สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๕

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๓.๐๙ นาฬิกา)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านแรก ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านที่ ๒ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านที่ ๓ ท่านอำนวย คลังผา ท่านที่ ๔ ท่านนคร มาฉิม ท่านที่ ๕ ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ท่านที่ ๖ ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ทีละ ๖ ท่าน เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาปรัง ในเขตอำเภอกุมภวาปี อำเภอศรีธาตุ อำเภอวังสามหมอ แล้วก็อำเภอกู่แก้วนะครับ ซึ่ง ๔ อำเภอที่ผมได้นำเรียนพี่น้องประชาชนจะต้องทำนาปรัง เนื่องจากว่าฤดูทำนาจริง ไม่ได้ทำเพราะว่าน้ำยังไม่ลด เมื่อฤดูกาลน้ำลดพี่น้องก็จะเข้าไปทำนาปรัง แต่ว่าขณะนี้ ไม่มีน้ำที่จะไปทำ ก็เลยหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าได้มีงบภัยแล้งหรือไม่ ถ้าหากมี ช่วยกรุณาไปกั้นลำห้วย แม่น้ำ ซึ่งจะไหลผ่านลงไปยังเขื่อนลำปาว เขาเรียกว่าห้วยกอก แล้วก็ห้วยลำปาวที่น้ำมันไหลผ่านออกจากตัวอำเภอหนองหาน อำเภอกุมภวาปีที่จะไหล ผ่านไป ช่วยไปกั้นให้เป็นคูที่จะกั้นน้ำเพื่อให้พี่น้องได้ใช้ในการทำนาปรังนะครับ

ประเด็นที่ ๒ กรณีถนนที่จะต้องใช้ร่วมกันหลายอำเภอ หลายจังหวัด เขาเรียกว่าเป็นถนนทางหลวงแผ่นดินแต่ว่าไม่มีไหล่ทาง อยากจะฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงคมนาคมช่วยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้ไปดำเนินการตัดต้นไม้ริมทาง ถนนทางหลวงแผ่นดินจากอำเภอกุมภวาปีไปยังอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ด้วย จักขอบคุณมากนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ผมใคร่หารือต่อท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการติดตามงบประมาณ ก่อสร้างสถานีตำรวจภูธร ๓ แห่งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยครับ สืบเนื่องมาจากว่าตั้งแต่ เมื่อสมัยที่แล้วผมเองนั้นก็ได้มีการตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องการสร้างสถานีตำรวจภูธร ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ๓ แห่งต่อทางรัฐบาลก็คือ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งท่านก็ได้ ตอบในที่ประชุมว่าในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ท่านจะตั้งงบประมาณก่อสร้างสถานีตำรวจ ที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามร้องขอไป ฉะนั้นก็อยากจะเรียนถามต่อทาง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม โดยผ่านท่านประธานสภาว่าสถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นสถานีตำรวจภูธรที่เก่ามากและคับแคบตามที่ผมเคยให้หลักฐานไป อันนี้ท่านได้ตั้งงบ ไว้ให้หรือยังครับ สถานีตำรวจภูธรแห่งที่ ๒ ก็คือสถานีตำรวจภูธรศรีสำโรง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งอำเภอศรีสำโรงวันนี้ก็เป็นข่าวดังของประเทศไปแล้วครับ สถานีตำรวจภูธร แห่งนี้นะครับ และอีกแห่งหนึ่งก็คือสถานีตำรวจภูธรบ้านด่านลานหอย อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ทั้ง ๓ แห่ง ซึ่งการที่ผมได้เคยตั้งกระทู้ถามแล้วก็ได้ตอบกระทู้ถาม ว่าทั้ง ๓ แห่งนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งแล้วก็รัฐบาลก็ได้ให้ความสนใจในการที่จะได้จัดตั้ง งบประมาณในการสร้างสถานีทั้ง ๓ แห่งนี้ ก็ขอทวงถามเพื่อให้เป็นหลักฐานในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอำนวย คลังผา ครับ

นายอำนวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ต่อท่านประธานมี ๒ เรื่องด้วยกันครับ

ผมได้รับการร้องเรียนจากอดีตผู้ใหญ่บ้านสำรวย สุขพนา อยู่บ้านชอนสมบูรณ์ เนื่องจากในขณะนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ไปเก็บค่าไฟฟ้าโดยมีตู้ใช้บัตรเสียบไว้เสียค่าไฟฟ้า ทีนี้ชาวบ้านอยู่ห่างไกลต้องไปเสียที่อำเภอ บางรายไม่เห็นก็ถูกปรับกัน ก็อยากจะฝาก ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปรับเหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการมี ตัวแทนไปเก็บค่าไฟฟ้าจากพี่น้องประชาชน นี่คือเรื่องหนึ่งที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ในพื้นที่ตำบลชอนสมบูรณ์และตำบลใกล้เคียงหลายตำบลด้วยกัน

เรื่องที่ ๒ ในขณะนี้ชาวบ้านตำบลวังขอนขว้าง ตำบลหลุมข้าว ตำบลห้วยโป่ง และตำบลโคกสำโรง บางส่วนได้รับความเดือดร้อนในขณะนี้ ในนาไม่มีน้ำ จำเป็นต้องใช้ เครื่องสูบน้ำของกรมชลประทานก็ดี ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งเอาเครื่องสูบน้ำของกรมชลประทานไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่มีผลกระทบจากน้ำไม่พอให้ข้าวในขณะนี้ หากไม่ได้สูบน้ำแล้วข้าวจะเสียหายเป็นหมื่นไร่ครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเดิมนั้นผมก็ได้ประสานไปบางส่วน แต่ก็ยังล่าช้าอยู่กลัวน้ำในคลองจะแห้งหมด พี่น้องประชาชนจะเดือดร้อน ข้าวจะเสียหาย ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือให้กับ พี่น้องประชาชนทั้ง ๓-๔ อำเภอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำบลวังขอนขว้าง ตำบลห้วยโป่ง ตำบลหลุมข้าว และตำบลโคกสำโรงบางส่วน ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือ เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ผมเองได้พยายามตั้งกระทู้ถามความคืบหน้าถึงโครงการ ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง แล้วก็ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำ ห้วยหินลับ อ่างเก็บน้ำห้วยออมสิงห์ อ่างเก็บน้ำห้วยดู่ อ่างเก็บน้ำลำน้ำคานที่บ้านลาดคื้อ แล้วก็อ่างเก็บน้ำห้วยพริกขิง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ในลุ่มน้ำแควน้อย อันที่ ๒ คือ การยกระดับนำเอาน้ำภาคมาเสริมที่อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ในพื้นที่ เขตชลประทาน อันที่ ๓ คือความคืบหน้าในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู อำเภอวังทอง และอำเภอเนินมะปราง ซึ่งผมกับท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ ได้ร่วมกันผลักดันติดตามเรื่องนี้ มาโดยตลอดแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ขอทราบความคืบหน้าจากรัฐบาลและส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องถึงปัญหาและอุปสรรค รวมไปถึงแผนในการปฏิบัติการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง แล้วก็ระยะยาว ในลุ่มน้ำสาขา ๔ ลุ่มน้ำ ก็คือ ลุ่มน้ำแควน้อย ลุ่มน้ำภาค ลุ่มน้ำวังทอง และลุ่มน้ำคลองชมพู

เรื่องที่ ๒ การเร่งรัดออกเอกสารสิทธิที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นการเดินสำรวจ หรือว่าการออกเอกสารสิทธิตามเอกสารที่มีอยู่ที่เป็น ส.ค. ๑ เป็น น.ส. ๓ และ น.ส. ๓ ก. ที่จะออกเป็นโฉนดที่ดิน รวมไปถึงการเดินสำรวจในพื้นที่ทั้ง ๕ อำเภอ ก็คือ อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอชาติตระการ อำเภอนครไทย อำเภอวังทอง และอำเภอเนินมะปราง มีปัญหา และอุปสรรคในการเดินสำรวจหลายอย่าง โดยเฉพาะทางเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีงบประมาณ เพียงพอ รวมไปถึงที่ ส.ป.ก. ส.ป.ก. ก็บอกว่าขาดงบประมาณในการเร่งออก ส.ป.ก. ก็ฝากท่านประธานในเรื่องนี้ไปถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องขอให้เร่งจัดสรรงบประมาณ ในการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ

เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือสืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ ได้มีพี่น้องพยาบาลได้มาเรียกร้องขอให้บรรจุเป็นข้าราชการ เมื่อวานดิฉันเองก็ได้รับ การติดต่อประสานงานจากพี่น้องพยาบาลจังหวัดชัยภูมิว่าเขามีความเดือดร้อนมาก อยากจะขอให้ทางสำนักงาน ก.พ. แล้วก็กระทรวงสาธารณสุขช่วยบรรจุแต่งตั้งเป็น ข้าราชการให้กับเขาด้วย เนื่องจากบางคนทำงานมาหลายสิบปียังเป็นลูกจ้างอยู่ ความมั่นคง ในชีวิตก็ค่อนข้างจะลำบากค่ะ และที่สำคัญดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องเร่งรีบเร่งรัดดำเนินการค่ะ เนื่องจากว่าถ้าหากเราขาดพยาบาลแล้วก็บุคลากรทางด้านสาธารณสุขมันคงจะส่งผลถึง ระบบสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศด้วยค่ะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือ กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็สำนักงาน ก.พ. ให้ช่วยอนุมัติในการบรรจุ แต่งตั้งข้าราชการให้กับพี่น้องพยาบาลด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว จากพี่น้องชาวตำบลตาเนิน อำเภอเนินสง่าว่าเส้นทางระหว่างตำบลตาเนิน อำเภอเนินสง่า ไปยังอำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา เป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดที่พี่น้องเขาจะสัญจร ไปมาหากันได้ ยามค่ำคืนเกิดอันตรายบ่อยครั้งค่ะ เนื่องจากว่าเส้นทางดังกล่าวยังไม่มีไฟฟ้า ส่องสว่างทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยดูแลเรื่องการจัดหา งบประมาณไปจัดหาไฟฟ้าส่องสว่างให้กับพี่น้องทั้ง ๒ อำเภอ ใน ๒ จังหวัดด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยุคลครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไข ปัญหาความทุกข์ความเดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดจันทบุรี โดยมีเรื่องดังต่อไปนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ ติดตามโครงการก่อสร้างถนนลาดยางสายคลองปรือ-ทุ่งตลาด หมู่ที่ ๖ ตำบลฉมัน เชื่อมหมู่ที่ ๙ ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี

เรื่องที่ ๒ ขอสนับสนุนจัดหาเครื่องมือบริการด้านทันตกรรมให้กับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังโตนด อำเภอนายายอาม ซึ่งมีแพทย์ถอนฟัน ขูดหินปูน แต่ไม่มีเครื่องมือครับ

เรื่องที่ ๓ ติดตามการซ่อมแซมเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง อยู่ริมถนนสายวังยายมุก หมู่ที่ ๘ ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเกิดพายุน้ำไหลหลาก พังมานานหลายเดือนแล้วชาวบ้านเดือดร้อนมาก

เรื่องที่ ๔ ติดตามโครงการซ่อมถนนแหล่งท่องเที่ยวสายบ้านเตาหม้อ-วังเวียน คลองขุด อยู่ตำบลวังโตนด ตำบลรำพัน ตำบลคลองขุด ซึ่งผมหารือมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ

เรื่องที่ ๕ ติดตามโครงการสัญญาณไฟจราจรสี่แยกบ้านช้างข้าม ตำบลนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะครับ ถามรัฐบาลว่าพร้อมอนุมัติ ได้เมื่อไร

ทั้ง ๕ เรื่องนี้ผมขอส่งเอกสารให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปอีก ๖ ท่าน ๑. ท่านสหรัฐ กุลศรี ๒. ท่านวัชระ เพชรทอง ๓. ท่านเอมอร สินธุไพร ๔. ท่านสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ๕. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๖. ท่านนริศ ขำนุรักษ์ เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่อง ปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ เรื่องยาบ้า ผมได้รับการแจ้งจากประชาชนพบเส้นทางซื้อขายยาบ้า เป็นประจำ เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างหมู่บ้านแจงงาม ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี กับสามแยกสระบัวก่ำ ตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เขาได้ร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หลายครั้งหลายคราว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานีตำรวจภูธรด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ปรากฏว่าก็ยังมีการซื้อขายกันเป็นประจำ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากบริเวณ ดังกล่าวมีวัยรุ่นใช้เส้นทางเพื่อจะใช้ในการจำหน่ายยาเสพติดคือยาบ้าจำนวนมาก ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการปราบปราม บริเวณดังกล่าวให้หมดไปด้วยครับ โดยเฉพาะยาบ้าครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องประชาชนไม่เคารพกฎจราจร ผมมีโอกาสขับรถผ่านบริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นประจำ ปรากฏว่าประชาชนไม่ใช้ทางข้าม โดยเฉพาะสะพานลอย จะเดินข้ามข้างล่างเป็นประจำ และโดยเฉพาะที่น่าเกลียดที่สุดก็คือ เดินผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เฉย ๆ ไม่ได้ว่ากล่าวตักเตือนอะไรทั้งสิ้น จึงฝากท่านประธานว่าเมื่อพบขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมและเปรียบเทียบปรับด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ เรื่องแท็กซี่ เดี๋ยวนี้มีแท็กซี่แต่งซิ่งครับ ใส่ท่อแล้วก็โหลด (Load) รถ ประดับไฟมากมายไม่เหมือนรถรับจ้าง จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตรวจสอบแท็กซี่ด้วยครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้มีรถแท็กซี่แต่งซิ่งครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน

เรื่องแรก ประชาชนหมู่บ้านดวงทองหรือหมู่บ้านบัวทองแฟคทอรี่ ๒ ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ร้องเรียนมาเรื่องถนนทางเข้าหมู่บ้าน เป็นหลุมเป็นบ่อ เทศบาลไปซ่อมได้ไม่นานก็พังอีก ขอให้ซ่อมแล้วอยู่ได้นาน ๆ

เรื่องที่ ๒ พี่น้องพยาบาลทั่วประเทศได้มาประท้วงรัฐบาลเมื่อวานนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าไม่มีพยาบาล หมอหรือนายแพทย์ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้น พยาบาลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในโรงพยาบาลนอกเหนือจากแพทย์ เพราะฉะนั้นจึงต้องการที่จะ ให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องของพยาบาลเครือข่ายวิชาชีพที่มาเรียกร้องต่อรัฐบาลเมื่อวานนี้

เรื่องที่ ๓ ไข้เลือดออกระบาดที่เขตหนองแขม บริเวณรอยต่อระหว่าง เขตหนองแขมกับอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการในการที่จะกำจัดยุงลายและป้องกันไม่ให้ลูกหลานของ พี่น้องประชาชนเป็นไข้เลือดออก

เรื่องถัดมา เป็นเรื่องที่ต้องขอขอบคุณท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สภาได้ไปตรวจสอบและซ่อมแซม โรงอาหารที่สโมสรเล็ก โดยรื้อหลังคาเอาวัชพืชออกแล้วทำฝ้าเพดานใหม่ แล้วจะปรับปรุง ห้องน้ำใหม่ไม่ให้เหม็นเหมือนกับรถไฟชั้น ๓ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ต้องขอขอบคุณ และที่น่าสงสัยก็คือว่าสภาที่ไปจัดงานที่เมืองทองธานีใช้งบประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทไปจัดงานเลี้ยง อยากจะถามว่า ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทไปจัดงานเลี้ยง ที่เมืองทองธานี ในนามของสภาผู้แทนราษฎรนั้นไปใช้จ่ายอะไรบ้าง เพราะเงินจำนวนดังกล่าว เป็นเงินที่มากและไม่น่าจะใช้ถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท

สุดท้าย กรณีบริษัท ไร่ส้ม จำกัด คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องและคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา มาชี้แจงในวันพุธหน้า ขอขอบคุณ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเอมอร สินธุไพร ครับ

นางเอมอร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายสุพร ตรีกูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๕ บ้านนาสมบูรณ์ พร้อมด้วยพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนในเส้นทางหลักกิโลเมตรที่ ๖ ของเส้นทางร้อยเอ็ด-อาจสามารถ ซึ่งเป็นทางแยกเข้าไปหมู่บ้านนาอุดม บ้านนาสมบูรณ์และ บ้านหัวบ่อ ตำบลหนองไผ่ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ตัด ออกมาถนนเส้นหลักที่จะเดินทางเข้าสู่จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเส้นทางถนนลูกรัง เป็นเส้นทาง คู่กันกับการตั้งหมู่บ้านซึ่งยังไม่ได้รับการพัฒนา ซึ่งผู้นำหมู่บ้านนั้นได้ทำโครงการเสนอไปยัง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไผ่ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไผ่บอกว่า ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะนำไปสร้างถนนเส้นนี้ ฉะนั้นดิฉันจึงขอนำเรียนความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ได้จัดสรรงบประมาณในการไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพระปลัดสมัย ปัญญาธโร ซึ่งเป็น เจ้าอาวาสวัดเจริญราษฎร์ บ้านโคกสว่าง ตำบลโคกสว่าง อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งวัดแห่งนี้ได้เปิดทำการสอนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ซึ่งมีหลักสูตรอยู่ ๒ ประเภท ก็คือ หลักสูตรธรรมศึกษาสำหรับนักเรียนทั่วไป มีจำนวนนักเรียนอยู่ ๓๔๙ คน และหลักสูตร ปริยัติธรรมสำหรับพระภิกษุสามเณร ซึ่งได้รับเงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติเป็นรายหัว ๘๗ บาท แต่เจ้าอาวาสวัดได้ชี้แจงนำเรียนความเดือดร้อนนี้กับดิฉันว่าได้ รายหัวเพียง ๑๘ บาท สำหรับพระภิกษุ สามเณร ถ้าเป็นสามเณรนี้รายหัว ๕๐๐ บาท ภิกษุ ๙๐๐ บาท ในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ได้ปีละ ๘,๐๐๐ บาท ฉะนั้นทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารไม่เพียงพอจึงเกิดความ เดือดร้อน ฉะนั้นดิฉันจึงขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ และกระทรวงวัฒนธรรมได้นำความเดือดร้อนนี้ไปแก้ไขให้กับทางโรงเรียนพุทธศาสนา วันอาทิตย์ด้วย ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะกำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกำลังนำปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนมาปรึกษาที่สภานะครับ เชิญท่านสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ครับ

นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๒๓ เขตพระโขนง เขตบางนา พรรคประชาธิปัตย์ คือวันนี้ก็ต้อง แสดงความยินดีกับ กสทช. ที่ได้แบ่งเค้ก ๓ จี (3G) เป็นที่เรียบร้อยทำให้เอไอเอส (AIS) ทรู (True) แล้วก็ดีแทค (DTAC) ก็ได้ผลประโยชน์ไปเป็นที่สมใจของทุกฝ่ายครับ ก็อยากจะฝากว่า อย่าไปเปิดแชมเปญ (Champagne) ฉลองจนลืม อย่าให้ประชาชนเป็นเหยื่อผลประโยชน์ ในส่วนตรงนี้ครับ

แล้วอีกส่วนหนึ่งคือผมอยากจะให้ดูแลเกี่ยวกับเรื่องสายโทรศัพท์ว่า ทำไมรกรุงรังอย่างนี้ครับ ปล่อยให้รกรุงรังเต็มไปหมดเลย ไม่มีใครแก้ไข อยากจะทราบว่า ขณะนี้ก็ได้เปลี่ยนการใช้คลื่นทางอากาศแทนสายไฟกันไปหมดแล้ว ตรงนี้จะได้รับการเหลียวแล ดูแลหรือไม่ หรือว่ามันไม่มีผลประโยชน์ ผลประโยชน์น้อยเลยไม่มีคนใส่ใจ ก็ไม่ทราบว่า ใครเป็นเจ้ากระทรวงดูแลในส่วนตรงนี้ ก็อยากรบกวนท่านประธานฝากดูแลในเรื่องนี้ด้วยครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือพี่น้องชาวพระโขนง ชาวบางนา ชาวประเวศ ก็ขอฝาก ขอบคุณท่านผู้ว่าราชการ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่ได้ทำประตูระบายน้ำ แนวตะเข็บรอยต่อกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ ๖ แห่ง มีประตูระบายน้ำคลองขันแตก คลองปากน้ำ และคลองอ้ายสลุด รามคำแหง ๒ และคลองหนองบอน ถนนอ่อนนุช คลองบางนา คลองบางนา-ตราด ๕๖ คลองพระโขนงเก่า ถนนอ่อนนุช ก็เป็นที่อบอุ่นใจ ให้กับพี่น้องชาวพระโขนง ชาวบางนา ชาวประเวศ ได้สบายใจขึ้นในการแก้ปัญหา เรื่องน้ำท่วมขังครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในตำบลกวนวัน ตำบลเมืองหมี ตำบลปะโค อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เกี่ยวกับเรื่องของการบรรทุกกรวด และทรายของท่าทรายที่เรียงรายกันอยู่ตามลำน้ำโขงหลายบริษัท สร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนในเรื่องของเสียงรถดัง ๒. กรวดและทรายที่บรรทุกเป็นกรวดและทรายเปียก น้ำที่หยดลงมาหลังจากที่โดนแดดแล้วก็จะแห้งกลายเป็นฝุ่นสร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนจำนวนมาก สิ่งที่ประชาชนเขาต้องการก็คือให้มีการทบทวนในเรื่องของ ใบอนุญาตซึ่งต่อเป็นปี ๆ อยู่แล้ว ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาด้วย ๓ ตำบลนี้ เดือดร้อนหนักมาหลายปี มีโอกาสได้หารือในสภาแห่งนี้ก็หลายครั้งแต่ยังไม่เกิดผลประการใด

เรื่องที่ ๒ เรื่องความเดือดร้อนของลูกจ้างการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ได้รับ การอนุมัติอัตรา ๒,๔๓๘ อัตรา ซึ่งลูกจ้างการรถไฟแห่งประเทศไทยปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คนจากทุกแผนก ครม. ได้อนุมัติหลักการและอนุมัติจำนวนที่จะให้เป็น พนักงาน ๒,๔๓๘ อัตรา เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะถ้ามีการสอบเกรงว่า จะมีปัญหา ๑. ข้อสอบรั่ว ๒. เส้นสาย ๓. ใช้เงิน เพราะฉะนั้นอยากจะให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้พิจารณาให้ความเป็นธรรมกับลูกจ้างเหมือนกับลูกจ้างอื่น ๆ โดยได้มีการเลื่อนไหล ตำแหน่งงานจากพนักงานที่มีอายุงาน ๑๐ ปีขึ้นไปก็ได้ แล้วก็พิจารณาว่าใครที่เหมาะสม ตำแหน่งอะไรก็ให้บรรจุเป็นขวัญกำลังใจกับพนักงาน ก็ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน

เรื่องที่ ๑ งบเอสเอ็มแอล (SML) ซึ่งชุมชน หมู่บ้านได้ทำการขออนุมัติ ตามหลักเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าหลายหมู่บ้านยังไม่ได้รับงบประมาณนะครับ งบประมาณ ดังกล่าวถือเป็นพันธสัญญาระหว่างรัฐบาลกับพี่น้องประชาชนกับชุมชนในพื้นที่ ขอให้ทาง รัฐบาลได้เร่งรัดส่งเงินเอสเอ็มแอลตามพันธสัญญานี้ไปให้พี่น้องประชาชน เพราะว่า หลายหมู่บ้านรอคอย

เรื่องที่ ๒ มหาวิทยาลัยทักษิณรวมกับพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงมีความคิดเห็น ร่วมกันว่าจะขอเปิดคณะแพทยศาสตร์ขึ้นในมหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่านอกจากจะมีคณะแพทยศาสตร์แล้วจะให้มีโรงพยาบาลของ มหาวิทยาลัยด้วย ใช้งบประมาณจำนวนหนึ่ง จึงขออนุญาตขอการสนับสนุนจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็สำนักงบประมาณในการผลักดันโครงการนี้ และตั้งงบประมาณเพื่อสนองตอบความต้องการนี้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ เรื่องถนนทางหลวงแผ่นดินของกรมทางหลวง ไหล่ทางระหว่าง บ้านหัวควน ตำบลดอนประดู่ไปถึงบ้านห้วยลึก ตำบลดอนทราย ยังเป็นถนนแคบ มีอุบัติเหตุบ่อยมาก จึงขอให้ทางกรมทางหลวงสนับสนุนขยายไหล่ทาง แล้วก็สุดท้ายถนน ของกรมทางหลวงชนบทระหว่างบ้านม่วงทวน ตำบลหารเทาไปยังบ้านหัวควน ตำบลดอนประดู่ เป็นถนนที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบลต่อตำบล แต่ว่าขณะนี้สภาพถนนยังไม่ลาดยาง จึงขออนุญาตให้ทางหน่วยงานคือกรมทางหลวงชนบท ได้สนับสนุนงบประมาณ แต่ว่าทั้งหมดทั้งถนนของกรมทางหลวง ทั้งถนนของกรมทางหลวงชนบท ไม่ต้องทำหนังสือไปยังจังหวัดนะครับ เกินกำลังของจังหวัด ขอให้ทางหน่วยงานส่วนกลาง ได้จัดสรรงบประมาณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปจะเป็นท่านองอาจ วงษ์ประยูร แล้วก็ท่านที่ ๒ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ท่านที่ ๓ ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ท่านที่ ๔ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านที่ ๕ ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ท่านที่ ๖ ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านที่ ๗ ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เชิญท่านองอาจครับ

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกร ๓๔๒ ราย จาก ๒ ตำบล ตำบลดงตะงาว และตำบลดอนพุด เขาได้เข้าโครงการขอฟื้นฟูเยียวยาในช่วงของอุทกภัย ทำเรื่องขอมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๕๕ บัดนี้แล้วก็ยังไม่ได้รับเงินค่าเยียวยาแต่อย่างไร ผมได้ติดต่อสอบถามไปทราบว่าเขาทำถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง ผ่านขั้นตอนทางกรม กอง มาโดยตลอด ติดขัดอยู่เฉพาะที่ ธ.ก.ส. ยังไม่ได้ส่งเงินไปที่ตำบล ก็กราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังท่านผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยผลักดันส่งเงินไปโดยเร่งด่วนด้วย พี่น้องเกษตรกรที่นี่ เขาเดือดเนื้อร้อนใจ เนื่องจากว่าตำบลใกล้เคียงนั้นได้รับเงินจำนวนนี้กันเรียบร้อยหมดแล้ว

เรื่องที่ ๒ ผมได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้อง อสม. ที่อำเภอเสาไห้ ก็ได้รับการร้องขอ มาจากพี่น้อง อสม. และผู้สูงอายุตำบลหัวปลวก อำเภอเสาไห้ เขาขอให้ช่วยจัดหา อาคารอเนกประสงค์เพื่อจะทำกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพให้กับผู้สูงอายุ และพี่น้องในตำบลหัวปลวก อำเภอเสาไห้ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ขวัญใจพี่น้อง อสม. คือท่านรัฐมนตรีวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ช่วยจัดสรรงบประมาณดูแลอาคารอเนกประสงค์ให้กับพี่น้องในตำบลหัวปลวกด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุพัชรีครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่องด้วยกันนะคะ

เรื่องแรก ดิฉันอยากให้ท่านประธานประสานไปยังแขวงการทางพัทลุง หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยไปดูในเรื่องของการปรับปรุงจุดยูเทิร์น (U-turn) ตรงโค้งบ้านต้นไทร ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง เพราะว่าจุดยูเทิร์นตรงนั้น จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยมากที่สุด เพราะว่าในการจัดปรับระดับของจุดยูเทิร์นยังไม่ได้ระดับ ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

เรื่องที่ ๒ หลายครั้งมากที่หารือเรื่องปัญหาราคาสุกร แต่วันนี้เป็นปัญหา อย่างมากจริง ๆ เพราะว่าวันนี้ผู้เลี้ยงสุกรก็ได้มีการรวมตัวกันเพื่อที่จะเข้าไปพบยัง กระทรวงพาณิชย์ เข้าไปพบยังรัฐบาล ท่านประธานอย่ามองหน้าดิฉันเป็นหน้าสุกรนะคะ เพราะว่าวันนี้ดิฉันเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ราคาสุกร หน้าฟาร์มวันนี้ตกลงมาก ประกอบกับวันนี้ราคาต้นทุนอาหารสุกรก็สูงขึ้น แต่กลับกันก็คือ ราคาที่หน้าเขียงกลับมีราคาที่สูงขึ้น ดิฉันก็เลยอยากจะให้ทางกระทรวงพาณิชย์ อยากจะให้ ทางรัฐบาลซึ่งเป็นกำลังหลักที่จะดูแลช่วยเหลือพี่น้องผู้เลี้ยงสุกรให้ช่วยอย่างเร่งด่วน อย่างเร็วที่สุด วันนี้มีความเดือดร้อนมาก

เรื่องสุดท้าย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของตำบลท่าแค วันนี้พี่น้องตำบลท่าแค มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอยู่ศูนย์เดียว แล้วก็ยังไม่ได้ปรับปรุงเป็นศูนย์ที่ได้มาตรฐานที่เป็นแบบ ของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็มีความแออัดมาก เด็ก ๆ ที่อยู่ในศูนย์ก็อยู่กันเป็นจำนวนมาก ก็เลยอยากจะให้ท่านประธานประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยที่จะขอเพิ่มศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ของตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุงให้เพิ่มขึ้นมาอีก ๑ ศูนย์ ขอกราบขอบพระคุณมากค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเปล่งมณีครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่าน ๒ เรื่องเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเจด็จ วิจิตรปัญญา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านกกกอก หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลยว่าในห้วงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากทำให้บล็อก คอนเวิร์ท (Block convert) พังเสียหาย ไม่สามารถที่จะรับน้ำแรง ๆ ได้ ทำให้ถนนเสียหายพังไปด้วย นายเจด็จผู้นำคนนี้จึงเสนอว่า อยากจะได้สะพานแทนบล็อก คอนเวิร์ท จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นหรือกรมทางหลวงชนบท และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจและแก้ไขปัญหาให้กับหมู่บ้านด้วย

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนขอให้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างถนน ระหว่างหมู่บ้าน ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากนางณัฐกานต์ จันทะแพง ราษฎรบ้านเลขที่ ๑๒๖ หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลยว่าในตำบลหนองบัวมีราษฎรอาศัย อยู่หนาแน่น แต่มีถนนสายบ้านป่าจันตมถึงบ้านแก่งไฮมีความยาว ๓,๔๐๐ เมตร ได้สร้างถนนคอนกรีตไปเพียง ๖๐๐ เมตร ยังเหลืออีก ๒,๘๐๐ เมตร ซึ่งถนนเดิมเป็นถนนลูกรัง ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเวลามีฝนตกหนักทำให้พื้นผิวการจราจรเป็นหลุมเป็นบ่อ พี่น้องประชาชน ไม่สามารถที่จะเข้าออกในหมู่บ้านได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องการเจ็บป่วย การทำมาหากิน หรือภารกิจต่าง ๆ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะ กรมทางหลวงชนบทหรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นช่วยส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจ ถนนเส้นนี้ ผลักดันงบประมาณก่อสร้างให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ให้ทำการสำรวจถนนตามแนวเส้นทางเลียบชายฝั่งทะเลนครศรีธรรมราช บริเวณพื้นที่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชและอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงตั้งแต่ตำบลปากพูน ผ่านไปยังตำบลท่าซัก ตำบลปากนคร ตำบลท่าไร่ของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และตำบลบางจาก และตำบลปากพนังฝั่งตะวันตกของอำเภอปากพนัง ทั้งนี้เพื่อปรับปรุง ให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวชายทะเลของจังหวัดนครศรีธรรมราชในโซน (Zone) พื้นที่ที่เป็น ป่าชายเลนต่อไป ก็ขอให้กรมทางหลวงชนบทได้ประสานกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อบูรณาการความร่วมมือดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

เรื่องที่ ๒ ขอหารือผ่านไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยให้จัดทำแผนงาน รองรับโครงการผลักดันพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชสู่มรดกโลกในด้านการท่องเที่ยว และการขนส่งมวลชนในระบบราง โดยขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณาจัดขบวนรถไฟ โดยสารพิเศษเป็นรถสปรินเตอร์ ๓ เส้นทาง เป็นเส้นทางที่เข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราชคือ ๑. เส้นทางหาดใหญ่-นครศรีธรรมราช ๒. เส้นทางกันตัง-นครศรีธรรมราช และ ๓. เส้นทางสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช ทั้ง ๓ เส้นทางนี้ต้องถือว่าเป็นเส้นทางเดินรถพิเศษ ที่ผ่านทางสถานีรถไฟเขาชุมทองเข้าสู่สถานีนครศรีธรรมราช ซึ่งจะเป็นเมืองมรดกโลก ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการที่นักท่องเที่ยวจาก ๓ แหล่งดังกล่าวจะสามารถเดินทางมาเที่ยวชมพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชได้โดยสะดวก แล้วก็ยังเป็นทางเลือกใหม่ในการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดใกล้เคียง ที่จะเดินทางมาจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ครับ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ ประกอบด้วยอำเภอครบุรีและอำเภอเสิงสาง มีข้อหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง

เรื่องแรก คือลูกจ้างชั่วคราวซึ่งเราเรียกว่านักการภารโรง ซึ่งวันนี้ได้รับ ความเดือดร้อนเนื่องจากค่าตอบแทนนักการภารโรงซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวในสำนักงานเขต แต่ละพื้นที่การศึกษานั้นค่อนข้างจะต่ำ ซึ่งอยากจะให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ ๓๐๐ บาท ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รับพิจารณาลูกจ้างชั่วคราวกลุ่มนี้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นในเขตตำบลจระเข้หิน โดยเฉพาะบ้านตลิ่งชันซึ่งมีความศรัทธากับวัดเขาจอมทอง เนื่องจากวัดเขาจอมทองนั้น มีความประสงค์จะใช้กระแสไฟฟ้า แต่เนื่องจากผิดเงื่อนไขตรงที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนั้นไม่ยอมให้ปักเสาไฟได้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ ทั้ง ๆ ที่ทางวัดและพี่น้องชาวตำบลจระเข้หินนั้นมีงบประมาณที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการ ขอติดตั้งไฟฟ้า

