สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๕

วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ หารือเรื่องปัญหายาเสพติด โดยเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้เพิ่มมากขึ้น แต่ยังต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางสร้างกองทุนเพื่อจัดสรรเงินให้กับเจ้าหน้าที่ที่แจ้งเบาะแสและจับกุมยาเสพติด และการดูแลเด็กที่มีพ่อแม่เสียชีวิตหรือถูกจับกุมในกรณีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บ้ารุง ที่มีโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสมาเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นปัญหา ระดับประเทศ แล้วก็ต้องขอชื่นชมรัฐบาลที่ให้ความส้าคัญแล้วก็ได้บรรจุไว้เป็นนโยบาย ของรัฐบาลเร่งด่วน โดยเฉพาะในปีแรกได้ก้าหนดให้การแก้ไขป้องกันปัญหายาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ แล้วเราจะเห็นว่า ๑ ปีเศษของการท้างานของรัฐบาลที่ผ่านมา เราเกิดข้อสงสัยไหมคะว่าท้าไมยิ่งจับยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นหรือเปล่า หรือว่าเป็นเพราะ การท้าของรัฐบาลที่มีการปราบปรามอย่างจริงจัง ท้าให้มีการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ได้เพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งส่งผลให้ปัจจุบันนี้จะเห็นว่ายาเสพติดมีสถิติในการจับกุมสูงมากเลย ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้หนึ่งซึ่งมีโอกาสที่ได้เข้าไปสัมผัสคนที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รับทราบถึงปัญหาครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนก็ขอเสนอแนวทางผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลนะคะว่าแนวทางที่ดิฉันจะเสนอนี้เผื่อปฏิบัติได้จริงจังกับทางผู้ที่ปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้องในหลาย ๆ กระทรวงนะคะ

ส้าหรับแนวทางที่ ๑ คือดิฉันต้องการให้มีอาสาสมัครที่จะมาช่วยดูแลป้องกัน ดูแลผู้ที่เคยเสพยาเสพติดแล้วไปบ้าบัด หรือดูแลผู้ค้าที่ต้องการกลับมาเป็นคนดีสู่สังคม เพราะเราจะเห็นว่าในข้อเท็จจริงต้ารวจที่ปฏิบัติหน้าที่มีก้าลังไม่เพียงพอ เราต้องหาคน มาช่วยเพิ่ม ในนี้ควรจะมีอาสาสมัครหรือ อพปร. หรือที่รัฐบาลได้มีโครงการ ๒๕ ตาสับปะรด ดิฉันก็เห็นดีด้วย แต่ดิฉันอยากให้ในภาคปฏิบัติลงลึกไปอีกนะคะว่าอาสาสมัคร ๑ คน น่าจะไปดู ๒๐ ครัวเรือน เราน่าจะก้าหนดพื้นที่ไปเลยว่า ๒๐ ครัวเรือนนั้นมีบ้านเลขที่ไหน ถึงบ้านเลขที่ไหน และให้อาสาสมัครคนนั้นผ่านการอบรมในแนวทางปฏิบัติเพื่อจะป้องกัน หรือไปดูแลผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ผ่านขั้นตอนของการปฏิบัติว่าจะต้องไปติดต่อหน่วยงานใด เพื่อช่วยเหลือคนเหล่านั้น และอย่างน้อยอย่าลืมนะคะว่าน่าจะมีค่าตอบแทนให้กับเขาด้วย เพื่อที่เขาจะได้ท้างานให้เราอย่างเต็มที่

