สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๕

วิทยา แก้วภราดัย เรียกร้องให้มีการไต่สวนเรื่องยาซูโดอีเฟดรีน และการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการตรวจสอบลายมือของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเสนอการยกเลิกยาซูโดอีเฟดรีน และการปิดร้านขายยา

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านก็ชม ท่านดีกับผมนะครับ แล้วก็ชมน้องชายผมว่าคนดี แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาผมมีส่วนพัวพัน ยาเสพติดครับท่าน ท่านพูดถึงเรื่องยาซูโดอีเฟดรีนนะครับ ปรากฏว่ามีคณะท้างาน ที่ตั้งโดยท่าน ท่านรัฐมนตรีครับนี่ฟ้องท่านเลย ไม่ได้เจอกันนานแล้วฟ้องท่านเลย ชื่อ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เป็นคณะท้างานให้ไปปราบเรื่องยาซูโดอีเฟดรีน ปรากฏว่าไปตั้งคณะท้างาน ขึ้นมาชุดหนึ่งก็เดินสายอาละวาดครับ น้าคณะเดินทางไปที่โรงพยาบาลที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังจากว่ามีข่าวที่ทาง ป.ป.ส. หรือใครจะไปจับยาแอคติเฟด ขออนุญาตเอ่ยชื่อยา เขาสั่งยกเลิกไปแล้ว ซึ่งเป็นสารตั้งต้น แอคติเฟดไปค้นเจอที่อ้าเภอสันก้าแพง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประมาณ ๑๐ ล้านเม็ดเปลือกยา สารแอคติเฟดถ้าเป็นสารตั้งต้น ในการผลิตยาเสพติดท้ายาบ้าได้โดยเฉลี่ย ๓ เม็ดครับท่าน ผมสอบเภสัชกร และกระบวนการ ไม่ยุ่งยาก ก็สงสัยทีแรกว่าไปท้าที่อ้าเภอสันก้าแพงมันไม่น่าจะขนข้ามไปประเทศพม่า ไปผลิตเป็นยาบ้าจากประเทศพม่า เพราะว่าโดยกระบวนการจริง ๆ ผมถามเภสัชกรเรียกมา ไต่สวนทั้งหมดมันไม่ได้ยุ่งยากครับ เอาจากแอคติเฟดหรือยาซูโดอีเฟดรีนยิ่งเป็นสูตรเดียวด้วย ไม่ไปผสมยาอย่างอื่นด้วย ไม่ผสมแป้งด้วย ท้าเป็นยาบ้าง่ายครับกระบวนการไม่ยุ่งยาก ก็เข้าใจว่าที่มันต้องขยับไปท้าทางภาคเหนือใกล้ ๆ ชายแดนเพราะไกลหูไกลตา ไกลปืนเที่ยง ไกลอ้านาจรัฐ เพราะฉะนั้นแนวตะเข็บชายแดนเป็นแนวที่ส้าคัญ ไม่อยากโยนใส่ประเทศอื่น เผลอ ๆ ประเทศเราก็ท้ากัน แต่ก็เปลี่ยนเป็นนุ่งโสร่งข้ามไปท้าอยู่ตรงโน้น แต่จริง ๆ ไปจากนี่กัน แล้วก็มีส่วนร่วม แต่ที่ผมจะพูดถึงเรื่องที่ว่าผมไปพัวพัน คณะท้างานที่ตั้งโดย ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ทราบเรื่อง แต่คนมันนิสัยไม่ดีมันก็ท้าเรื่องไม่ดีครับ ปรากฏว่า มันไปตรวจโรงพยาบาลที่จังหวัดกาฬสินธุ์ยกคณะไป ๘ คนครับ คณะลงไป ๘ คน ก็หมายความว่าไปขอดูเอกสารในโรงพยาบาลทั้งหมด เพราะโรงพยาบาลกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์สั่งยาซูโดอีเฟดรีนมากผิดปกติ กระโดดจากปีละ ๕๐,๐๐๐ เม็ด เป็นปีละ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ เม็ดครับ ก็น่าสงสัยครับเขาก็ไปตรวจ ตรวจไปตรวจมา เรียกเอกสารมาดูไปตั้งแต่บ่ายโมงจนถึง ๔-๕ โมงเย็นหลายคนในคณะ ๘ คนทยอยกลับกัน เหลืออยู่ ๔ คนบอกว่าค้นเจอเอกสารส้าคัญ ตอนบ่ายโมงไปคว้าบัญชียามาจากห้องสั่งยา ซึ่งเขาตั้งไว้หน้าห้อง ๒-๓ เล่มไปคว้ามาหมดมาตรวจเอกสาร เปิดเข้าไปเรียก ผอ. มาดู เจอเอกสารส้าคัญเป็นเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง ทั้งหมด ๖ บรรทัดครับ ใน ๖ บรรทัดเขียน ผมสรุปสาระให้ท่านฟังอย่างนี้เผื่อท่านจะไปตีก้นเด็กท่านเอง เขียนไว้อย่างนี้ครับ ชื่อบุคคล แล้วก็เปอร์เซ็นต์ มีชื่อนายนนท์ เบอร์โทรศัพท์ติดตามรัฐมนตรีวิทยา มีชื่อผู้หญิง แล้วก็เบอร์โทรศัพท์ มีชื่อเด็กแม่เลี้ยง ต แล้วก็มีเบอร์โทรศัพท์ ผมก็ขอตั้งกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขไต่สวนเรื่องทั้งหมดดูรายชื่อทั้งหมด ปรากฏว่า จริง ๆ ครับท่าน นายนนท์กลายเป็นคนที่เคยติดตามผมจริง ๆ เบอร์โทรศัพท์เขาจริง ๆ ผู้หญิงอีกคนที่ได้ไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เขียนแบ่งไว้ในกระดาษแผ่นนั้นหมด ก็ปรากฏว่าเป็นเลขานุการของปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกไปแบ่งเปอร์เซ็นต์กัน ที่อ้าเภอหาดใหญ่มีเบอร์โทรศัพท์ด้วย กลายเป็นพี่ชายปลัดกระทรวงสาธารณสุข คนที่เพิ่งเกษียณนี่ครับ มีชื่อ เบอร์โทรศัพท์นายชวนนท์ที่จัดรายการสายล่อฟ้า ใส่ชื่อไว้เต็มหมดครับ แล้วก็เอาเอกสารแผ่นนี้ให้ผู้อ้านวยการโรงพยาบาลให้เขาดูบอกว่า ช่วยเซ็นชื่อรับด้วยว่าเจอที่นี่ แต่พอกรรมาธิการเรียก ผอ. โรงพยาบาลกมลาไสยมาถาม ผอ. บอกว่าตั้งแต่โรงพยาบาลตั้งมาไม่เคยเห็นเอกสารแผ่นนี้เลย มาเห็นตอนที่ท่านคณะ ๘ คนนี้ พากันไปให้เขาเซ็นรับรองเอกสารเขาก็เซ็นรับรองมา แต่ที่ตลกท่านประธานครับยังไม่จบ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขไต่สวนเรื่องนี้มา ๔ เดือน ให้ข้อแนะน้าเรื่องยาซูโดอีเฟดรีน อย่างนี้นะครับ

๑. ยาซูโดอีเฟดรีนที่เราตรวจสอบยกเลิกไป เราเอายาซูโดอีเฟดรีนส่วนผสม ซึ่งก็คือยาแก้หวัดทั้งหมดมีคุณสมบัติในการลดน้ามูก เพราะฉะนั้นเมื่อยกเลิกยาลดน้ามูก ก็กระทบกระเทือน แต่เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนเราก็ยังสั่งให้โรงพยาบาลสั่งยาซูโดอีเฟดรีน สูตรเดียวและสูตรผสมได้ ปัญหาว่าเราปิดร้านขายยาครับวันนี้ แต่ที่ผ่านมาที่อาละวาด จับมาทั้งหมดเราจับโรงพยาบาลครับ เรายังไม่ได้ปิดช่องโรงพยาบาลจริง ๆ เพราะฉะนั้น ช่องโรงพยาบาลยังเปิดอยู่ และยาสูตรเดี่ยวยังไม่มีการสอบสวนเลย