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากนางเจริญ ขาวพิมาย ซึ่งเป็นประชาชน อยู่ที่ตำบลมาบตะโกเอน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมาว่าลูกสาวนั้นได้ไปทำงานที่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่เนื่องจากว่าเมื่อไปแล้วค่าจ้างไม่เป็นไปตามที่ ตกลงกันไว้ได้รับความเดือดร้อน มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับเมืองไทย จึงฝากผม มาร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงแรงงานให้ช่วย ประสานงานและหาทางเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนเพื่อที่จะให้นางสาวชมพูนุช และเพื่อน ๆ ที่มีความประสงค์จะกลับบ้านนั้นได้กลับเมืองไทยโดยเร็ว ขอขอบคุณครับ และผมมีเอกสารที่จะให้ท่านประธานเพื่อที่จะติดตามต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอบัญญัติครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ส.ส. นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ใคร่ขอหารือท่านประธานถึงรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เร่งพิจารณาประกาศให้ มูลนิธิตากสินระยองเป็นองค์กรหรือสถานสาธารณกุศลตามประกาศของกระทรวงการคลัง เพื่อยกเว้นภาษี แล้วก็เปิดโอกาสให้ผู้บริจาคเงินเข้ามูลนิธิตากสินระยองได้ลดหย่อนภาษี สืบเนื่องจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองได้ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมตากสินและโรงเรียน อนุบาลตากสินมูลค่ากว่า ๕๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันดำเนินการเปิดการเรียนการสอน ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมูลนิธิตากสินระยอง ไว้เป็นมูลนิธิที่จ่ายเป็นค่าบุคลากรทางการศึกษาตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงครูผู้สอน แล้วก็ได้ดำเนินการก่อตั้งมูลนิธินี้ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ เป็นเวลากว่า ๓ ปีแล้ว เข้าเกณฑ์ประกาศของกระทรวงการคลังที่จะต้องให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลนี้ ทางมูลนิธิ ได้ทำเรื่องถึงกระทรวงการคลังแต่ก็ยังไม่ได้รับการประกาศแต่อย่างใด ก็ขอฝากท่านประธาน ได้เร่งรัดให้ท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาประกาศด้วย เนื่องจากเป็นมูลนิธิที่ดำเนินกิจการ เพื่อการศึกษาโดยตรง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งรัดให้ก่อสร้างตึกผ่าตัด ตึกคลอด และตึกไอซียู (ICU) ของโรงพยาบาลแกลง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เนื่องจากก่อสร้างมา ประมาณปีกว่าแล้ว แต่ว่าผู้รับเหมาก็ยังทิ้งช่วงการก่อสร้างมานานทำให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อน เนื่องจากอำเภอแกลงเป็นอำเภอใหญ่ไม่มีห้องผ่าตัด ห้องไอซียู และห้องคลอด ที่ได้มาตรฐาน ขอให้กระทรวงสาธารณสุขโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งรัด ให้ก่อสร้างให้เป็นไปตามสัญญาอย่างรวดเร็วด้วยครับ

เรื่องสุดท้าย ขอให้กรมชลประทานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยไปสำรวจว่า จะมีหนทางใดที่จะช่วยให้หมู่ที่ ๑๑ บ้านหนองน้ำเย็น ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเกิดจากคลองโพล้ซึ่งไหลลงมาแล้วก็ท่วมทุกปี ยังไม่เห็นมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดประชุมเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซ้ำซากของหมู่ที่ ๑๑ ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักเรียนพยาบาลชั้นปีที่ ๔ รุ่นที่ ๔๖ และอาจารย์ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกจากวิทยาลัยกองทัพบก กรุงเทพมหานคร ๑๐๐ ท่าน ขณะนี้ อยู่ระหว่างการหารือความเดือดร้อนของประชาชนของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ต่อไปเชิญท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ในปัจจุบันนี้ที่ประเทศของเรานั้นได้รับการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน ด้วยกัน มีการอุดหนุนงบประมาณในหลาย ๆ ส่วน รวมทั้งเรื่องการที่เราจะเตรียมความพร้อม ในเรื่องของการเข้าสู่สมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ท่านประธานคะ แต่ปัญหาที่พี่น้อง ในพื้นที่แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครที่ซึ่งถือว่า เป็นเมืองหลวงของประเทศไทยนั้นยังคงได้รับปัญหาในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานที่ยังขาดการพัฒนาค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ว่าน้ำประปายังเข้าไม่ถึง พี่น้องประชาชนนั้นได้รับความเดือดร้อน อย่างมาก บ้านที่ไม่มีน้ำประปาใช้ในขณะที่อยู่ที่กรุงเทพมหานครที่ซึ่งเรียกตัวเองว่า เป็นชาวกรุง แต่ที่บ้านยังไม่มีน้ำประปาใช้ พี่น้องประชาชนจึงได้เรียกร้องมาทางดิฉันว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอเรียกร้องในส่วนของ กทม. ด้วยที่เป็นผู้บริหาร กรุงเทพมหานครโดยตรง ได้โปรดให้ความสนใจพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า ชายขอบของกรุงเทพมหานครด้วย ด้วยสิทธิของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันนะคะ ดิฉันก็ยังมีในส่วนอื่น ๆ ในเรื่องของถนนหนทางที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม มีน้ำท่วมขัง ซึ่งมันเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกัน ดิฉันได้ไปลงพื้นที่มาพี่น้องก็ได้เข้ามาร้องเรียนว่า ไม่รู้ว่าจะร้องเรียนกับใคร จึงฝากมาทางดิฉันว่าในเรื่องของน้ำประปา เรื่องของถนนหนทาง ในแขวงขุมทองที่ได้รับความเสียหาย

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างตรงทางเข้าโรงเรียนวัดขุมทอง มีเสา มีหลอดไฟ แต่ไม่เปิดไฟให้ประชาชนใช้ ดิฉันก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดเข้าไป แก้ไขด้วย รวมถึงไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณทางเท้าเลียบคลองตาสอนด้วยนะคะ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ได้โปรดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้โปรดทำงานให้อย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชนให้เพิ่มยิ่งขึ้นค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ท่านที่ ๒ ท่านอาจารย์นิยม วรปัญญา ท่านที่ ๓ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ท่านที่ ๔ ท่านสมคิด บาลไธสง ท่านที่ ๕ ท่านอรรถพร พลบุตร ท่านที่ ๖ ท่านมนพร เจริญศรี แล้วผมจะเข้าระเบียบวาระแล้วครับ เชิญครับ

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง

เรื่องแรก ผมได้รับร้องเรียนจากนายบุญส่ง กันสุข สมาชิกองค์การบริหาร ส่วนตำบลสามเรือน อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัยว่าราษฎรในหมู่ที่ ๙ บ้านห้วยคล้า ตำบลสามเรือนประมาณ ๑๕๐ ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนจากกระแสไฟฟ้าตก จนทำให้ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านโดยเฉพาะหลอดนีออนเสียหาย ตลอดจนเครื่องสูบน้ำซับเมิร์จ (Submerged) ซึ่งใช้สูบน้ำทำไร่ทำนาได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงขอฝาก ท่านประธานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ทำการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๙ ตำบลสามเรือนด้วย โดยเพิ่มเป็นไฟฟ้า ๓ เฟส (Phase) นะครับ

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายนิคม ทิพย์สังวาลย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลสามเรือน และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๗ ท่านผู้ใหญ่เฉลิม แจ่มสะอาด ตำบลสามเรือน อำเภอศรีสำโรง รับแจ้งว่าราษฎรในหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๗ ตลอดจนถึงหมู่ที่ ๒ ตำบลสามเรือน ได้รับปัญหาความเดือดร้อนจากการที่ถนนเลียบแม่น้ำยมซึ่งเป็นทางสัญจรของราษฎร ได้ถูกกระแสน้ำแม่น้ำยมกัดเซาะมาตั้งแต่ ๒ เดือนที่แล้ว และตั้งแต่ปีที่แล้วได้รับผลกระทบมา จนทำให้ถนนกว้าง ๕ เมตร ยาวประมาณ ๔,๕๐๐ เมตร ได้รับความเสียหายดินสไลด์ (Slide) ทรุดไปจนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ซึ่งทางจังหวัดก็ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ทราบว่าได้มีการสำรวจแล้วได้จัดสรรงบประมาณไปสร้างถนนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากนายจตุรภัทร พรอมรชัย กับพวก รวม ๔๕ คน ซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษา และวิทยาลัยเทคนิค เกี่ยวกับเรื่องขอให้ทางรัฐบาลนั้นได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุม ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบจากลูกจ้างชั่วคราวเป็นพนักงานราชการในสายอาชีวศึกษา ซึ่งมีสายผู้สอนถึง ๘,๕๐๐ กว่าคน และสายสนับสนุนอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าคน รวมทั้งหมด เกือบ ๒๐,๐๐๐ อัตรา ขอฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญอาจารย์นิยมครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ประเภทบัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจำนวนมากขอให้ช่วยนำ ความเดือดร้อนมาเสนอต่อท่านประธาน มีสาระสำคัญอยู่ทั้งหมด ๖ เรื่อง

๑. ถนนเข้าโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาล ที.เอ็น. จากอำเภอท่าหลวง ปีนี้ว่าจะได้งบประมาณ ๒ กิโลเมตร ยังเหลืออีก ๔ กิโลเมตรยังไม่ได้ลาดยาง อันนี้ก็ขอขอบคุณไปยังท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้กรุณาจัดให้ ๒ กิโลเมตร แต่อยากจะขอให้เชื่อมต่อกันอีก ๖ กิโลเมตรเศษ ๆ ก็จะถึง สถานที่ท่องเที่ยวแม่น้ำป่าสักครับ

๒. ขอให้ขุดลอกแม่น้ำป่าสักเพื่อกักน้ำไว้เป็นห้วง เป็นวัง ที่ขุดลอกไว้ ที่ทางท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กรุณาส่งรถไปช่วยขุดโดยเอารถทหารไปขุดให้นะครับ แล้วขุดตลอดไปเลย ทีนี้มันก็ไม่มีที่กักเก็บน้ำ น้ำก็ไหลเลย ฉะนั้นอยากให้ทำเป็นวัง แล้วขุดก็ตื้น ยังไม่ลึกพอที่จะกักเก็บน้ำได้มากเพราะแม่น้ำป่าสักมีส่วนสำคัญที่ท่วมกรุงเทพฯ

๓. ขอให้ลาดยางถนนจากบ้านเขาตำบลไปบ้านซับน้ำหวาน ไปอ่างเก็บน้ำห้วยลึก แล้วก็ไปคลองลำพราก ไปวัดหลวงพ่อเณร ตอนนี้จะไปเชื่อมกันที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พาดกับถนนจากจังหวัดชัยภูมิ อำเภอภักดีชุมพลมาที่บึงสามพันแล้วก็จะไปที่ จังหวัดนครสวรรค์

๔. ขอให้ฟื้นฟูถนนจากลำนารายณ์ครับ ถนนจากลำนารายณ์สายนี้ ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ ๑ ป่านนี้ยังลาดยางไม่เชื่อมต่อกัน บางตอนมีลาดยางแล้วก็ชำรุดเสียหาย และเป็นถนน ๒ เลน (Lane) ทั้งที่เป็นทางลัดตัดตรงเลยครับสายนี้ ก็จะขอให้ลาดยาง เป็น ๔ ช่องจราจรตั้งแต่ลำนารายณ์ เขาพังเหย จังหวัดชัยภูมิ แล้วก็ไปถึงจังหวัดขอนแก่น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อ ๕ กับข้อ ๖ เอาไว้พรุ่งนี้นะครับ เดี๋ยวจะเข้าระเบียบวาระ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

ขอเป็นหนังสือแล้วกันครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ ส่งมาเลยนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เพื่อรองรับความเจริญและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ก็ขออนุญาตหารือ ท่านประธานได้แจ้งถึงกระทรวงคมนาคม เรื่องที่ผมเคยหารือไว้ก็คือการขยายสนามบินตรัง จาก ๒,๑๐๐ เมตร เป็น ๓,๐๐๐ เมตร ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ให้หลักเกณฑ์ว่าจะต้องมี ๖ เที่ยวบินต่อวัน แล้วก็มีผู้โดยสาร ๓๐๐,๐๐๐ คนต่อปี ซึ่งได้รับคำตอบจากการท่าอากาศยาน ที่จังหวัดตรัง แจ้งว่าจะถึงหลักเกณฑ์ในปีนี้ และกระทรวงคมนาคมก็ได้แจ้งว่าจะตั้ง งบประมาณไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ก็ขอให้ท่านประธานได้ทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมด้วย ส่วนที่ ๒ ก็คือต้องยอมรับว่าขณะนี้อาคารผู้โดยสารที่สนามบินจังหวัดตรังมีความแออัดมาก เพราะฉะนั้นเพื่อรองรับความเจริญ จึงขอให้ทางกระทรวงคมนาคมได้ขยายอาคารผู้โดยสาร ให้เพียงพอสำหรับนักเดินทางด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน ซึ่งเป็นโครงการ ที่ได้เริ่มศึกษาโครงการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย หลายรัฐบาล จนกระทั่ง มีการศึกษาถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีการศึกษาเป็นที่เสร็จสิ้น เป็นความต้องการของ พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดกระทรวงคมนาคมสามารถจัดสรรงบประมาณได้ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ ก็จะนำความเจริญสู่พื้นที่แล้วก็ความสะดวกสบายให้กับพี่น้องประชาชน

ถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ต้องขอขอบคุณที่ทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้ปรับปรุงสนามกีฬาจังหวัดตรัง ทั้งเรื่องการขยายอัฒจันทร์แล้วก็ ไฟฟ้าส่องสว่าง ท่านประธานครับ มีพื้นที่มีความพร้อมสำหรับการก่อสร้างสนามกีฬาระดับอำเภอ อยู่ ๓ แห่ง ก็คือ ๑. อำเภอกันตัง ๒. อำเภอย่านตาขาว ๓. อำเภอสิเกา มีพื้นที่สำหรับก่อสร้าง สนามกีฬาระดับตำบลทั้งหมด ๕ แห่ง ๑. ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว ๒. ตำบลบางเป้า ๓. ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง ๔. ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา ๕. ตำบลคลองชีล้อม อำเภอกันตัง ก็ขออนุญาตท่านประธานได้สร้างคนด้วยกีฬาด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอหารือกับท่านประธาน ดังนี้ครับ

เรื่องแรก ขอทราบความคืบหน้าในการก่อสร้างพนังกั้นตลิ่งแม่น้ำโขง บริเวณบ้านปากสวย อำเภอโพนพิสัย และบ้านเปงจาน อำเภอรัตนวาปี การก่อสร้างช้ามาก อยากให้ผู้เกี่ยวข้องได้ติดตามด้วย

เรื่องที่ ๒ ของบขุดลอกหนองคอน หนองนกหอ อำเภอรัตนวาปี หนองสรวง อำเภอโพนพิสัย หนองกุดบ้าน หนองชิ หนองงู อำเภอเฝ้าไร่ เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้มีน้ำใช้ในการเกษตร แต่ละห้วย หนอง ที่ผมเสนอมานี้ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ไร่ขึ้นไป

เรื่องที่ ๓ ของบสร้างคลองระบายน้ำด้วยไฟฟ้า เครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว อยากให้รัฐบาลได้เร่งรัดงบประมาณส่วนนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในการระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรทั้งจังหวัดหนองคายและทั่วประเทศด้วย

เรื่องที่ ๔ อยากให้รัฐบาลฟื้นฟูโครงการโขง-ชี-มูล ตอนนี้ถ้าได้ดำเนินการมา ตั้งแต่ต้นคงจะใช้การได้แล้ว ตอนนี้ก็ยังชะงักไป โครงการโขง-ชี-มูล ถ้าไปปัดฝุ่น สักเล็กน้อยพี่น้องประชาชนภาคอีสานก็จะได้น้ำใช้ทั่วภาคอีสานครับ

เรื่องที่ ๕ ขอให้กรมชลประทานหรือกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ดูแลพัฒนาลุ่มแม่น้ำสวย แม่น้ำเป อันนี้ผมเสนอมาแล้วเป็นเวลา ๔-๕ ปี ยังไม่มีการพัฒนาไปถึงไหน ก็ขอให้ กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ดูแลพัฒนาลุ่มน้ำ ๒ ลุ่มน้ำนี้ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๖ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขได้สนับสนุนงบประมาณโรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ เพื่อให้งบสร้างตึกผู้ป่วยแล้วก็สร้างบ้านพักหมอ พยาบาล น้ำประปา เครื่องสแกน (Scan) ให้โรงพยาบาลท่าบ่อซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่รักษาโรค ที่เกี่ยวกับท่อน้ำดีหรือนิ่วในถุงน้ำดีทั่วประเทศ พี่น้องประชาชนที่มีปัญหาเรื่องนิ่วในท่อน้ำดี ไปโรงพยาบาลท่าบ่อเป็นโรงพยาบาลที่มีความสามารถมากเป็นอำเภอหนึ่ง เป็นโรงพยาบาล ระดับอำเภอแต่ทำงานเท่ากับระดับจังหวัด ก็ขอกระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลงบประมาณ เป็นพิเศษด้วย ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถพรเชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้โอกาสหารือวันนี้กล่าวถึงเรื่องราว ซึ่งได้รับการประสานมาจากอดีต ส.ส. จังหวัดชลบุรี ๓ ท่านด้วยกัน คือ ท่านประมวล เอมเปีย ท่านไมตรี สอยเหลือง ท่านพจนารถ แก้วผลึก เกี่ยวกับกรณีที่แก๊งหนี้นอกระบบ ได้ไปพังบ้านของชาวบ้านที่ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เนื่องจากกู้เงินมา ๒๐,๐๐๐ บาทต้องเสียดอกเบี้ยวันละ ๔๐๐ บาท กู้ ๒๐,๐๐๐ บาทดอกเบี้ยเดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาท เขาส่งไป ๓๐,๐๐๐ บาท เกินเงินต้นไปตั้งเยอะแล้วเพียงแต่ช้าไป ๒-๓ วัน ก็โดนแก๊งทวงหนี้มาพังบ้าน ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดล่าตัวคนที่มันเอาเปรียบขูดรีด เลือดเนื้อคนจนอย่างนี้มาลงโทษโดยเร็ว โดยเฉพาะดีเอสไอ (DSI) อย่ามัวแต่เป็นทาสรับใช้ นักการเมืองควรจะมาจัดการปัญหานี้ครับ ขณะเดียวกันปัญหานี้ไม่ได้มีแต่จังหวัดชลบุรี ที่จังหวัดเพชรบุรีบ้านผม ที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี หรือหลายที่ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน แก๊งหนี้นอกระบบหรือแก๊งหมวกดำซึ่งคิดดอกเบี้ยขูดรีดร้อยละ ๖๐ บาทต่อเดือน โดยคิดเป็น รายวัน ผมเคยตั้งกระทู้ถามรัฐบาลนี้เมื่อสมัยประชุมที่แล้วว่ามีมาตรการช่วยเหลือพี่น้อง ที่เป็นหนี้นอกระบบนี้อย่างไร แต่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังคือคุณธีระชัยในยุคสมัยนั้นเลย และบัดนี้รัฐบาลไม่มีมาตรการใด ๆ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องที่ตกเป็นหนี้นอกระบบและชีวิตอยู่ในหุบเหวแห่งหายนะ เรามีรถคันแรก มีบ้านหลังแรก แต่ความหวังแรกของพี่น้องเหล่านี้ไม่มีครับ รัฐบาลที่แล้วเคยทำโครงการ ช่วยเหลือพี่น้องที่ตกเป็นหนี้นอกระบบ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช โอนหนี้นอกระบบมาสู่แบงก์ออมสิน ธ.ก.ส. ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่รัฐบาลนี้ ยังไม่มีมาตรการใด ๆ ออกมา ผมเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน และปราบปรามแก๊งหมวกดำเหล่านี้ว่าเป็นอาชญากรที่ร้ายแรงอย่างยิ่งในทางเศรษฐกิจครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมนพร เจริญศรี ครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือ ต่อท่านประธานจำนวน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ด้วยราษฎรบ้านเสาเล้า หมู่ที่ ๒ ชื่อว่านายปรีชา กันยาตี อายุ ๓๘ ปี อยู่ที่บ้านเสาเล้า ตำบลโพนสวรรค์ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ได้ไปสมัครงาน เพื่อไปทำงานที่ประเทศไต้หวันกับบริษัท จัดหางาน เอ. เค. แกรนด์ จำกัด โดยนางสาวรัชนีกร แก้วพารา เลขที่ใบอนุญาต ต ๑๐๔๔/๒๕๔๕ ไปทำงานในตำแหน่งคนงานขัดผิวโลหะ ซึ่งมีระยะเวลาการจ้าง ๒ ปี ๔ เดือน เพิ่งจะได้ไปทำงานวันที่ ๑ สิงหาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า โรงงานที่ไปทำนั้นขาดการควบคุม โดยเฉพาะมีการปล่อยสารเคมีให้กับคนงาน ที่เป็นแรงงานไทย ทำให้นายปรีชาไปทำงานเพียงแค่เดือนเศษ ๆ ก็เสียชีวิตลง และขณะนี้ ญาติก็ไม่มีเงินที่จะนำศพกลับมา ขณะเดียวกันศพของนายปรีชาขณะนี้นอนอยู่ห้องแช่แข็ง ที่โรงพยาบาลที่ประเทศไต้หวัน ดิฉันได้ติดต่อไปที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เพื่อจัดทำเอกสารแล้วส่งเอกสารเหล่านั้น ในที่สุดญาติก็มีมติร่วมกันว่าถ้าจะนำศพกลับมา ก็คงจะเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ก็คงจะรอแต่นำเอาเถ้ากระดูกกลับมา ขณะนี้บริษัทจัดหา งานดังกล่าวละเลยแล้วก็ไม่ได้ติดตามให้กับญาติผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด

-๑๔/๑ ดิฉันจึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และส่วนที่เกี่ยวข้องได้กระทำ แล้วก็ติดตามเงินประกันหรือว่าสิทธิที่พึงมีพึงได้ให้แก่ ญาติผู้เสียชีวิตต่อไปด้วยค่ะ และขอให้กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมได้กำชับควบคุม แรงงานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ขอให้ตรวจสอบบริษัทที่จะไปทำงานต่างประเทศว่า มีมาตรการควบคุมการป้องกันเรื่องสารเคมีแล้วก็ความปลอดภัยให้กับแรงงานไทยอย่างใด ต่อไปด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับคำร้องจากพี่น้องประชาชนบ้านโนนอุดม บ้านเหล่าบะดา ตำบลโพนบก อำเภอโพนสวรรค์ ว่าเส้นทางดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท แต่กรมทางหลวงชนบทก็ไม่เคยเข้าไปซ่อมแซมหรือดูแล ถ้าจะต้องมีการซ่อมแซมหรือดูแล ดิฉันขอฝากเส้นทางนี้ให้สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดนครพนมต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะสมาชิกสภาเทศบาลและผู้ใหญ่บ้าน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน ๓๐ ท่านนะครับ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมปรึกษาหารือกันอยู่ ท่านสมาชิกครับ เหลืออยู่ประมาณ ๑๐ ท่าน ผมจะขอยกยอดไปวันพรุ่งนี้นะครับ แล้วก็ผมจะขึ้นเร็วกว่าปกติ ใน ๑๐ ท่านนี้จะเอาไปพูดในตอนเช้าประมาณ ๙ โมงครึ่ง เพราะว่าเรามีกฎหมายที่จะต้องพิจารณาอีกประมาณ ๑๒ ฉบับ ซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งสังคมกำลังรอกฎหมายที่จะใช้บังคับอยู่นะครับ ท่านจักรวาลท่าน สุดท้ายเชิญครับ

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพรัก อย่างสูง กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุโขทัย ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องกราบขอบคุณท่านประธานอย่างสูงที่ให้โอกาสผม มาหารือคนสุดท้ายในวันนี้ ซึ่งผมขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวอำเภอสวรรคโลก ตำบลธาตุทองและตำบลเมืองบางยม ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ได้ประสบภัยน้ำท่วม สะพานแขวนซึ่งเป็นที่สัญจรแก่นักเรียนและคนเฒ่าคนแก่ข้ามไปข้ามมา ในการทำบุญตักบาตร ตลอดจนประชาชนที่ไป ๒ ฝั่งแม่น้ำยมซึ่งเดินทางโดยสะพานแขวน มาหลายสิบปี เมื่อเกิดอุทกภัยปีที่แล้วสะพานลอยได้พังเสียหายไป ปัจจุบันนี้คน ๒ ฝั่ง ถูกตัดขาดกัน แล้วก็ต้องเดินทางโดยอ้อมจากสะพานอีกตำบลหนึ่งคือตำบลคลองกระจง ซึ่งใช้ระยะทางประมาณเป็นสิบกิโลเมตร วันนี้กรมทางหลวงชนบทได้ออกแบบ ในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ในงบประมาณ ๓๙ ล้านบาทเศษ ซึ่งจะดำเนินการ ได้ข่าวว่า ในแบบจะดำเนินการในปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๕๗ ซึ่งผมดูแล้วถ้าเป็นปี ๒๕๕๗ ก็จะลำบากไปอีก ๒ ปี จึงกราบเรียนท่านประธานไปถึงกรมทางหลวงชนบทซึ่งได้ให้ ความกรุณาในการออกแบบก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว อยากให้ทางกระทรวงคมนาคมนั้น ได้ให้ความเห็นใจพี่น้องชาวสุโขทัยในอำเภอสวรรคโลก ๒ ตำบล คือ ตำบลธาตุทองเชื่อมต่อ ตำบลเมืองบางยมซึ่งเกิดอุทกภัยทุกครั้ง เมื่อล่าสุดนี้ก็ท่วมเหมือนกันครับ แต่นักเรียน พระ คนเฒ่าคนแก่ที่ต้องเดินทางไประหว่างทำบุญกันนั้นต้องเดินอ้อม แม้กระทั่งจะเผาศพ ต้องเคลื่อนศพข้ามสะพานอีกที่หนึ่งไป วันนี้ไม่มีสะพานข้าม แต่กรมทางหลวงชนบทนั้น ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ความกรุณาในการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างสะพานตำบลธาตุทองเชื่อมต่อ ตำบลเมืองบางยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ ขอขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใน ๑๐ ท่านที่เหลือพรุ่งนี้ ๙ โมงครึ่งนะครับ ผมจะขึ้นเช้าหน่อย

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๒ คน

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อ ๓๙๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมจะขอ เปิดประชุมเพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ ก่อนที่จะพิจารณาตามระเบียบวาระ ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อที่จะนำเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมและรับรองรายงาน การประชุมตามระเบียบวาระที่ ๒ และระเบียบวาระที่ ๓ ขึ้นมาแจ้งให้ที่ประชุมทราบก่อน ซึ่งถือว่าจะใช้เวลาไม่มาก

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าท่านสมาชิกท่านใดไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นผมจะขอดำเนินการตามที่ผมปรึกษาเลยนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

- รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ วันจันทร์ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ ประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบแล้วนะครับ จึงแจ้งที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) จำนวน ๖ ครั้ง

ครั้งที่ ๘ วันพุธที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕

ครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕

ครั้งที่ ๑๐ วันพุธที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕

ครั้งที่ ๑๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๕

ครั้งที่ ๑๒ วันพุธที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ครั้งที่ ๑๓ วันพฤหัสบดีที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกตรวจแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๖ ครั้งแล้วนะครับ

ต่อไปผมจะเข้าตามระเบียบวาระนะครับ

เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

๑. ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

เชิญคณะกรรมาธิการครับ ในการพิจารณาในวาระที่สองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ และเรียงตามลำดับมาตรา และจะให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ หรือคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้เท่านั้น เว้นแต่ที่ประชุมจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ เพื่อแถลงต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาวาระที่สองและวาระที่สาม ท่านประธานคณะกรรมาธิการพร้อมไหมครับ

พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

พร้อมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พร้อมนะครับ เชิญแถลงต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาในวาระที่สองครับ

พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการ ของรัฐ พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุม ดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและ ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... (ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติ ภายใน ๓๐ วัน นั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสร็จแล้ว ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการที่ได้เสนอ โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีรวมทั้งหมด ๗๑ มาตรา มีการแก้ไขพร้อมข้อสังเกต ๓ ข้อ ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอแปรญัตติ และไม่มีกรรมาธิการขอสงวนคำแปรญัตติ จึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุม ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการอ่าน

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ และมาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชน ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในมาตรา ๘ เป็นเรื่องของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ซึ่งผมก็เชื่อว่าคณะกรรมการนี้ต้องเป็นคณะกรรมการที่สำคัญอย่างยิ่งในการจะกำหนด ทั้งนโยบาย การให้ความเห็นและการทำงานต่อไป คณะกรรมการในชุดนี้เดิมให้มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีข้าราชการประจำ ทั้งหมด ๗ ท่าน แล้วก็บวกกับผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง ครม. จะเป็นคนแต่งตั้ง เดิมตั้งไว้ไม่เกิน ๕ คน ก็มาเปลี่ยนเป็น ๗ คน ทีนี้ผมก็เกรงว่าสัดส่วนที่ต้องพิจารณากันก็คือว่าเป็นการถ่วงดุลกันระหว่างข้าราชการประจำ กับนักการเมือง พูดง่าย ๆ สัดส่วนตอนนี้เปลี่ยนไปนะครับ เดิมถ้าเราดูว่ามีนักการเมืองเท่าไร จะมีนักการเมือง ๗ คน ข้าราชการประจำ ๗ คน ซึ่งอันนี้เท่ากัน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมา ๗ คนก็จะบวกอีก ๒ คน คือ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ถูกไหมครับ ก็จะเป็น ๙ ต่อ ๗ ผมคิดว่าสัดส่วนนี้ไม่สามารถถ่วงดุลได้ครับ ถ้าผู้ทรงคุณวุฒิ และนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คิดเห็นไปในทางใด โหวตอย่างไรก็เอาเสียงส่วนใหญ่ชนะการโหวตได้ทุกครั้ง ผมคิดว่าถ้าถ่วงดุลกันที่ตัวเลขเท่าเดิม ยืนตามเดิมจะเป็นการถ่วงดุลที่มีความสำคัญมากยิ่งกว่า และมีเหตุผลมากกว่าครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานชี้แจงเหตุผลในการปรับแก้ เชิญครับ

นายเสรี นนทสูติ กรรมาธิการ

กราบเรียนที่ประชุมครับ กระผม เสรี นนทสูติ กรรมาธิการ ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณายกขึ้นมาในเรื่องของมาตรา ๘ นั้น ผมต้องเรียนว่าในเรื่องของร่างมาตรา ๘ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอนั้น แต่เดิมนั้นมีโครงสร้าง เป็นฝ่ายการเมืองอยู่เพียง ๒ ตำแหน่ง คือ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานโดยตำแหน่ง ตำแหน่งต่อมาหลังจากนั้นจะเป็นตำแหน่งฝ่ายประจำทั้งหมด ประกอบด้วย ๗ ตำแหน่ง ขออนุญาตกราบเรียนว่ามีปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วต่อเนื่องกันก็คือผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผอ. สบน. คือ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ อัยการสูงสุด เดิมนั้นเราคิดว่าองค์ประกอบ ๓ ส่วน คือ มีฝ่ายการเมือง ๑ ท่าน ฝ่ายประจำ ๑ ท่าน และเอกชนอีก ๑ ท่าน คือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิข้างนอกนั้น ฝ่ายเอกชนนี่ร่างที่ ครม. เสนอจะประกอบด้วย ๕ ท่าน ในคณะกรรมาธิการมีข้ออภิปรายกันว่า ๕ ท่านนั้นอาจจะน้อยไปหน่อย แล้วประกอบกับว่าสาขาวิชาชีพที่ควรจะได้เข้ามานั้น อาจจะจำเป็นที่จะต้องเพิ่มสาขาขึ้นมาในการคัดเลือก เลยเพิ่มขึ้นมาเป็น ๗ ท่าน เท่ากับจำนวนข้าราชการประจำ ตำแหน่งประจำ เพราะฉะนั้นในโครงสร้างของร่างที่แก้ไข โดยกรรมาธิการนั้นจะประกอบด้วย ๒ คือฝั่งการเมือง ๗ คือฝั่งประจำ และ ๗ คือเป็นฝั่งเอกชน ต้องกราบเรียนท่านว่าที่กรรมาธิการคิดนั้นก็จะมีการถ่วงดุลกันพอสมควร ก็คือ มีทั้งการเมือง มีทั้งฝ่ายประจำ แล้วก็มีฝ่ายภาคเอกชน ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมยังคงต้องเรียนถาม ผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการว่าตรงไหนล่ะครับที่จะระบุว่าเป็นเอกชน เพราะว่าถ้าเรา ไปดูในคุณสมบัติในมาตราต่อ ๆ ไป ผมอ่านเร็ว ๆ ผมไม่เห็นว่าท่านกำหนดว่าบุคคลเหล่านั้น ต้องเป็นเอกชน ท่านกำหนดเพิ่มมาด้วยซ้ำว่าไม่เคยเป็นสมาชิกสภา หรือว่าพรรคการเมือง หรือว่าต้องไม่เคยเป็น ๑ ปีใช่ไหมครับ ออกมาจากตำแหน่งแล้ว ๑ ปี ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็น เอกชน ผมคิดว่าเป็นอดีต ส.ส. ยังเป็นได้เลยครับ ถ้าหากว่าออกจากตำแหน่งภายใน ๑ ปี เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าสิ่งที่ ครม. จะแต่งตั้งจะมาเป็นเอกชนอีก ๗ คนได้อย่างไร ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็น ครม. ยุคใด ไม่ได้ว่ากัน มักจะเอาคนของตนเองทั้งนั้น ที่สามารถที่จะบอกได้ว่าจะเอานโยบายอย่างไร ทำอะไร อย่างไร ตรงไหนครับที่ท่านได้เขียนไว้ว่า เป็นเอกชน ก็ขอให้ท่านชี้แจงตรงนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ มีมาตราไหนเชื่อมโยงไหม

นายเสรี นนทสูติ กรรมาธิการ

ขออนุญาตที่ประชุมครับ ผม เสรี นนทสูติ กรรมาธิการ ในส่วนที่ได้กราบเรียนท่านไปว่ามีการแบ่งหน้าที่กันหรือโครงสร้างกัน ต้องเรียนว่ามีอีกมาตราหนึ่งซึ่งสัมพันธ์กันอย่างที่ท่านได้กรุณายกขึ้นมานั้นถูกต้องก็คือ ร่างมาตรา ๑๐ ซึ่งเป็นเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ในกรณีตามมาตรา ๑๐ นั้น ท่านจะเห็นได้ว่าเราได้กำหนดไว้ว่าคนที่จะมานั้น และที่ผ่านการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนั้น ไม่ใช่ว่าพ้นจากการเมืองมาคือลาออกทันทีแล้วก็มาเป็นทันทีได้ คณะกรรมาธิการได้เห็น ประเด็นนี้ก็คิดว่าในฝั่งการเมืองนั้นก็คงจะต้องมีช่วงที่พ้นระยะจากการเมืองมาพอสมควร เพื่อไม่ให้มีการเมืองมาชี้นำการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐมากเกินไป เลยไปเพิ่มเงื่อนไขใน (๖) ของมาตรา ๑๐ และ (๗) ของมาตรา ๑๐ เช่นเดียวกันว่าต้องพ้นจากการดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี อันนั้นก็คือ เป็นหลักประกันว่าคนที่มานั้นก็คงจะปลอดในแง่ของตำแหน่ง หรือความผูกพันจาก พรรคการเมืองมาไม่น้อยกว่า ๑ ปี ในส่วนที่ท่านกรุณายกขึ้นมาว่ามีตรงไหนที่การันตี (Guarantee) หรือเป็นหลักประกันว่าจะไม่เป็นภาคเอกชนล้วน ๆ ต้องเรียนท่านอย่างนี้ว่า เวลาเราพูดกันเรื่องของราชการกับเอกชน คนที่เกษียณอายุเราก็ถือว่าเป็นเอกชน คนที่ไม่มี ตำแหน่งทางการเมืองเราก็ถือว่าเป็นภาคเอกชนด้วยเช่นเดียวกัน อันนี้ก็คือกรณีที่เราพูดถึง การแบ่งโครงสร้างกัน นอกจากนั้นต้องเรียนท่านว่าในร่างมาตรา ๙ ที่คณะกรรมาธิการ ไม่ได้มีการแก้ไขยังได้กำหนดกรณีกระบวนการสรรหา ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ทาง กระทรวงการคลังเสนอผ่านกำหนดวิธีการสรรหาคณะกรรมการในภาคเอกชน หรือภาคที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวมาตรานี้เราผ่านไปดูมาตรา ๑๐ ดีกว่านะครับ พูดถึงเรื่องคุณสมบัติดีไหมครับ เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย อีกครั้งครับ ผมคิดว่ามาตรานี้ซึ่งมันพันจริง ๆ อย่างที่ท่านว่า เพราะฉะนั้นมันเลยข้ามมาตรานี้ไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะมันเป็นเรื่องของจำนวนและ คุณสมบัติของคนที่เข้ามา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านติดใจอย่างไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ผมติดใจว่าให้คงเดิมครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อ๋อ ไว้คงเดิม ทางกรรมาธิการว่าอย่างไรครับ เชิญท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะได้ ขอมติที่ประชุม คือท่านบุญยอดติดใจว่าเอาตามร่างเดิม ถูกต้องนะครับ

พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เรื่อง ๕ คนหรือ ๗ คนนี่กรรมาธิการได้พิจารณาตรงนี้กัน อย่างกว้างขวางนะครับ แล้วก็เป็นมติที่ประชุมเกือบจะเป็นเอกฉันท์เลยว่าให้เพิ่มครับ เพื่อเป็นการถ่วงดุลกับฝ่ายข้าราชการประจำ เกรงว่าภาคเอกชน ๕ คนนี่มันจะน้อยไป จะแพ้การถ่วงดุลกับภาคราชการประจำ ก็เป็นมติเกือบจะเอกฉันท์ว่าเห็นควรให้เพิ่มครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังติดใจอยู่ใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอมติที่ประชุมนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมหรือกำลังประชุมคณะกรรมาธิการ ขอเชิญลงมติก่อน ในมาตรา ๘ กรรมาธิการขอแก้ไขนะครับ ท่านสมาชิกยืนตามร่างเดิม ผมจะต้องขอมติ จากที่ประชุม เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนลงมติว่าจะเห็นด้วยกับ ร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไข หรือตามร่างเดิมนะครับ ท่านสมาชิกครับ ในมาตรา ๘ แห่งร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... คณะกรรมาธิการ ได้มีการแก้ไข ท่านสมาชิกไม่เห็นด้วย ประเด็นที่จะต้องถามมติต่อที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับ การแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรเป็นตามร่างเดิมให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ฉะนั้นก่อนออกเสียง ลงคะแนนผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เจ้าหน้าที่ ส่งผลเลยนะครับ ของอาจารย์ชุมพลด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่ดูให้ท่านอาจารย์ชุมพลหน่อย มันไม่ปรากฏ ๒๖๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าที่ประชุมจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านใดเห็นควรตามคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใด เห็นควรให้เป็นไปตามร่างเดิมให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนครับ ทวนอีกครั้งนะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย หมายเลข ๒ ท่านใดเห็นควรเป็นตามร่างเดิมให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ เข้าใจไหมครับ ล้างใหม่นะครับ ล้างแล้วนะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรให้เป็นไปตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญออกเสียงลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ยกมือนั่นหมายความว่าอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง คือเนื่องจากท่านประธานบอกว่าไม่เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ทีนี้ทำให้สับสนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ครับ ท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการกดปุ่ม หมายเลข ๒ คือเห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับร่างเดิมให้กดปุ่ม หมายเลข ๓ คือไม่เห็นด้วย ก็เท่านั้นเอง คือหมายความว่าท่านใดเห็นกับกรรมาธิการท่านก็กดปุ่ม หมายเลข ๒ ท่านใดเห็นด้วยกับ ร่างเดิมก็กดปุ่ม หมายเลข ๓ ก็เท่านั้นเอง ผมจะถามอย่างนี้ก่อนว่าท่านใดยังไม่ลงคะแนน มีไหมครับ ถ้าปิดแล้วก็จะไม่ให้ลงคะแนนนะครับ เพราะท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ท่านบอกไว้หลายครั้งแล้ว ถ้าเกิดไปให้ท่านลงอีกเดี๋ยวท่านนิพนธ์ก็ลุกขึ้นประท้วงประธานอีก อาจารย์รัชฎาภรณ์เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ที่ประชุมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ๓๓๗ ท่าน เห็นด้วยกับร่างเดิม ๓๑ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามคณะกรรมาธิการนะครับ

เชิญเลขาธิการ มาตราต่อไปครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านเลยนะครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอมาตราไหนนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

มาตรา ๑๐ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญมาตรา ๑๐ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๑๐ นี้เป็นเรื่อง ที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๘ ที่เราลงมติกันไปเมื่อกี้ ว่าจะเอา ๕ คน หรือจะเอา ๗ คน ในที่สุดก็ลงมติไปแล้วว่า ๗ คน แต่เรื่องของคุณสมบัติ คือจริง ๆ แล้วผมดูการแก้ของคณะกรรมาธิการมันไม่ได้แก้ความสำคัญหรือประเด็นสำคัญ อะไรเลย เพียงแต่ทำให้มันวุ่นวายขึ้นเท่านั้นก็คือเอา (๓) มาไว้ (๑) แล้วก็ (๑) เดิมก็มาไว้ที่ (๒) คือเอามาสลับข้อกันแค่นั้น ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่เข้าใจแนวคิดของคณะกรรมาธิการเหมือนกันว่า มีความคิดอย่างไรถึงไปเรียงลำดับความสำคัญอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่ของเดิมมันก็มีอยู่แล้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขอะไรก็ได้ อันนี้ก็คือประเด็นหนึ่ง

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ (๖) (๗) ที่เมื่อกี้ท่านก็ได้ชี้แจงไปเล็กน้อยแล้วเกี่ยวกับ เรื่องของการเป็น ส.ส. ส.ว. แล้วก็ความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ซึ่งท่านอธิบายว่าถ้าออกจาก ส.ส. หรือ ส.ว. มาแล้ว สมมุติว่าผมไปเป็นนะครับ ยังมีความยึดติดอยู่กับพรรคหรืออะไรอย่างนั้น หรือว่ากลิ่นของพรรคยังไม่จางไปจากตัวหรืออย่างไร ผมก็สงสัยว่าทำไมมันต้องมา ตั้งข้อรังเกียจ สมมุติว่าคนอย่างพวกเรา โดยเฉพาะ ส.ส. ส.ส. นี่ก็ยังไม่เท่าไร เพราะว่าอันนี้ เป็นนักการเมืองอาจจะเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง แต่ถ้าท่านดูสิครับ อย่างเช่นสมาชิกวุฒิสภา เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ถ้าเอาตามเหตุผลที่ท่านกรรมาธิการชี้แจงเมื่อกี้แล้ว มันก็ฟังไม่ขึ้นที่จะไปห้ามเขาตั้ง ๑ ปีให้เขาดำรงตำแหน่งไม่ได้ หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นอะไรจำพวกนี้ ผมว่าคำอธิบายของท่านเมื่อกี้ว่ายังเกี่ยวข้องกับ พรรคการเมือง ยังสลัดภาพของการเมือง ยังผูกพันอยู่กับผลประโยชน์ของพรรคการเมืองนี่ มันฟังไม่ขึ้น ก็เลยอยากฟังคำอธิบายที่มันดีกว่านี้ ชัด ๆ กว่านี้ ถ้าท่านสามารถอธิบายได้ชัดเจน ผมก็ไม่ติดใจหรอกครับ ก็จะขอถามประเด็นแค่นี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวท่านนครนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะสมาคมสื่อมวลชน จังหวัดกาญจนบุรี ๒๕ ท่าน เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพ การที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง แล้วก็ข้อความปรากฏอยู่ใน มาตรา ๑๐ ก็คือ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๘ ต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะ ต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ขออนุญาตนะครับท่านประธาน (๖) ความเดิมที่สภาผู้แทนราษฎร ได้รับหลักการไว้ในวาระที่หนึ่ง เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น คือกำหนดข้อห้ามไว้ ขณะดำรงตำแหน่งเป็น ส.ส. เป็น ส.ว. ห้ามไม่ให้มาเป็นคณะกรรมการตามมาตรา ๘ ก็คือ ห้ามไม่ให้มาดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการซึ่งได้รับมอบหมายจากสภาแห่งนี้ได้ไปพิจารณา รายละเอียด ท่านกลับไปเพิ่มข้อความใน (๖) ใหม่ว่า เป็นหรือเคยเป็น แล้วก็เพิ่มมาว่า เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเองไม่เห็นด้วยครับ ไม่เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เหตุผล ทำไมครับนักการเมืองด้วยกันเอง ผมเชื่อครับว่านักการเมืองในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นในระดับ ท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ. หรือแม้กระทั่งนักการเมืองในระดับชาติ ส.ส. ส.ว. ผมเชื่อนะครับว่า ส่วนใหญ่เป็นคนดี แล้วก็เชื่อมั่นว่าแต่ละท่านที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน มีจิตวิญญาณ มีความมุ่งมั่นและปรารถนาที่จะทำให้ประเทศและความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชนดีขึ้น ผมเชื่อในพัฒนาการทางการเมืองว่าการเมืองในระบอบประชาธิปไตยนั้น จำเป็นที่จะต้องปลูกฝังจากรากเหง้าฐานความคิดและจิตวิญญาณที่เป็นประชาธิปไตย อย่างแท้จริง ในประเทศอารยะแล้วเขาไม่เคยรังเกียจนักการเมืองครับ เขากลับส่งเสริม และสนับสนุนให้ทุกคนได้มีส่วนในการที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคการเมือง เป็นสถาบันทางการเมืองและสะท้อนความต้องการของประชาชนในแต่ละมิติ ในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละภาคส่วน ในแต่ละสาขาอาชีพ เพื่อได้มีส่วนร่วมในการสะท้อนผ่านกลไก พรรคการเมืองของตนเอง แต่ผมแปลกใจว่าคณะกรรมาธิการเอาหลักคิดอันไหนครับ มาเพิ่มเติมว่า เอ๊ะ รังเกียจนักการเมืองด้วยกัน ผมว่าไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีข้อห้ามอันนี้อยู่ และไม่ใช่วิถีประชาธิปไตยเลยในการที่จะสกัดกั้นหรือว่ามองนักการเมืองอย่างดูถูก และเหยียดหยามไม่ให้เกียรติ ผมเองกลับมองเห็นว่านักการเมืองควรที่จะได้รับการให้เกียรติ ควรที่จะได้รับการยกย่อง และควรที่จะให้นักการเมืองและคนทั่วไปที่เคารพในจิตวิญญาณ ของความเป็นประชาธิปไตยนั้นได้มีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน เพราะอำนาจเป็นของประชาชน เพราะฉะนั้นการตั้งข้อรังเกียจต่อนักการเมืองว่าเป็นหรือเคยเป็นมานี่ ใน (๖) ของมาตรา ๑๐ ผมไม่เห็นด้วย และไม่ใช่วิถีทางในการพัฒนาพรรคการเมือง ไม่ใช่วิถีทางในการที่จะเชิดชู ระบอบประชาธิปไตย ขออนุญาตที่จะฟังเหตุผลนะครับ การที่ท่านตั้งข้อรังเกียจว่า เป็นหรือเคยเป็นมานี่ก็ไม่ให้ดำรงตำแหน่ง ผมว่าไม่เห็นพ้องกับเหตุผลของคณะกรรมาธิการ กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ วิธีเรียงถ้อยคำครับ ทำไมเป็นหรือเคยเป็น เชิญครับ

นางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน จารุวรรณ เฮงตระกูล กรรมาธิการวิสามัญ กราบเรียน ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณายกประเด็นสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของการเขียน (๑) (๒) และ (๓) ในประเด็นนี้เองคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการเรียงลำดับจริง ๆ แล้วในเรื่องของ ตัวลักษณะต้องห้ามในส่วนของบุคคล ในเรื่องของความเป็นคนไร้ความสามารถหรือ เสมือนไร้ความสามารถเป็นเรื่องของส่วนบุคคลน่าจะขึ้นมาในลำดับก่อนส่วนเรื่องของบุคคลทุจริต แล้วก็เรื่องของการมีคำพิพากษาจำคุกเป็นเรื่องมีการฟ้องคดีและมีคำพิพากษายืนยัน พิจารณาแล้วก็ได้มีการเสนอขอคณะกรรมาธิการว่าการเรียงลำดับตามร่างเดิมที่เสนอมา ไม่น่าจะถูกต้องหรือเหมาะสมดีนัก ก็เลยได้พิจารณาปรับให้ถูกต้องตามวิธีการเขียน เรียงลำดับเรื่องของลักษณะต้องห้าม ส่วนในสาระสำคัญของเนื้อหานี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อันนี้ก็เรียนว่าอาจจะเป็นข้อบกพร่องในการเรียงลำดับในการจัดทำร่างนี้ขึ้นมา ขอกราบเรียน ในประเด็นนี้ ส่วนในประเด็นใน (๖) และ (๗) ขอให้ทางท่านเสรี นนทสูติ กรรมาธิการ อีกท่านหนึ่งเป็นผู้ชี้แจงต่อที่ประชุมค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับท่านกรรมาธิการ ประเด็นของท่านนคร มาฉิม ท่านก็อธิบายความง่าย ๆ ว่า รัฐธรรมนูญเขาไม่เปิดช่องให้เพราะว่ามันทับซ้อนกัน แล้วทีนี้ ๑ ปีท่านถามว่าเพราะอะไร ผมเข้าใจว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเขาบังคับเราอยู่ ท่านนิพนธ์ท่านจะชี้แจงใช่ไหม เห็นท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกว่าท่านนิพนธ์จะชี้แจง ท่านชี้แจงหน่อยครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการ ประเด็นนี้ผมเข้าใจว่า ในประเด็นที่ต้องใส่คำว่า เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ก็ด้วยเหตุผลว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้เข้าใจว่าไม่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อไม่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง เราคิดว่าถ้าเผื่อจะไม่ให้มีการหลีกเลี่ยงว่า วันนี้เป็นอยู่ พรุ่งนี้ลาออกก็เป็นได้ ก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นจริง ๆ เพื่อให้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของกฎหมายก็คือควรมีระยะเว้นวรรคอยู่สักระยะหนึ่ง นั่นก็คือคิดกันว่า ควรเว้นวรรคเท่าไร ก็คิดกันว่าระยะ ๑ ปีนี่เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิด ข้อครหาว่าตั้งพวกพ้องของตัวเองในขณะนั้น หรือว่าอยู่ในพรรคการเมืองขณะนั้น หรือว่า อยู่ในตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องห้ามในขณะนั้นมาดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการ ก็ด้วยเหตุผลนี้จึงมีระยะเวลา ๑ ปี มาห้ามเอาไว้ครับ นี่คือเจตนารมณ์ของกรรมาธิการที่แก้ไข ในประเด็นนี้ว่าควรเว้นระยะห่าง ๑ ปีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนคร มาฉิม ติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผมจะผ่าน เชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อันที่จริงแล้วผมเอง ด้วยความเคารพต่อเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคเอง แต่ว่าในจุดยืนเหตุผลของผมเองเห็นว่า กระบวนการใด ๆ ก็แล้วแต่ที่สื่อสะท้อนถึงเจตจำนงหรือเจตนารมณ์ของประชาชนในฐานะ เจ้าของอำนาจอธิปไตย นอกเหนือจากที่กฎหมายสูงสุดก็คือกฎหมายแม่ก็คือรัฐธรรมนูญนั้น ห้ามไว้ ไม่ควรที่จะขยายความจำกัดกรอบของความเป็นนักการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ไม่ให้ดำรงตำแหน่งใด ๆ เลย ทีนี้กรอบระยะเวลา ๑ ปี แม้ว่าจะมีเหตุผลพอฟังได้ในระดับหนึ่ง แต่ถามว่า ๑ ปี ๓ ปี ๕ ปี หรือว่าแม้กระทั่ง ๑๐ ปี เอาบรรทัดฐานไหนที่จะมาสื่อสะท้อน ให้เห็นว่าใจเขาไม่ได้ผูกพันกับพรรคการเมืองที่เขาสังกัดหรือเขาชอบ แต่กลับกลายเป็นว่า ถ้าเกิดว่าอะไรก็มองนักการเมืองไม่ดี อะไรก็มองว่านักการเมืองเป็นคนที่คิดไม่ชอบ ไม่ดี ทุจริตต่อบ้านเมืองทั้งสิ้น สกัดกั้นทุกวิถีทาง ผมเห็นว่าอาจจะทำให้คนที่ตั้งใจจะทำความดีเพื่อบ้านเมือง ตั้งใจที่จะทำความดี เพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาติ ท้อถอยใจว่าถ้าอยากจะดำรงตำแหน่งใด ๆ ในทุกองค์กร ทุกหน่วยที่จะมีกฎหมายบัญญัติขึ้นหรือว่ามีอยู่แล้วอย่าไปยุ่งกับพรรคการเมือง อย่าไปเป็น สมาชิกพรรคการเมือง อย่าไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผมว่ามันจะกลายเป็นว่าสื่อให้ สังคมเห็นว่านักการเมืองมันไม่ดี แม้กระทั่งตัวนักการเมืองเองก็ยังปฏิเสธตนเอง ผมก็อยากจะฟังเหตุผลเพื่อทำความเข้าใจ แล้วก็ชี้แจงถึงจิตวิญญาณของความเป็น ประชาธิปไตยเพิ่มเติมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานครับ

พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท วิโรจน์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้ครับ การพิจารณาตามมาตรานี้โดยเฉพาะ (๖) (๗) ที่ในร่างเดิมนั้นหมายความว่าวัตถุประสงค์ก็ต้องการที่จะไม่ให้นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ในการลงทุน ส่วนใหญ่การลงทุนในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะมีการลงทุนทั้งขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะมีงบลงทุน มีผลประโยชน์ที่มาเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก ก็มีเจตนาที่ ไม่อยากให้นักการเมืองเข้ามายุ่ง ทีนี้กรรมาธิการหลายท่านที่พิจารณาในมาตรานี้ ก็มีความเป็นห่วงว่าอาจจะอาศัยอำนาจหรืออิทธิพลทางการเมืองเข้ามายุ่งได้ กรรมาธิการ หลายท่านก็บอกว่าควรจะกำหนดให้เขาห่างจากการเมืองเสียก่อน ถ้าจะเข้ามาก็ขอให้มันพ้นจาก วงการเมืองสักระยะหนึ่ง ระยะหนึ่งนี่มันควรจะกี่ปี กี่เดือน ก็มีการอภิปรายกันบอกว่า ๑ ปีน่าจะเหมาะสม เพื่อป้องกันคนที่หลีกเลี่ยงลาออกวันนี้ พรุ่งนี้ก็มาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างไรก็อดจะครหานินทาไม่ได้ กรรมาธิการส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยที่มีผู้เสนอว่า ๑ ปี ก็อย่างท่านกรรมาธิการนิพนธ์ท่านได้ให้เหตุผล โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการนิพนธ์ก็ติติง เรื่องนี้มาก เกรงว่าทางฝ่ายการเมืองจะเข้ามายุ่งในเรื่องโครงการที่มีผลประโยชน์เยอะ ๆ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนคร มาฉิม รับได้นะครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านนะครับ เชิญครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดเชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๑๒ เป็นเรื่องของการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินะครับ ซึ่งข้อที่มีการแก้ก็คือ (๖) คือคณะรัฐมนตรีให้ออก ของเดิมคือเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ แต่ว่ากรรมาธิการได้ตัดเรื่องนี้ออกนะครับ คณะรัฐมนตรีให้ออก ด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ได้อย่างนั้นหรือครับ ตั้งได้ก็ถอดถอนได้ ไม่เห็นด้วยกับตัวของ ครม. หรือตัวนายกรัฐมนตรี กรรมการของท่านเป็นเอกชนนะครับ ผู้ทรงคุณวุฒิที่ท่านว่า เสนอความเห็นไม่เข้าทางมาก็ปลดออกได้ ผมก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ครับ ขอคำอธิบายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ ตัดออกเพราะอะไรครับ คณะกรรมาธิการหารือกันที่ตัดออกมันเพราะอะไร เชิญครับ ก่อนตอบเดี๋ยวมีท่านสมาชิก จะขอถาม เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธาน มาตรา ๑๑ ผมพยายามยกมือ แต่ว่าข้ามไป จะขออนุญาตท่านประธานกลับมานิดเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนั้นผ่านไปแล้ว เอามาตรา ๑๒ ดีกว่าครับ มาตรา ๑๑ ผ่านไปแล้ว ขอพูดมาตรา ๑๒ แล้วมันก็เข้าในสาระมาตรา ๑๒ ไปแล้วนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ นิดเดียว ผมเองไม่ได้ ต้องการแก้ไข ผมเห็นด้วยอยู่แล้ว อย่างไรก็แล้วแต่ผมเพียงแต่อภิปรายฝากเป็นประเด็นไว้ ที่วุฒิสภาเท่านั้นเอง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือมันไม่ได้เพราะว่ามันเป็นมาตรฐาน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

คือผมยกมือแล้วท่านประธานไม่ได้ชี้ผมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ผมดูแล้วไม่มีท่านใด ผมก็ผ่านไปมาตรา ๑๒ เอามาตรา ๑๒ แล้วกันนะครับ คือเดี๋ยวกลับไปกลับมามันไม่ได้แล้วครับ ผมไม่อนุญาต พูดมาตรา ๑๒ ทีนี้มาตรา ๑๒ เชิญทางคณะกรรมาธิการอธิบายเหตุผลให้ท่านบุญยอดได้ไหมที่ท่านไปตัดออก หรือสะดวก ในการบริหารจัดการท่านก็บอกไป เชิญท่านนิพนธ์ครับ ท่านนิพนธ์ได้ไหมครับ ท่านนิพนธ์เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการที่ได้ตัดถ้อยคำดังกล่าวออกเพราะเห็นว่าถ้าเรา จะให้เหตุผลว่าบกพร่องต่อหน้าที่ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ ถ้าให้เหตุผลไปอย่างนี้ก็เป็นเหตุที่จะให้ ครม. โดนฟ้องต่อศาลได้ว่าต้องพิสูจน์กันว่า เขาบกพร่องอย่างไร เขามีความเสื่อมเสียต่อหน้าที่อย่างไร มันเป็นเหตุให้การปลดออก หรือการให้ออกตามมาตราวงเล็บนี้แทบจะไม่มีความหมายเลย เพราะต้องชี้เหตุผลให้ได้ว่า เขาบกพร่องต่อหน้าที่ หรือว่าเขามีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถอย่างไร อันนี้คือเหตุผลที่กรรมาธิการได้พิจารณาว่าถ้าไม่เช่นนั้นแล้วถ้ายังคงไว้ในถ้อยคำนี้ ครม. จะไม่สามารถ ให้ออกได้ ก็เลยตัดถ้อยคำดังกล่าวออกไปว่าให้เป็นอำนาจของ ครม. ว่าถ้า ครม. เห็นว่า ควรเปลี่ยนก็ควรเปลี่ยน เพราะถือว่า ครม. เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้า ครม. มีความผิดพลาดก็ต้องรับผิดชอบต่อสภาอยู่แล้ว นี่คือสิ่งที่กรรมาธิการบอกว่า เพราะฉะนั้นถ้อยคำหลังจากนั้นไม่ต้องมีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๑๒ ตัวบทเป็นเรื่องของการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ และคำว่า นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ท่านประธานครับ ที่ผมขีดเส้นใต้ตรงนี้ ผมจะโยงสู่มาตรา ๑๑ ให้ท่านฟัง ท่านประธานครับ ใน (๖) เป็นเหตุที่นอกจากการพ้นจาก ตำแหน่ง พ้นจากตำแหน่งที่ไม่เป็นไปตามวาระ กรรมาธิการด้วยความปรารถนาดีนะครับ ให้เป็นอำนาจคณะรัฐมนตรีให้ออก ร่างเดิมหลักการเราให้อำนาจคณะรัฐมนตรีให้ออก ด้วยเหตุเฉพาะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย แล้วก็หย่อนความสามารถ ในการทำหน้าที่ เป็นเหตุเฉพาะเท่านั้นเป็นเหตุอื่นไม่ได้ ถ้าสมมุติเขียนอย่างนี้มีทั้งบวกทั้งลบ ต่อคณะรัฐมนตรีครับ เหตุอื่น คณะรัฐมนตรีอาจจะให้ออกแล้วให้เหตุผลว่าเป็นไปตาม ความเหมาะสม เจตนาร่างเดิมไม่ได้ให้อย่างนั้น เป็นไปตามความเหมาะสม ในมุมผม ผมกลับมองว่าเหตุเพื่อความเหมาะสมนี่จะเป็นที่ครหานินทาและถูกฟ้องได้ด้วยซ้ำไป แต่ถ้าเป็นเหตุที่พิสูจน์เพราะว่าเขาบกพร่องต่อหน้าที่ พิสูจน์ได้ว่าเขาประพฤติเสื่อมเสีย พิสูจน์ได้ว่าเขาหย่อนความสามารถซึ่งมีตัวชี้วัดชัดเจนอย่างนี้ครับ อันนี้คณะรัฐมนตรี ให้ออกเลย ผมก็ว่าเป็นเหตุเฉพาะให้อำนาจคณะรัฐมนตรีมีข้อจำกัดเฉพาะแค่นี้ ไม่ไปรอนสิทธิ กรรมการมากมายจนเกินเหตุนัก นั่นคือหลักการเดิมนะครับ แต่ถ้าท่านไปเปลี่ยนหลักการ จากหลักการเดิมไปเป็นการให้อำนาจเพิ่มเติมมากขึ้นก็แล้วแต่สภา แต่ผมเองค่อนข้างจะ ไม่เห็นด้วย เพราะว่าการใช้อำนาจคณะรัฐมนตรีถึงแม้จะเป็นองค์กรบริหารสูงสุด เรามักจะ ได้ยินอยู่เสมอว่าเป็นไปเพื่อความเหมาะสม ท่านก็มาด่ากันในสภาอยู่ตลอดเวลา อันนี้คือ เหตุหมดตามวาระ ท่านประธานครับ แต่ที่กังวลที่สุดคือไม่ว่าจะพ้นตามเหตุที่นอกเหนือจาก หมดจากตำแหน่งตามวาระแล้ว ตำแหน่งตามวาระท่านกรรมาธิการไปเพิ่มแล้วผมเกรงว่า คณะกรรมการชุดนี้จะทำงานไม่ได้ ท่านไปเขียนบอกว่า เมื่อพ้นตามวาระไปแล้ว ผมยกตัวอย่างทั้งชุด ให้ทำงานแค่ ๑๒๐ วัน บทเฉพาะกาลท่านเขียนเฉพาะการสรรหา เฉพาะเรื่องวาระเริ่มแรก แล้วผมก็ถามต่อว่าการสรรหาในชุดต่อไปท่านจะทำอย่างไร นำบทเฉพาะกาลมาใช้ก็ใช้ไม่ได้ อันนี้ฝากเป็นข้อสังเกต ที่ผมอภิปรายนี่ผมต้องการให้ วุฒิสภาช่วยแก้ ท่านจะสรรหาอย่างไร ท่านจะไปอ้างบอกมาตรา ๙ ให้เป็นอำนาจตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาตรงนี้กำหนดวิธีการ กระบวนการทั้งหมดหรือไม่ แต่ผมไม่เชื่ออย่างนั้น เพราะว่ามาตรา ๑๓ ท่านเขียนวิธีการ สรรหาต่อกรณีก่อนหมดวาระ เขียนวิธีการสรรหาเอาไว้ ซึ่งมันจะขัดแย้งกันตั้งข้อสังเกต ขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมเรียนสมาชิกแบบนี้ว่าคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชน ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ จริง ๆ แล้วเป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหารหรือเป็นเครื่องมือของ รัฐบาลโดยแท้ในการที่จะมีอุปกรณ์ตัวนี้ในการที่จะเพิ่มการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าเป็นการเพิ่มการลงทุนภายในประเทศได้โดยใช้เงินเอกชน แล้วก็ไม่ได้เป็นการที่จะเป็นภาระกับ ภาครัฐมากนัก ท่านก็สามารถที่จะมีเครื่องมือสำคัญ เพราะในขณะนี้รัฐบาลนั้นรายได้หลัก มาจากการกู้เงิน แล้วก็ต้องกันเงินกู้นั้นมาทำโครงการที่เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ แต่ตรงนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญครับ แล้วก็เป็นเครื่องมือที่ฝ่ายบริหารต้องมี คราวนี้พอเป็นเครื่องมือ ที่ฝ่ายบริหารต้องมีเมื่อท่านโยงกลับไปที่มาตรา ๘ ท่านจะเห็นคณะกรรมการชุดนี้นั้น จะประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญที่ต้องใช้ในโครงการใหญ่ ๆ ทั้งสิ้นเลย ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาดูเรื่องข้อกฎหมาย อัยการสูงสุด ดูเรื่องกฎหมาย เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ดูแลภาพรวม ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และแน่นอนบวกถึงผู้ทรงคุณวุฒิในประเด็นนี้ด้วย ท่านจะเห็นว่าอันนี้เป็นเครื่องมือ ของฝ่ายบริหารโดยแท้ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจแบบบูรณาการร่วมได้ คราวนี้ประเด็นถามว่า เมื่อตัวนี้เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหารแล้ว แล้วเราไปใส่คุณสมบัติว่าคณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ ประเด็นคือว่า บุคคลเหล่านี้ถ้ามีการเปลี่ยนรัฐบาล ตามความเป็นจริงแล้วท่านตอบผมสิว่าเขาก็เปลี่ยนคน แบบนี้ทุกครั้ง แต่คราวนี้ถ้าท่านจะเปลี่ยนคณะกรรมการชุดนี้เพื่อให้เป็นเครื่องมือ ของฝ่ายบริหารได้ในการดำเนินงานจะมีปัญหาแล้ว เพราะท่านจะต้องบอกเขาว่าเขาบกพร่อง ต่อหน้าที่อย่างไร มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างไร หรือหย่อนความสามารถอย่างไร คณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ แล้วถ้าใครที่รับตำแหน่งนี้ เข้ามาแล้วถูกปลดออกไปเพราะเหตุผลที่ผมได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ ไม่มีใครอยากเป็นครับ แล้วมีความจำเป็น เพราะว่าชุดนี้จะเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นผมเองก็สุดแล้วแต่ที่ประชุม เพราะนี่คือในส่วนที่กรรมาธิการมองเห็นว่าจะมีปัญหา ในระยะยาวถ้าผู้บริหารนั้นจะต้องเลือกคนกลุ่มนี้เข้ามาทำงานครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ปกติผมอยากให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านเร็วนะครับ แต่เผอิญได้ฟัง ท่านกรรมาธิการชี้แจงแล้วผมมีความกังวลสำหรับสภาผู้แทนราษฎรของเรา ท่านใช้คำว่า กรรมการชุดนี้เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นการที่จะเขียนการพ้นจากตำแหน่ง ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ใช่กรรมการทั้งหมด เฉพาะผู้ทรงคุณวุฒิที่เลือกมา สรรหามา ให้เป็นอำนาจคณะรัฐมนตรีในแต่ละยุคแต่ละสมัยที่จะให้ออกโดยอ้างเหตุผลว่าความเหมาะสม ถ้าเขียนอย่างนี้สภาผู้แทนราษฎรเอาหน้าไปไว้ไหนครับ เขียนเปิดอำนาจในทางการเมือง เข้ามาจัดการ ผมไม่ชอบตั้งสมัยรัฐบาลคุณ มารัฐบาลผมผมเอาออก เพราะอาศัยอำนาจ ตามมาตรา ๑๒ (๖) ผมว่าอย่างนี้ยิ่งไม่ควรเขียนใหญ่เลย เป็นที่ครหานินทาเลยครับ เรามองภาพการเมืองจริงอยู่เครื่องมือของภาครัฐ เครื่องมือของรัฐนะครับ ไม่ใช่ของ ฝ่ายบริหารอย่างเดียว ของรัฐทั้งหมดที่เป็นภาพรวม ถ้าท่านกรรมาธิการชี้แจงอย่างนั้น ผมรับไม่ได้ครับ ต้องเรียนว่าผมรับไม่ได้จริง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจ้องจะเอาออก เพราะไม่สนองนโยบายรัฐบาล อ้างอย่างนั้นนะครับ ผมว่ากรรมการชุดนี้ขาดอิสรภาพเลย ขาดความสามารถ ขาดการใช้ความรู้ความสามารถที่แท้จริงในการทำหน้าที่ ผมว่าเขาเขียนเหตุอย่างนี้เป็นการปกป้องคน ถ้าคุณไม่ผิดจริงเอาเขาออกไม่ได้ ผมมองอย่างนี้นะครับ แต่ถ้าท่านมีเจตจำนงว่ากรรมการชุดนี้เป็นไปตามรัฐบาล ท่านก็ให้ อำนาจรัฐมนตรีแต่งตั้งมาสิครับ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเลย ไม่จำเป็นต้องไปเขียนอย่างนี้หรอกครับ โดยความเห็นผมนะ ด้วยความสุจริตจริง ๆ เพราะท่านใช้คำว่า เป็นไปตามคณะรัฐมนตรี ที่จะใช้เป็นเครื่องมือ ยกเว้นท่านถอนคำพูดนั้นแล้วผมรับได้ ว่าคณะรัฐมนตรีจะเอาใครออกนี่ ต้องมีเหตุที่เหมาะสมและจำเป็นแล้วตรวจสอบได้ ไม่อย่างนั้นมันมีปัญหา ไปชั้นวุฒิสภา ก็ถกกันเยอะเรื่องนี้ถ้าเขียนอย่างนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ไหมครับเดี๋ยวให้อภิปรายกันก่อนแล้วท่านตอบทีเดียวเลย ท่านบุญยอดครับ ท่านนครมีชื่อแล้วครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ผมก็ลุกขึ้นถามนะครับว่า กรณีที่ตัดเหลือเพียงแค่คำว่า คณะรัฐมนตรีให้ออก ได้ฟังคำอธิบายจากท่านนิพนธ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านกรรมาธิการ ในเรื่องของการขึ้นสู่ศาลผมคิดว่าก็เป็นประเด็นสำคัญ เพราะไม่อย่างนั้นการพิสูจน์กันว่าจะบกพร่องต่อหน้าที่หรือแม้แต่เสื่อมเสียทั้งที่สังคมก็เห็นว่า เสื่อมเสีย แต่เจ้าตัวก็คงไม่ยอมรับครับ แล้วจะขึ้นสู่ศาลนานแค่ไหน ตกลงว่าสุดท้าย ก็จะอยู่ในตำแหน่งนี้ไปจนครบวาระหรือว่าอยู่ ๒ วาระยังได้อยู่อีกอะไรทำนองนี้นะครับ ผมคิดว่าตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่สำคัญเหมือนกัน ผมขออนุญาตที่จะเห็นคล้อยตาม กรรมาธิการครับ ผมขออนุญาตถอนตรงความคิดเห็นเมื่อสักครู่ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ สิ่งที่กรรมาธิการกังวลใน (๖) แล้วก็ตัดถ้อยคำดังกล่าวออกไปก็กลัวว่า การเขียนไว้อย่างนี้ในที่สุดคณะรัฐมนตรีจะให้ใครออกไม่ได้ คณะรัฐมนตรีให้ใครออก ก็คณะรัฐมนตรีมีสิทธิจะโดนฟ้องเพราะคณะรัฐมนตรีต้องให้เหตุผลว่าเขานี่บกพร่องต่อหน้าที่ เขาก็ไปฟ้องว่าเขาบกพร่องอะไร ถ้าคณะรัฐมนตรีบอกว่าให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย เขาก็ไปฟ้องว่าเขาเสื่อมเสียอะไร การที่คณะรัฐมนตรีให้เหตุผลอย่างนี้เขาเสียหายหรือไม่ ก็แม้กระทั่งว่าเขาหย่อนความสามารถ ซึ่งถ้อยคำที่ต่อเติมไปนี้มันยากที่จะพิสูจน์ให้ชัดเจนได้ว่า เขาปรากฏเช่นนั้น เว้นแต่ว่ามันจะก่อให้เกิดความเสียหายที่ชัดเจนต่อสาธารณะ ซึ่งเราลองดูสิว่า เราอยู่ในสภาแห่งนี้เวลาคณะกรรมการคณะต่าง ๆ ที่เขาเปลี่ยนบอร์ด (Board) กัน เวลาเปลี่ยนบอร์ดแล้วเขาเปลี่ยนกันนี่เขาก็ให้เปลี่ยนได้ครับ รัฐมนตรีโดยทั่วไปเขาก็รู้อยู่ว่า เวลามาในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิเขาก็ให้อำนาจ ครม. เป็นคนตัดสินใจอยู่แล้วว่าอำนาจ ครม. ซึ่งเป็นอำนาจบริหารสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน เขาก็พิจารณากันว่าวันนี้บอร์ดองค์กรนี้ ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ทรงคุณวุฒิ เขาก็ถอยออกกัน เขาก็พิจารณากันด้วยความเหมาะสม ในทางปฏิบัติเขาไม่ต้องไปพูดว่าคุณเป็นบอร์ดไม่ได้ คุณหย่อนความสามารถ หรือว่า คุณประพฤติเสื่อมเสียแล้วจึงจะออก เพราะไม่เช่นนั้นถ้าเขียนไว้อย่างนี้แทบจะหาคนออก ลำบากนะครับ ไม่อย่างนั้นอำนาจของคณะรัฐมนตรีแทบจะให้ออกตาม (๖) ไม่ได้เลย นี่คือสิ่งที่กรรมาธิการได้กังวลแล้วกลัวว่าจะมีการฟ้องร้องกันจึงจะเป็นเหตุให้กว่าจะออกจาก ตำแหน่งหน้าที่ได้ ด้วยเหตุผลนี้กรรมาธิการจึงตัดออกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพนธ์ติดใจอะไร เดี๋ยวให้อภิปรายแล้วผมจะให้ตอบทีเดียว

