สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๕

อัญชลี วานิช เทพบุตร เรียกร้องให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือภาคใต้มากขึ้น โดยวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของครม. ที่ไปสัญจรในพื้นที่ต่าง ๆ แต่ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือที่แท้จริง

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ภูเก็ต

ท่านประธานคะ อย่างที่ดิฉัน ได้กราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วค้าถามที่ดิฉันจะถามเป็นเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ หัวหน้ารัฐบาลควรจะต้องเป็นคนมาตอบ เพราะเวลาท่านลงไปประชุม ครม. สัญจร ในพื้นที่ต่าง ๆ ท่านก็ไปเป็นพรีเซนเตอร์ (Presenter) ตัวเอกในการที่จะสร้างภาพ แล้วก็โฆษณาให้กับพี่น้องประชาชนได้เกิดความหวัง แล้ววันนี้จริง ๆ พอท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ มาตอบแทนนี่ท่านก็จะไม่มีรายละเอียดในเรื่องเหล่านี้ให้กับพวกเรา หรือให้กับสภา หรือให้กับพี่น้องประชาชนเลย แต่เอาเถอะค่ะดิฉันจะเรียนท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ให้ทราบนะคะว่า การประชุม ครม. ทั้งสิ้นนี่ ๗ ครั้งค่ะ ครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ค่ะใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ อนุมัติงบประมาณทั้งสิ้นให้ความเห็นชอบ ๓.๘ แสนล้านบาท พี่น้องจังหวัดเชียงใหม่กับ พี่น้องภาคเหนือก็จดตัวเลขไว้นะคะ ๓.๘ แสนล้านบาท ครั้งที่ ๒ ที่จังหวัดอุดรธานีค่ะ กลุ่มภาคอีสานตอนบนให้ความเห็นชอบงบประมาณไว้ที่ ๓.๑ แสนล้านบาท ครั้งที่ ๓ วันที่ ๒๐ มีนาคม ที่จังหวัดภูเก็ต ประชุมกลุ่มอันดามัน ๕ จังหวัดด้วยกัน เห็นชอบงบประมาณ ๘.๔ หมื่นล้านบาท ครั้งที่ ๔ ที่จังหวัดกาญจนบุรี ภาคกลางตอนล่าง เห็นชอบงบประมาณ ไปทั้งสิ้น ๓.๓ หมื่นล้านบาท ครั้งที่ ๕ ที่จังหวัดชลบุรี กลุ่มภาคตะวันออก เห็นชอบโครงการ ๔,๓๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๖ ที่จังหวัดสุรินทร์ อันนี้กลุ่มภาคอีสานทางตอนใต้ เห็นชอบโครงการแล้วก็งบประมาณ ๑.๒ แสนล้านบาท แล้วครั้งสุดท้ายที่อ้าเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝั่งอ่าวไทย เห็นชอบงบประมาณทั้งสิ้น ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ดิฉันเอง จะไม่พูดทั้งหมดนะคะว่าทั้ง ๗ ครั้งนี่เห็นชอบงบประมาณไปทั้งสิ้น ๙.๓๑ แสนล้านบาท นั่นก็คือ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ดิฉันคงต้องเรียนค่ะว่าการที่ ครม. ไปสัญจร ตามพื้นที่ต่าง ๆ ดีไหม ก็คงจะดีค่ะ แต่ดีแล้วควรจะต้องได้เนื้อ แล้วดิฉันคงต้องเรียนนะคะว่า ขณะที่รัฐบาลชุดของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์เองก็ได้มีความพยายามแล้วก็เดินสายลงในพื้นที่ต่าง ๆ อยู่เป็นประจ้าค่ะ แต่เนื่องจากว่ามีกลุ่มคนซึ่งพยายามขัดขวางการท้างานของรัฐบาลอยู่ตลอดเวลามาสร้างม็อบ (Mob) มาสร้างให้เกิดความเสียหายและก่อให้เกิดความแตกแยกกันในพื้นที่อยู่เป็นประจ้าค่ะ ในขณะที่ดิฉันคงต้องเรียนว่าในคราวที่คุณยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ตรงไปตรงมาค่ะว่าคนใต้เป็นคนจริงนะคะ เป็นคนที่มีศักดิ์ศรี แล้วก็เป็นคนที่ให้โอกาสคน มีความอดทนสูงค่ะ แต่ความอดทนของเรามีข้อจ้ากัด อยู่เหมือนกัน ดิฉันคงต้องเรียนว่างบประมาณทั้ง ๗ ครั้งนั้นดิฉันจะไม่ลงไปในรายละเอียด แต่ดิฉันขอพูดที่จังหวัดภูเก็ตก่อนค่ะ เพราะว่าไปประชุมกลุ่มอันดามันที่จังหวัดภูเก็ตนั้น เห็นชอบโครงการไว้ทั้งหมด ๑๑๗ โครงการ งบประมาณทั้งสิ้น ๘.