากั้นคลื่นในทะเลที่เรียกว่าเบรกวอเตอร์ (Breakwater) กิโลเมตรละ ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ กิโลเมตรก็ ๑,๐๐๐ ล้านบาทผูกพัน ๕ ปีไหมครับ ปีละ ๒๐๐ ล้านบาททำไมให้เขาไม่ได้ ประกาศไปเลยสิครับ นิดเดียวครับ ที่ไปเข้าโครงการ รับจำนำจ่ายให้พวกโรงสีมันโกงนี่เป็นแสนล้านบาทจ่ายได้ อ่าวไทยเดือดร้อนอยู่ ๑,๐๑๔ กิโลเมตร หนักหนาสาหัสอยู่ หรือว่า ๙๐๐ กิโลเมตรประมาณนั้นครับ ก็ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๕ ปีทำไปสิครับ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ๕ ปีก็ปีหนึ่งแค่ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมเราให้ไม่ได้เพื่อรักษาอาณาเขตของประเทศ รักษาอนาคต รักษาความทุกข์ความยาก ของพี่น้องประชาชนให้หมดสิ้นไป ผมเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ประกาศถึงสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้ใช้เงินมากมายครับ มันตั้งวาระแห่งชาติได้ถ้ารัฐบาลจริงใจ ที่จะแก้ไขปัญหา แต่ถ้าท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เหนื่อยเกินไปหรือความกล้าหาญ ยังไม่พอที่จะไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ท่านก็ต้องทำหน้าที่ตัวแทนของคนทั้งสภาไปเจรจาหารือ กับรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี และให้ประกาศวาระการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ให้เป็นวาระแห่งชาติ และทุ่มเทงบประมาณลงไปอย่างมากไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในช่วง ๕ ปี ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาททำไมให้สภาแห่งนี้ไม่ได้ ผมต้องการคำตอบจากท่านรัฐมนตรี ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และผมเชื่อว่านี่คือพลานุภาพของประชาธิปไตยที่พวกเรา ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของชาวบ้านอย่างแท้จริง กราบขอบคุณท่านประธานครับ