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่น้าเข้าจากต่างประเทศที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ยาซูโดอีเฟดรีนน้าเข้าจริงครับ ผมไปที่กรมศุลกากรเลยครับ แจ้งน้าเข้ามาแจ้งว่า เป็นยาปฏิชีวนะน้ามาถึงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ออกของกันทันที ถ้าแจ้งเป็นยาเขาต้องให้ อย. ตรวจ อย. ปิดงาน ๔ โมงครึ่ง ตีหนึ่ง มันเซ็นชื่อปลอม อย. ออกของมาได้ คราวนี้ฝากท่านด้วยครับ ไอ้โจซูโดที่กรมศุลกากรที่ชิปปิง (Shipping) ออกของท่านไปหาตัวมันดู ไอ้นี่ตัวใหญ่เขารู้กันว่า โจซูโด แล้วก็เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ออกของซ้ากันแล้วซ้ากันเล่าในสิ่งที่น้ามาจาก ประเทศเกาหลี ไปตรวจดูว่าตั้งกรรมการสอบกันหรือยัง เมื่อสักครู่ผมเพิ่งสรุปส้านวนกันเสร็จ คราวนี้ฝากไปดูตรงนั้นว่ายาซูโดอีเฟดรีน ยังไม่จบครับท่านรัฐมนตรีครับ เพราะมันยังเปิดช่อง อยู่ที่โรงพยาบาลตราบใดที่ช่องนั้นยังสร้างกิเลสให้กับคน แล้วก็เภสัชกรที่หนีไปจาก จังหวัดอุดรธานีร่วมกับคนที่รับของที่จังหวัดเชียงใหม่ ๑๐ ล้านเม็ด ก็ปรากฏว่าจนบัดนี้ ก็ยังหาตัวไม่เจอ และที่ส้าคัญดีเอสไอลงสอบครับ สอบเอกสาร ๕ บรรทัด ๖ บรรทัด เพื่อหาตัวการ เพราะว่าที่ปรึกษารัฐมนตรีไปแจ้งต่อดีเอสไอว่าพบเอกสารส้าคัญ พัวพันนักการเมืองระดับสูงมีส่วนได้เสียยาซูโดอีเฟดรีน ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ดีเอสไอ เรียกให้พวกนี้ส่งรายชื่อ ๘ คน มีใครไปบ้าง มันส่งมา ๕ คน คณะกรรมาธิการ การสาธารณสุขท้าหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขขอรายชื่อ ๘ คน ที่ไปตรวจโรงพยาบาลกมลาไสยว่ามีใครบ้าง ส่งมา ๕ คน หายไป ๓ คน ดีเอสไอ ลงสอบลายมือทั้งหมดเพื่อเทียบเคียงกับเอกสารแผ่นนี้ โรงพยาบาลกมลาไสยทั้งหมด เจ้าหน้าที่ ๒๐ กว่าคน ตรวจสอบลายมือชื่อหมดไม่ใกล้เคียง เหลือมนุษย์พิสดารหายไป ๓ คน ไอ้นี่ไม่ไหวครับ ไอ้ ๓ คนนี้ขนาดอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ มาชี้แจงกับผมเอง ท่านบอกว่าตั้งแต่ท่านดูข่าววันแรกเศษกระดาษแผ่นนี้กับที่ปรึกษารัฐมนตรีพูดเป็นเรื่องตลก ทางการเมืองประเภทเศษกระดาษ ๔-๕ บรรทัด แล้วไปพาดพิงคนโน้นคนนี้หมด พาดพิงจนนักการเมืองระดับสูง ผมเข้าใจว่ามันต้องการพาดพิงสูงกว่าผมไปอีกครับ