๔ หมื่นล้านบาท แต่จริง ๆ อนุมัติโครงการวันนี้ค่ะ ได้แค่ ๒๓ โครงการ งบประมาณทั้งสิ้น ๖๒๘ ล้านบาทใน ๕ จังหวัด จริง ๆ แล้วในโซน (Zone) ทั้งหมดจังหวัดภูเก็ตได้งบประมาณทั้งสิ้น ๑๑๓ ล้านบาท จากที่ไปโฆษณาชวนเชื่อขึ้นป้ายสรรเสริญเยินยอกันนี่ในโครงการทั้งสิ้น ๔๗,๖๘๓ ล้านบาท จังหวัดพังงาได้ไป ๓ โครงการค่ะ ได้ไป ๑๐๘ ล้านบาท จากงบ ๓,๘๑๗ ล้านบาท จังหวัดกระบี่ท่านอาคมก็บอกดิฉันว่าอย่าลืมพูดด้วยนะเสนอโครงการไป ๑๐ โครงการ ๓,๔๓๙ ล้านบาท อนุมัติมาโครงการเดียวค่ะ ๙๙ ล้านบาท ที่จังหวัดตรังนั้นขอไปทั้งสิ้น ๓๓๔ ล้านบาท เห็นชอบให้มาจริง ๆ ๑๐๔ ล้านบาทค่ะ และจังหวัดระนองขอไป ๓,๙๙๐ ล้านบาท ได้มา ๑๐๒ ล้านบาทค่ะ ดิฉันถึงพยายามบอกว่า การที่ท่านไปเป็นพรีเซนเตอร์แล้วก็ไปโฆษณาชวนเชื่อแล้วบอกให้พี่น้องประชาชน มีความหวังนั้นดิฉันคิดว่าอย่างนี้มันเป็นการหลอกลวงประชาชน ครั้งส้าคัญที่สุดก็คือครั้งที่ อ้าเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีนี่สด ๆ ร้อน ๆ เห็นชอบโครงการไป ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติจริงวันนี้เท่าที่ทราบก็คือ ๕๑๗ ล้านบาทใน ๔ จังหวัดนะคะอย่างนี้เป็นต้น ดิฉันบอกแล้วว่าคนภาคใต้นั้นเคารพคนแล้วก็ให้เกียรติคน ให้โอกาสคน แต่ความอดทนเรา มีค่อนข้างจ้ากัด ท่านจะแสดงละครอย่างไรเราก็พยายามติดตามดูนะคะ แต่ข้อส้าคัญที่สุด ก็คือเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ ท่านมามีมติ ครม. ยกเลิกโครงการสร้างศูนย์ประชุม และแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต ดิฉันคงต้องเรียนอย่างนี้ว่าตั้งแต่สมัยที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นได้วางยุทธศาสตร์ชาติไว้ก็คือตั้งใจจะท้ากรุงเทพมหานคร ให้เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ทางภาคใต้นั้นเลือกจังหวัดภูเก็ต ให้เป็นประตูสู่การท่องเที่ยวโลกเพื่อให้เป็นฮับ (Hub) ทางภาคเหนือนั้นเราเลือก ที่จังหวัดเชียงใหม่ว่าจะต้องเป็นศูนย์กลางในการท่องเที่ยวทางโซนภาคเหนือ จึงเป็นที่มา ของการตั้งงบประมาณไทยเข้มแข็งลงไป แล้วก็สร้างศูนย์ประชุมขึ้นที่ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็จังหวัดภูเก็ต ดิฉันคงต้องเรียนว่าที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นตอนสมัยรัฐบาล นายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้นะคะ ได้มีการมาออกแบบก่อสร้างกัน รู้สึกจะเป็นในช่วงของนายกรัฐมนตรีสมัคร และเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นออกแบบก่อสร้างเสร็จแล้วก็มาของบประมาณในการก่อสร้าง ก็ได้มีการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างไปประมาณ ๒,๓๐๐ ล้านบาทเป็นเบื้องต้น หลังจากนั้นก็จะมีการขอต่อมา แล้วก็ไปตั้งงบประมาณเพื่อจะไปออกแบบและก่อสร้าง ศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ตขึ้นในวงเงิน ๒,๖๐๐ ล้านบาท ในช่วงนั้น