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากฝากเป็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับว่า ที่มีการแก้ไขมาตรานี้เราต้องมองย้อนหลังไปครับว่าวัฏจักรทางการเมืองรัฐบาลทุกรัฐบาล บางทีตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลทีไรไล่ออกกันหมดทุกคน มันเป็นอย่างนี้มาตลอดเหมือนกันครับ บางทีเราก็เสียดาย เราก็ยอมรับความจริงนะครับ บุคลากรของเรานี่บางคนมีคุณค่ามากในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ถ้ายอมรับกันว่า ใครเป็นรัฐบาลก็เอาออกเลยอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหา ผมอยากฝากเป็นข้อสังเกตนะครับ สังเกตมาหลายรัฐบาลจริง ๆ อย่างรัฐบาลพรรคไทยรักไทยตั้งบางทีมีคนดีครับ ถ้าเปลี่ยน รัฐบาลก็โดนเอาออกเหมือนกัน พรรคประชาธิปัตย์ก็ตั้งเหมือนกันครับ พอเปลี่ยนมาเป็น รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็เอาออกหมดเลย มันเป็นวัฏจักรอย่างนี้จริง ๆ เพราะฉะนั้น คนดีบางทีไม่มีโอกาส เพราะให้อำนาจอย่างนี้แหละครับ คือผมอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตว่าตรงนี้แล้วแต่สภา จะเอาอย่างไร แต่ว่าเป็นวัฏจักรที่ไม่ดีเลยจริง ๆ ครับ ผมอยากจะฝากไว้เป็นข้อสังเกตจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายสนับสนุน การแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ในระยะหลัง ๆ นี้ผมเคยเห็นมาตราอย่างนี้ มีข้อความอย่างที่ มีการขีดฆ่ากันออกไปนะครับ เหตุผลก็แก้ไว้เพียงว่าคณะรัฐมนตรีให้ออก มันมีเหตุผลอย่างนี้ ท่านประธานครับ ถ้าดูมาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒินี้จะมาจากการสรรหา แล้วก็ตามหลักเกณฑ์ที่ ครม. กำหนด ก็หมายความว่า ครม. เป็นผู้แต่งตั้ง เมื่อเป็นผู้แต่งตั้ง แล้วก็สามารถที่จะให้ออกได้

เหตุผลที่ ๒ ที่ไม่น่าจะไปเขียนเหตุผลไว้เพราะในทางปฏิบัติมันเป็นอย่างที่ ท่านนิพนธ์ได้อธิบายไว้แล้วว่าจะต้องไปไต่สวน ไปสอบสวน แล้วก็ถ้าท่านให้ออก ท่านก็ต้องเขียนในคำสั่งว่าท่านเหล่านี้บกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ แล้วในทางปฏิบัติจริง ๆ ที่เชิญมาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิก็ไม่อยากจะเขียน พอไม่อยากจะเขียน เขียนอย่างไรล่ะครับ ก็เขียนไว้อย่างนี้แหละ ท่านประธานครับ ผมจำคดี ไม่ได้ มีการฟ้องไปที่ศาลว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ออกโดย ครม. ไม่ให้เหตุผล ท่านไม่ได้ เสื่อมเสีย ท่านไม่ได้หย่อนสมรรถภาพ ไม่ได้ประพฤติเสื่อมเสียเลย ก็บังเอิญว่ากฎหมาย ขององค์กรนั้นเขียนไว้อย่างนี้ครับ ศาลก็เลยวินิจฉัยว่ามาตรานี้เขียนไว้อย่างนี้ให้เป็นดุลยพินิจ ของ ครม. ซึ่งสุดท้ายก็คือเป็นผลดีแก่ท่านเท่านั้นเอง ฉะนั้นผมจึงคิดว่าเขียนไว้อย่างนี้ บวกกับที่มาของคณะกรรมาธิการแล้ว เห็นว่าในทางปฏิบัติเขียนไว้อย่างนี้ถูกต้องแล้วครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ฟังคำชี้แจง ของท่านกรรมาธิการที่ตอบแทนก็พอใจในระดับหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่ผมกังวลแล้วก็เป็นห่วงก็คือ ถ้าเกิดว่าจะมอบสิทธิขาดให้กับคณะรัฐมนตรีที่จะให้คณะกรรมการออกจากตำแหน่ง ตาม (๖) แล้วก็ไม่มีว่าเพราะเหตุผลใด ๆ ซึ่งเป็นเกราะป้องกันคณะกรรมการในการที่จะใช้สิทธิ เรียกร้องความยุติธรรมหรือความเป็นธรรมให้ตนเองผ่านศาลปกครองหรือว่ากลไกอื่น ๆ ของรัฐ ท่านประธานที่เคารพ แต่สิ่งที่ผมยังกังวลอยู่แล้วก็ยังเป็นห่วงอยู่ก็คือถ้าเกิดกระบวนการ ในการร่วมทุนตามที่อยู่ในกรอบของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีทุนทรัพย์หรือว่ามีจำนวนทุน เป็นล้าน ๆ บาท นับหมื่นนับแสนล้านบาท ผลประโยชน์มันมีครับท่านประธาน ผลประโยชน์ มันมีมาก ทีนี้ถ้าเกิดว่าผู้ที่เป็นคณะกรรมการต้องการที่จะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ ของส่วนรวมไม่ให้ผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือของชาติสูญเสีย เขาก็จะได้มีเกราะป้องกัน ซึ่งคณะกรรมาธิการตัดออกไปว่าเขาบกพร่องต่อหน้าที่เพราะอะไร เขาจะได้มีเหตุผล ที่จะชี้แจง เขาประพฤติเสื่อมเสียเพราะอะไร เขาจะได้มีเหตุผลที่จะอธิบาย แล้วก็มีเหตุผล ที่จะชี้แจงต่อสังคมหรือต่อศาลได้ หรือว่าเขาหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ คณะกรรมการ เขาก็จะได้อ้างเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อปกป้อง ผลประโยชน์ของชาติ ผลประโยชน์ของส่วนรวมอย่างไร แต่ถ้าเกิดว่าคณะรัฐมนตรีไม่จำกัดว่า เฉพาะชุดนี้นะครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้ถ้าเกิดว่ามีผลใช้บังคับแล้วอาจจะเป็นชุดไหน พรรคไหนก็ได้ แล้วถ้าเกิดว่าใช้อำนาจในความเป็นคณะรัฐมนตรี บอกว่าคุณจะต้อง ให้ความเห็นชอบตามที่ผมต้องการในด้านนโยบาย แต่จะต้องไปคุยกันนอกรอบก่อน บอกว่าขอใต้โต๊ะหรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โครงการนี้ถึงจะให้ความเห็นชอบและอนุมัติ ถ้าเกิดว่า คุณทำแบบนี้ไม่ได้ คุณมีสถานเดียวก็คือออกโดยใช้มติคณะรัฐมนตรี เพื่อสนองผลประโยชน์ หรือว่าคอร์รัปชัน (Corruption) ในเชิงนโยบายบ้าง โดยตรงบ้าง โดยอ้อมบ้าง เราจะมีมาตรการในการที่จะคุ้มครองกรรมการผู้สุจริต กรรมการที่ทำหน้าที่เพื่อปกป้อง ผลประโยชน์และทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และสุจริตเพื่อประโยชน์ของชาติได้อย่างไร เขาก็ไม่มีเกราะป้องกันเลย เพราะเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารโดยเด็ดขาด ขอคำชี้แจง ของกรรมาธิการด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็นั่งฟังหลายท่านที่สอบถาม ท่านผู้มีเกียรติและคณะกรรมาธิการชี้แจง ผมเห็นด้วยกับทางคณะกรรมาธิการ ทำไมถึงเห็นด้วยครับ ในมาตรา ๑๒ (๖) ไปสอดคล้องกับ มาตรา ๙ ผมไปมองอย่างนั้น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาตามมาตรา ๙ คือ ครม. เป็นผู้พิจารณาในการแต่งตั้งจากการสรรหานี่แหละ ครม. เป็นคนสรรหาเข้ามาจากการเสนอชื่อ ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในเมื่อ ครม. มีอำนาจในการสรรหาแต่งตั้งเข้ามานี่ ครม. ก็ต้องมีอำนาจ ในการให้ออกได้ คือการให้ออกนี่เป็นการให้ออกไม่จำเป็นต้องมีความผิดก็ถือว่าให้ออกได้ ผมคิดของผมนะครับ ตามกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นนโยบายของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ให้ออก ไม่จำเป็นว่าเขาจะมีความผิดหรือไม่มีความผิด ในเมื่อคุณเข้ามา ในเมื่อ ครม. ชุดต่อไปเห็นว่า เอาละเมื่อคุณเข้ามาได้ตามกระบวนการนี้คุณก็น่าจะออกตามกระบวนการที่เขาจะให้ออก คือความคิดหรือนโยบายของรัฐบาล ของ ครม. แต่ละชุดอาจจะไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาก็น่าจะให้สิทธิของ ครม. ใหม่ จะเป็นรัฐบาลใดก็แล้วแต่ ผมไม่ได้ถือว่า รัฐบาลนั้นรัฐบาลนี้ แต่นโยบายเขามีแบบนั้น ชุดก่อนอาจจะนโยบายไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้น การออกจึงออกโดยชอบของ ครม. ชุดที่เขามีอำนาจที่จะให้ออก ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสงวนครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี จังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมคิดว่าในมาตรานี้เป็นปัญหาหลักการ ต้องขอขอบคุณ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่แก้เป็นอย่างนี้ เพราะว่าปัญหาหลักการในการร่างกฎหมาย หมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่าคณะกรรมการที่ทำงานทุกอย่างมันจะมีผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งตั้งโดย ครม. แล้ว ครม. ตั้งมาเพื่ออะไร ก็เพื่อไปกำกับนโยบายของตัวเอง หลายประเทศพอเปลี่ยนรัฐบาลจะมีตำแหน่งจำนวนหนึ่งที่ต้องออกไปเลย วันนี้ประเทศไทย ไปกำหนดคุณธรรมขึ้นมาเองว่าอะไรบ้างเป็นความเลวร้าย อะไรบ้างเป็นความไม่ดี ก็เขียนตอบเหมือนที่เขียนไป ถ้าไม่ตัดแล้วไม่ใช่เป็นการดี เป็นการลงโทษผู้ปฏิบัติ เพราะว่า แท้จริงแล้วในกรอบระยะเวลาหนึ่งก็ไม่เกิน ๔ ปี เป็น ๒ สมัยก็ ๘ ปี แม้เป็นรัฐบาลนี้ ตั้งไว้ ๘ ปีก็เป็นไม่ได้แล้ว นี่คือหลักการที่เขียนมาไว้เดิม เพราะฉะนั้นผมย้ำว่าหลักการเขียน กฎหมายอย่างนี้สภาของเราต้องยึดถือว่าอันไหนที่มามันมาจากฝ่ายนโยบายนี่ เมื่อเปลี่ยน ก็ต้องเปลี่ยน

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดไว้ในที่นี้ ท่านเชื่อไหมครับ บางเรื่องเป็นหน้าที่ ของฝ่ายประจำนะครับ แต่เวลามีปัญหาโทษฝ่ายการเมือง ผมเห็นท่านกรรมาธิการ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั่งตรงนี้ก็อยากจะพูด ท่านคงจำได้ว่าในมาตรา ๑๗๐ ที่ต้องร่างกฎหมายตามมาตรา ๑๖๘ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ หรือมาตรา ๑๖๘ ผมอาจจะจำมาตรานี้ไม่ได้ ท่านพูดไว้ชัดว่ากฎหมายวินัยการเงินการคลังต้องร่างให้เสร็จ ภายในกี่วัน ท่านพูดชัดเลยนะครับ แต่หลังจากนั้นมาข้าราชการประจำในกระทรวงการคลัง ไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วพอมีการโต้แย้งเรื่องนี้ก็จะโบ้ยไปที่ฝ่ายนโยบาย ไม่ใช่นะครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมันก็จะเกิดปัญหาอีก ที่ผมพูดเรื่องนี้เป็นหลักการเดียวกัน นี่เขียนบังคับไว้เลยว่าคุณต้องออกนะครับ พอผมเป็นในสมัยรัฐบาลนี้ผมไม่รอแล้วครับ พอรัฐบาลใหม่มาผมก็ไป ก็ไปอย่างมีศักดิ์ศรี ถ้าผมดีแล้วเขาตั้งขึ้นมาใหม่ค่อยมาว่ากันใหม่ ถ้าเขาเห็นว่าแนวทางของเรากับของเขาไปด้วยกัน ผมสรุปตรงนี้ว่าเห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพุทธิพงษ์ครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ก็อยากจะตอบคำถาม ๒-๓ ท่านที่ได้กรุณาสอบถาม