แนวทางที่ ๒ ดิฉันในฐานะเป็นอดีตภรรยานายต้ารวจเก่า ได้รับการร้องเรียน จากเพื่อน ๆ ในต้ารวจของสามี ที่ผลการจับกุมยาเสพติดรัฐบาลมีการให้สินบน แต่ท่านเชื่อไหมว่า เกือบ ๒ ปีแล้วค่ะ ผลการจับกุมที่ให้รางวัลหรือให้สินบนเขาต้องรอคิวจากอนุกรรมการ รางวัลสินบนน้าจับของ ป.ป.ส. จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับนะคะ ถ้าเรามองให้ลึกลงไป ว่าเวลาผู้ค้ายาเสพติดถูกจับกุม ท่านสังเกตไหมคะ เราจะได้ยินกรณีมีการติดสินบน เจ้าพนักงาน ถ้าสมมุติว่าเรามีการตั้งกองทุนให้กับคนที่แจ้งเบาะแส จนกระทั่งจับกุมยาเสพติดได้ ดิฉันอยากให้มีกองทุนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดขึ้นมา แล้วน่าจะจัดสรรให้เขาไปเลย สัก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ รัฐบาลน่าจะมีการขอเงินในส่วนนี้มาเป็นกองทุน เพราะอย่างน้อย เวลามีกรณีติดสินบนเจ้าพนักงาน ข้าราชการต้ารวจย่อมรู้สึกว่าอยากได้รับเงินที่ถูกกฎหมาย มากกว่าเงินที่ผิดกฎหมาย เขาจะได้ไม่รู้สึกไขว้เขว แล้วเมื่อ ป.ป.ส. ได้ตรวจสอบหลักฐาน หรือขั้นตอนต่าง ๆ ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ป.ป.ส. ก็น้าเงินก้อนนั้นส่งคืนเข้ากับ กองทุนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไปได้ ดิฉันขอกล่าวอ้างถึง รัฐบาลยังมีนโยบาย ให้ขึ้นเงินเดือนหรืออัตราเงินเดือนของศาล อัยการสูงขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เขาไปเกี่ยวข้องกับ ผู้ที่จะมาติดสินบนและส่อไปในทางทุจริต เราก็น่าจะมีการด้าเนินการจ่ายสินบนให้ไวขึ้น ไม่ต้องให้รอนานขนาดนี้

แนวทางที่ ๓ ดิฉันเห็นว่าในส่วนนี้น่าจะมีการสุ่มตรวจ เราจะเห็นว่า คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาซึ่งเป็นเด็กเล็ก ๆ เป็นคนรุ่นใหม่ของสังคม ที่น่าจะมีโอกาสมาช่วยพัฒนาสังคมเรา หรือผู้น้าชุมชนในหมู่บ้านในต้าบลหรือข้าราชการ น่าจะมีการสุ่มตรวจสารเสพติดเช่นไปตรวจปัสสาวะโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และมีการตักเตือนก่อนจะด้าเนินการมาตรการเด็ดขาด ในขณะเดียวกันดิฉันฝากเน้นเลย ในฐานะต้ารวจหรือ ป.ป.ส. ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดโดยตรง เบื้องต้นดิฉัน อยากให้หน่วยงานหรือองค์กรเป็นองค์กรที่ใสสะอาด ควรจะมีการตรวจสอบตลอดเวลา แล้วที่ส้าคัญผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาจะต้องคอยสอดส่องดูแลข้าราชการในสังกัดตัวเอง โดยเฉพาะต้ารวจกับ ป.ป.ส. ว่าถ้าบุคคลใดดูสภาพร่างกายผอมผิดปกติ หรือร่้ารวยผิดปกติ ท่านย่อมเห็นพฤติการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปท่านควรสอดส่อง และถ้ารู้ว่าเขาไปเกี่ยวข้อง กับยาเสพติดท่านต้องด้าเนินการ เพราะว่าถ้าท่านไม่ด้าเนินการถือว่าท่านมีส่วนไม่ใส่ใจดูแล ลูกน้องในสังกัดหรือในบังคับบัญชาของท่านท่านควรจะมีความผิดร่วมไปด้วย เพื่อให้ ข้าราชการหรือผู้บังคับบัญชาที่เป็นนายเข้าไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ในแนวทางที่ ๔ แนวทางสุดท้าย จากสถิติที่ท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้พูดไปแล้ว ปี ๒๕๕๔ มีถึง ๕๘ ล้านเม็ดเศษที่มีการจับกุมจะเห็นว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ อัตราการจับกุมยาเสพติดที่ส้านักงานต้ารวจแห่งชาติได้บันทึกไว้เพิ่มขึ้นทุกปี และยิ่งน่าตกใจครึ่งปีของปี ๒๕๕๕ ทะลุไปถึง ๕๔ ล้านเม็ดแล้ว ดิฉันเห็นว่าในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ท้าลายชีวิตทรัพย์สินและครอบครัวมาก ดิฉันอยากฝากว่าถ้าเป็นไปได้ อยากให้เปลี่ยนชื่อเลยค่ะ ปัจจุบันเราเรียกว่ายาบ้า แต่ดิฉันจ้าได้สมัยท่านเสนาะ เทียนทอง ได้เปลี่ยนจากยาม้า สมัยก่อนเราคิดว่ารับประทานยาม้าแล้วท้าให้ขยันท้างาน แต่พอตอนหลัง เปลี่ยนเป็นยาบ้า เพราะคนที่เสพเข้าไปจะรู้สึกจิตหลอนเหมือนคนเป็นบ้า แต่ปัจจุบันไม่ใช่ บ้าแล้วนะคะ ถึงขนาดท้าร้ายชีวิตตัวเอง ท้าร้ายชีวิตคนในครอบครัว ท้าร้ายชีวิตคนอื่นที่อยู่ ใกล้เคียง เปลี่ยนเป็นยาฆ่าตัวตายไปเลย เพราะคนทุกคนที่ได้ยินชื่อแล้วจะมีความรู้สึกว่าถ้าใคร เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ถ้าคุณไม่ตายจริง ๆ คุณก็ตายทั้งเป็น ทั้งตัวคุณ ครอบครัวคุณ จะได้รับผลกระทบในส่วนนี้เข้าไปด้วย