ก็มีพี่น้องประชาชนหลายคนบอกว่าโยกงบประมาณเลยไม่ต้องไปท้าที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่เราถือว่านั่นคือยุทธศาสตร์ของชาติ และพี่น้องทางภาคเหนือนั้นก็คือพี่น้องที่รอคอยความหวัง ในการพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการสร้างศูนย์ประชุมนั้น การหารายได้จากการท่องเที่ยวนั้นมีความส้าคัญมาก เราจึงตัดสินใจที่จะให้งบประมาณ ในการสร้างศูนย์ประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้ววันนี้ก่อสร้างเสร็จแล้วค่ะ แต่ที่จังหวัดภูเก็ตนั้น เราไม่ได้รบกวนงบประมาณของท่านเลย ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลของยิ่งลักษณ์เลยค่ะ เพราะเป็นการตั้งงบประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาทในการออกแบบก่อสร้างและท้าการก่อสร้าง เพื่อให้แล้วเสร็จทันการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ประกอบกับได้มี การอนุมัติงบประมาณการขยายท่าอากาศยานที่จังหวัดภูเก็ตอีก ๕,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อจะรองรับเศรษฐกิจอาเซียนเช่นเดียวกัน ดิฉันคงต้องเรียนต่อรัฐมนตรีวรวัจน์ เพื่อจะได้ไปน้าเรียนท่านนายกรัฐมนตรีต่อไปว่าจังหวัดภูเก็ตท้ารายได้ทางการท่องเที่ยวได้ต่อปี ล่าสุดประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะเป็นที่ ๒ รองจากกรุงเทพมหานครซึ่งท้ารายได้ จากการท่องเที่ยวปีหนึ่งได้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดเชียงใหม่เสียเปล่า ท้ารายได้ในการท่องเที่ยวได้เพียงปีละประมาณ ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท ไล่ ๆ กับจังหวัดกระบี่ค่ะ จังหวัดกระบี่จังหวัดเดียวก็ท้ารายได้จากการท่องเที่ยวได้ประมาณ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท คนภูเก็ตกับคนในโซนอันดามันทั้งหมดตั้งความหวังแล้วก็รอคอยในเรื่องของ ศูนย์ประชุมนานาชาติแห่งนี้มายาวนานมากแล้ว แล้วข้อส้าคัญที่สุดก็คือเป็นการลงทุน ให้กับประเทศที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกเองว่าจะท้ารายได้ จากการท่องเที่ยวให้ได้ ๒.๒ ล้านล้านบาทในปี ๒๕๕๘ เราจะต้องรองรับเศรษฐกิจอาเซียน ให้ได้ในปี ๒๕๕๘ จังหวัดภูเก็ตเคยรับนักท่องเที่ยวได้ปีละประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ขยายสนามบินก็จะมุ่งเป้าไปที่ประมาณ ๑๒ ล้านคน เพื่อจะท้ารายได้ให้ทบทวีส้าหรับรายได้ ทางด้านการท่องเที่ยว และที่จังหวัดภูเก็ตไม่ใช่เฉพาะคนภูเก็ตเท่านั้นที่ท้ามาหากินอยู่ มีคนจากภาคเหนือ มีพี่น้องจากภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ทุกคนไปรวมอยู่ที่นั่น ๗๗ จังหวัดครบหมดแล้ว แล้วก็ท้ามาหากินได้ดิบได้ดีกันอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตมากมายมหาศาล ดิฉันถึงคิด และพี่น้องประชาชนก็ฝากบอกดิฉันว่าการที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ หรือ ครม. ยิ่งลักษณ์นั้นมายกเลิกการสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ตนั้น เขาถือว่าเขาถูกปล้นโครงการค่ะ เขาเรียกว่าปล้นซึ่งหน้าเลยนะคะ และสิ่งเหล่านี้ ก็ก่อให้เกิดความเสียหาย เขาเลยให้ดิฉันมาทวงถามว่าเหตุผลอะไรที่รัฐบาลถึงมามีมติ ครม. ยกเลิกการสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ตนี้ไป ขอเหตุผลค่ะ