สุดท้าย ต้องขอชื่นชมรัฐบาลและท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้ใส่ใจจริงจัง ในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ดิฉันขอชื่นชม ผลโพลล์ที่ออกมาเป็นผลโพลล์ที่ถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง เพราะโพลล์นี้ประชาชนดีใจมาก เพราะลูกหลานเขาจะได้พ้นจากยาเสพติด แล้วก็สนับสนุนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดที่ท่านตั้งไว้ ๗ แผน ๔ ปรับ ๓ หลัก ๖ เร่ง ดิฉันว่าท่านท้าถูกแล้ว แล้วทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วยดิฉันต้องขอชื่นชม แล้วก็ให้ก้าลังใจ

ขอสุดท้ายอีก ๒ เรื่อง เพื่อนสมาชิกฝากมา ท่านหนึ่งฝากว่ากรณีที่บิดามารดา เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเสียชีวิตหรือถูกจ้าคุกยังเหลือลูกของเขาที่ถูกทอดทิ้ง อยากให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องช่วยไปติดตามดูแลเพื่อไม่ให้เด็กเหล่านั้นเป็นเด็กที่ไร้ที่พึ่ง ขาดพ่อขาดแม่ และจะเข้าไปวังวนยาเสพติด แล้วก็มีเพื่อน ส.ส. อีกท่านฝาก ในฐานะที่เขา อยู่ในคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับยาเสพติด สิ่งที่เขาเจอก็คือเวลารัฐบาลจัดอบรมสิ่งใดไปก็ตาม อยากให้ผู้น้าข้าราชการระดับอ้าเภอ ระดับต้าบลท้าอย่างจริงจังไม่ใช่จัดแผนอบรม ๙ วัน ท่านเซ็นชื่อครบ ๙ วัน แต่ท่านอบรมแค่ ๓ วันที่เหลือไม่ทราบว่าเงินงบประมาณส่วนนั้น ไปที่ไหน ต้องฝากด้วย ขอบพระคุณค่ะ