ท่านแรกผมอยากจะเรียนท่านชลน่านสักเล็กน้อยนะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่าน มีความกังวลในเรื่องของการตัด (๖) ออกไป ผมอยากจะเรียนว่าเราไม่ควรจะมองในมุมเดียว ว่าถ้าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วจะให้ออกนั้นเหตุผลควรเป็นอย่างไร ผมก็อยากให้มองอีกมุมมองหนึ่งว่า ถ้าผู้ทรงคุณวุฒินั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สมบูรณ์ แล้วมีความจำเป็นที่จะเชิญท่านออก และเปลี่ยนคนใหม่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนั้นก็คือว่าเมื่อ ครม. ได้ตั้งและมีความประสงค์ ที่อยากจะเปลี่ยน ตอนเปลี่ยนนี่ละครับก็จะมีการใช้สิทธิปกติทั่วไป ก็คือจะมีการฟ้อง หรือขอความคุ้มครองจากศาลปกครอง แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดและผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรม กับทุกฝ่ายก็คือว่าทางฝ่ายของภาครัฐที่จะให้ออกก็ต้องมีความจำเป็นที่จะต้องไป ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือพยายามหาข้อมูล หาเหตุผลเพื่อให้ตรงกับกรอบที่เราได้ตัดไปแล้ว ว่ามีความบกพร่องอย่างไร มีความเสื่อมเสีย หรือว่าทำความเสื่อมเสียให้กับหน่วยงานอย่างไร แล้วก็เป็นเรื่องของความเสียหายในเชิงบุคคลและในเชิงของการบริหารต่อไปในอนาคต นั่นคือเหตุผลที่ท่านสมาชิกบางท่านได้สนับสนุน ผมขอชื่นชมว่านั่นคือเหตุผลที่กรรมาธิการ ได้พูดคุยกันหลายครั้ง เพราะเมื่ออำนาจตามมาตรา ๙ เป็นการแต่งตั้งโดย ครม. และเมื่อ ครม. จะให้ออกไปจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม กลายเป็นว่าจะต้องมีการฟ้องร้องและมีการยัดเยียด หาเหตุผลเพื่อจะทำให้คนคนนั้นเห็นว่าคนคนนั้นผิด ผมคิดว่าเรื่องนี้มันอันตรายมากกับ ในอนาคตถ้าเกิดเราตั้งไว้และใครจะมาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าถ้าท่าน ส.ส. นคร มาฉิม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าถ้าเกิดมีการเรียกรับผลประโยชน์และมีการขัดขวางขึ้นมาก็เลยทำให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านนั้นไม่สามารถมีหลักยึดได้ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะถูกเชิญออกหรือว่าให้ออก โดยไม่มีเหตุผล ผมเรียนครับว่าถ้าเราศึกษาในเรื่องของ พ.ร.บ. ฉบับนี้จริง ๆ คณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นมาไม่ได้พิจารณาโครงการ เป็นคณะกรรมการที่มาให้ความเห็นชอบในเชิงยุทธศาสตร์ ว่าโครงการไหนเป็นโครงการที่ควรแก่การที่จะให้มีการร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน แล้วก็จะมีคณะอนุกรรมการและมีคณะกรรมการอื่น ๆ โดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบ เข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการที่อนุมัติโครงการอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เราพูดถึงในครั้งนี้แทบจะไม่มีอำนาจในการที่จะไปอนุมัติโครงการว่าจะให้ใคร จะต้องใช้เงิน ราคากลางเท่าไร เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็คงเป็นอีกคำตอบหนึ่งที่อาจจะเรียนทางท่านสมาชิก บางท่านที่กังวลในเรื่องนี้ แต่ในเวลาเดียวกันถ้ามีเหตุการณ์อย่างที่ท่าน ส.ส. นครได้กรุณา สอบถาม ผมเรียนว่าสิทธิในการที่จะไปขอความเห็นชอบหรือขอความคุ้มครองจาก ศาลปกครองก็ยังมีอยู่นะครับ ไม่ได้หมายความว่าการตัดบางถ้อยคำออกไปจาก (๖) แล้ว สิทธิในการร้องต่อศาลปกครองจะหมดไป ก็สามารถว่าไปตามกระบวนการและกลไกได้ เพียงแต่ในมิติของผู้บริหารเท่านั้นเองที่ว่าถ้าจะให้ออกก็จะต้องมีเหตุผลอันเชื่อได้ และชัดเจนว่าเขามีความผิดและทำความเสื่อมเสียอย่างไร ซึ่งผมเคยได้สอบถาม ในคณะกรรมาธิการด้วยซ้ำว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยนะครับที่จะสามารถ หาความผิดชัดเจนว่าเขาเหล่านั้นมีความผิดได้มากน้อยแค่ไหนในกรณีที่จะเอาออก ซึ่งเรื่องนี้ ก็จะทำให้กระบวนการการคัดสรร แล้วก็คณะกรรมการก็ไม่สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้ ก็จะค้างคากันไปแล้วก็เป็นที่ฟ้องร้องกันต่อไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเหตุผล บางเหตุผลที่อาจจะตอบท่านสมาชิกบางท่านได้ว่าในหลาย ๆ คำถามหรือความกังวล พวกเราก็ได้ตระหนักอยู่เสมอนะครับ แล้วก็ได้สอบถามและทำให้รัดกุมที่สุด เพียงแต่อยากให้ คำนึงถึงการบริหาร การเดินหน้าของคณะกรรมการชุดนี้ซึ่งเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ไม่ใช่คณะกรรมการอนุมัติโครงการอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้เข้าใจ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอชลน่านเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรานี้ผมเองด้วยความเคารพท่านประธานครับ ถ้าเหตุผล บอกว่าคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ตั้ง คณะรัฐมนตรีมีอำนาจให้ออก อันนี้พอรับได้ แต่ประเด็นชี้แจง ของกรรมาธิการ ๒ เรื่องที่ผมรับไม่ได้นี่ครับ ถ้าท่านไม่ชี้แจงนี่ผมให้ผ่านไปนานแล้ว

ประเด็นที่ ๑ ชี้แจงบอกว่าเป็นอำนาจของ ครม. ที่จะเปลี่ยนแปลงกรณีที่ ไม่ชอบกรรมการนั้น เหตุเพราะมีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี ถ้าเขียนอย่างนี้ไว้ ในรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ผมอายครับ อายจริง ๆ ครับ เหมือนท่านผู้อาวุโสพูด มันไม่ควร ท่านจะหาเหตุอะไรก็ได้ จะว่าอย่างไรก็ได้ เราไม่ว่ากัน แต่เหตุเพราะเปลี่ยน คณะรัฐมนตรีปุ๊บนี่ชุดที่ออกไปทั้งหมดนี่ผมเองค่อนข้างไม่เห็นด้วย ถึงแม้ว่าอำนาจสูงสุด อยู่ที่คณะรัฐมนตรีก็แล้วแต่ เพราะคณะกรรมการชุดนี้มีกฎหมายรองรับ เราตรากฎหมาย รองรับเป็นคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ศักดิ์ศรีเขาก็มีกฎหมายรองรับอยู่ จริงอยู่ครับถ้าไม่สนองนโยบายทำให้งานมันล้มเหลว ประเทศชาติมันพังมันเสียหายนี่สมควรครับ ก็ต้องออกได้อยู่แล้ว ไม่มีใครฟ้องหรอกครับ นั่นประเด็นที่ ๑ ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ชัดเจนเลยครับ หลายท่านบอกว่าถ้าเขียนไว้ เมื่อเอาออก ถูกฟ้องแน่ ถูกร้องศาลปกครองแน่นอน กรรมาธิการเองก็มายอมรับเองครับ บอกว่าถึงแม้ ไม่เขียนเอาเขาออกเขาก็ฟ้อง ด้วยเหตุอันใดเขาก็ฟ้องถ้าเขาจะฟ้อง เพราะฉะนั้นไม่ใช่เหตุผล ที่ท่านตัดหรือไม่ตัดครับ ท่านอยากได้เหตุผลเพราะว่าเขียนไว้เกรงว่าเขาฟ้องเมื่อเอาออก ผมก็ว่าไม่ใช่เหตุผลที่เราจะยอมรับวิธีการเขียนแบบนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมคัดค้าน ที่ผมไม่เห็นด้วยกับเหตุผลที่ท่านตัดออก ๒ เหตุผลนี้ผมไม่เห็นด้วยจริง ๆ แต่ถ้าท่านอ้าง บอกว่ามาตรา ๙ ให้อำนาจ ครม. เป็นผู้แต่งตั้งด้วยกระบวนการสรรหามานี่ แน่นอนครับ ก็เป็นไปตามคุณสมบัติตามวิธีการตรวจสอบกันได้อยู่แล้ว เมื่อไม่มีความเหมาะสมอย่างไร ก็เอาออกได้ที่จะให้เป็นประโยชน์กับรัฐ อันนี้พอรับได้ครับ แต่ไปเขียนเจตนารมณ์ อย่างชัดเจนบอกว่าเปลี่ยนรัฐบาลก็ออกได้เพราะเป็นนโยบายของฝ่ายบริหาร ผมว่าอันนั้น มันจะติดไปในเจตนารมณ์ของตัวกฎหมายไปอ้างต่อในการใช้บังคับในภายภาคหน้า ซึ่งผมว่า ไม่เป็นธรรมกับคนที่จะมาเป็นกรรมการ ผมไม่ติดใจหรอกครับที่จะให้โหวต ผมให้ผ่าน อยู่แล้ว แต่ขอว่าอย่าบันทึกเหตุผล ๒ เหตุผลนี้เลยครับ เพราะว่ามันเอาไปอ้างอิงตอบไม่ได้ ในอนาคต ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนครเชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพต่อคำชี้แจงของท่านกรรมาธิการนะครับ แล้วก็เป็นเกียรติที่ท่านได้กรุณา หยิบเอาข้อซักถาม ข้อสงสัยของผมมาเป็นประเด็นในการชี้แจง แต่ถ้าเกิดว่าฟังคำชี้แจง แบบนั้นแล้วพี่น้องประชาชนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่า เอ๊ะ ผู้อภิปรายและไม่เห็นพ้องด้วย กับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นี่ไม่ได้ดูทุกมาตรา ไม่ได้ดูภาพรวมของกฎหมายและเจตนารมณ์ อย่างชัดแจ้งของกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ดูทั้งหมดแล้วครับท่านประธาน ที่ท่านบอกว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่ได้มีอำนาจใด ๆ มีเฉพาะเป็นที่ปรึกษานั้น ผมดูตั้งแต่มาตรา ๘ ครับ ขออนุญาตนะครับเพื่อความชัดเจน

มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่าคณะกรรมการนโยบาย การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ อัยการสูงสุด และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินเจ็ดคน เป็นกรรมการ

ที่ท่านแก้ผ่านมาแล้วในมาตรา ๘ แล้วก็มาตรา ๙ ก็ต่อเนื่องกันมานะครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็มีศักดิ์และสิทธิในอำนาจหน้าที่ของกฎหมายฉบับนี้ เต็มเหมือนกัน เพียงแต่ว่าจะสนองตอบต่อรัฐบาลในแต่ละชุดที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน หรือไม่เท่านั้นเอง แต่ประเด็นที่ผมขออนุญาตเรียนย้ำซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้ติดใจนะครับ แต่ว่ากราบเรียน ท่านประธานเพื่อย้ำถึงเจตนารมณ์และเจตจำนงที่ผมต้องการอภิปรายบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ก็เพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองคณะกรรมการท่านใดท่านหนึ่งก็แล้วแต่ที่มีเจตนาที่บริสุทธิ์ เข้ามาเพื่อปกป้องรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมือง ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ป้องกันมิให้คนที่กำหนดนโยบายแสวงหาผลประโยชน์จากการให้ความเห็นชอบ จากการอนุมัติโครงการซึ่งมีมูลค่ามากมายมหาศาล ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานเพื่อบันทึกไว้ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ตอบคุณหมอชลน่านครับ ผมเป็นคนตรงไปตรงมา แล้วก็เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงนั้นไม่มีนะครับ ผมยืนยันอีกครั้งนะครับว่าคณะกรรมการชุดนี้คือคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วม ลงทุนในกิจการของรัฐนี่จำเป็นต้องมีความเชื่อมโยงกับฝ่ายบริหารจริง ๆ ครับ และนี่เป็น ความเห็นของผมครับ ผมถึงบอกว่าการที่คณะรัฐมนตรีเป็นฝ่ายตั้งเอง แล้วคณะรัฐมนตรี เป็นฝ่ายปลด แค่นี้พอแล้วครับ ไม่ต้องไปใส่กระทงเพิ่มให้เขาว่าบกพร่องต่อหน้าที่และต้องไป หาเหตุผลทั้งห้ามายึดโยง คณะกรรมการชุดนี้มีความจำเป็นต้องทำงานควบคู่กับฝ่ายบริหาร ของรัฐบาล ไม่อย่างนั้นแล้วงานมันเดินไม่ได้ครับ จะเป็นไปได้อย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ประกาศแถลงนโยบายเร่งด่วนต่อสภา แถลงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับแผนสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติต่อสภา แต่พอมาถึงคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ คนที่มาอยู่ในชุดนี้กลับกลายเป็นคนที่เห็นตรงกันข้ามกับรัฐบาล เดินลำบากละครับ ท่านเป็น รัฐบาลอยู่ในขณะนี้ท่านก็ทราบข้อเท็จจริงนี้อยู่ และไม่อยากจะพาดพิงไปถึงนั้นแต่ต้องพูดแล้วครับ สภาพความเป็นจริงเวลาท่านปลดกรรมการ ดีดี (DD) ของบริษัทการบินไทย เหตุผลอะไรล่ะครับ ที่ปลด ถ้าถามผมนะครับ เหตุผลท่านฟังไม่ขึ้นหรอกแต่เราก็เข้าใจครับ เพราะฉะนั้นผมบอกท่าน ตามตรง ท่านประธานครับ ไม่มีเกลียดปลาไหลแล้วกินน้ำแกงครับ ทีนี้ประเด็นอย่างนี้ มันเป็นเรื่องความเชื่อ เมื่อกี้ท่านสงวน พงษ์มณี จากพรรคเพื่อไทย พูดได้ชัดเจนมาก มันเป็นความเชื่อว่ากรรมการชุดนี้ต้องเชื่อมโยงกับฝ่ายบริหารใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น ถ้าจะโหวตก็โหวตเถอะครับท่านประธาน ไม่มีปัญหาครับ และนี่คือตรรกะของมันในมาตรานี้ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการ ไม่โหวต

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ มีการแก้ไข หมวด ๓ แผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ มีการแก้ไข มาตรา ๒๑ มีการแก้ไข มาตรา ๒๒ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ การเสนอโครงการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๓ มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๕ มีการแก้ไข มาตรา ๒๖ มีการแก้ไข มาตรา ๒๗ มีการแก้ไข มาตรา ๒๗/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มาตรา ๒๘ มีการแก้ไข มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๕ การดำเนินโครงการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๒ มีการแก้ไข มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๘ มีการแก้ไข มาตรา ๓๙ มีการแก้ไข มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๖ การกำกับดูแลและติดตามผล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๗ การแก้ไขสัญญาและการทำสัญญาใหม่ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๖ มีการแก้ไข มาตรา ๔๗ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๘ กองทุนส่งเสริมการให้เอกชน ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๙ บทเบ็ดเตล็ด ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๑ มีการแก้ไข มาตรา ๖๒ มีการแก้ไข มาตรา ๖๓ มีการแก้ไข มาตรา ๖๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๕ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๘ มีการแก้ไข มาตรา ๖๙ มาตรา ๗๐ และมาตรา ๗๑ ไม่มีการแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้ว ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุป อีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ถ้าไม่มี ก็จบการพิจารณาวาระที่สอง ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณากลับเข้าห้องประชุมครับ จะขอมติจากที่ประชุม กรุณาได้เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนด้วยครับ จำนวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๘๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

เรียบร้อย ส่งผลคะแนนด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๘๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๘๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ

ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาและลงมติว่า จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย โดยไม่มีการอภิปราย ถ้าเห็นด้วยผมจะแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคสอง และข้อ ๙๗ ซึ่งรายละเอียดของข้อสังเกตได้ส่งตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญและสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้สมาชิกได้ศึกษาแล้วนะครับ

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าที่ประชุมจะเห็นชอบด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ เชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนบ้างครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าเรียบร้อยส่งผลคะแนนครับ เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๓๗๘ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ

ขอบคุณคณะกรรมาธิการนะครับ เชิญหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไปที่จะพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ที่บรรจุในระเบียบวาระการประชุม กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะขอเปลี่ยน ระเบียบวาระการประชุม โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๖ (๒) ประกอบกับ ข้อ ๒๑ ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยนำเอาเรื่องที่ท่านประธาน กรุณาบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุม เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วขึ้นมาพิจารณาต่อจากลำดับที่เลื่อนไว้เมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมาคือลำดับที่ ๗ ต่อจากร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอผู้รับรองครับท่านประธาน

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

มีอะไรครับคุณหมอ เมื่อกี้ผมถามไปแล้วนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ท่านประธานกรุณาถามที่ประชุมว่าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น แต่ท่านประธานไม่ได้สรุปมติก็ถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ท่านประธานกรุณาทำตามข้อบังคับด้วยครับ ผมไม่อยากเป็นปัญหา ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รู้สึกเมื่อกี้ผมถามไปแล้วมีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ก็ไม่มี

การพิจารณาในวาระที่สองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ เรียงตามลำดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ หรือข้อความที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคำแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติเป็นอย่างอื่น ขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ....

ขอกราบเรียนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าตามที่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... (นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... (นายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา โดยให้ถือ เอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา กำหนดการแปรญัตติ ภายใน ๗ วัน นั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

อนึ่ง สืบเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีข้อความคลาดเคลื่อน ในมาตรา ๒๘ ตัวเลขมาตรา ๒๕ ที่ถูกต้องเป็นมาตรา ๒๗ คณะกรรมาธิการวิสามัญ จึงขอแก้ไขให้ถูกต้อง ในชั้นนี้ต้องขอความกรุณาท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ทางฝ่ายคณะกรรมาธิการวิสามัญจะขอแจกเอกสารที่ถูกต้องให้แก่ท่านสมาชิกทุกท่านด้วย ขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยแจกด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจกเอกสาร)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ คณะกรรมการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านประกอบครับ

นายประกอบ จิรกิติ บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ จิรกิติ กระผมได้ขออนุญาตแปรญัตติในมาตรา ๖ นี้ไว้โดยมีข้อความโดยปรับปรุง ถ้อยคำเดิมจาก ให้เหลือ เป็น ไม่เกิน ๔ คน โดยจำนวนกรรมการที่ผมขออนุญาตแปรถ้อยคำ จากให้ผู้แทนนักกีฬาอาชีพซึ่งมาจากการเลือกกันเองของนักกีฬาอาชีพให้เหลือ ๔ คน โดยต้องเป็นนักกีฬาอาชีพต่างชนิดกัน โดยแปรถ้อยคำนั้นให้เป็นว่า ไม่เกิน ๔ คน โดยต้องเป็นนักกีฬาอาชีพต่างชนิดกัน ทั้งนี้ ผมมีวัตถุประสงค์ในการที่จะเพิ่มความสะดวก ในกรณีที่ถ้าหากว่าผู้แทนนักกีฬาอาชีพไม่ว่าจะเป็น (ก) หรือ (ข) ไม่สามารถเลือกกันเองได้ ไม่ถึง ๔ คน ก็จะทำให้มีปัญหาในการที่ท่านรัฐมนตรีซึ่งจะทำการแต่งตั้ง เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าในกรณีที่ผู้แทนนักกีฬาอาชีพตาม (ก) หรือผู้แทนที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพตาม (ข) นั้น สามารถเลือกกันเองได้ถึงจำนวน ๔ คน ตามที่กฎหมายกำหนดว่าไม่เกิน ๔ คนนั้น ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีเองซึ่งจะเป็นผู้แต่งตั้งก็คงจะแต่งตั้งตามบัญชีที่ผู้แทนนักกีฬาอาชีพ และผู้แทนที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพตาม (ก) และ (ข) เลือกกันเองมาทั้งหมด คงไม่ได้ใช้ วิจารณญาณว่าถ้าผู้แทนนักกีฬาอาชีพเลือกกันเองมาแล้ว ๔ คน แต่ท่านรัฐมนตรีกลับแต่งตั้ง เพียง ๑ คนหรือ ๒ คน ในทำนองเดียวกันใน (๔) ผมก็เปลี่ยนเพิ่มเติมถ้อยคำจากจำนวน ๖ คน เป็นจำนวนไม่เกิน ๖ คน ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถที่จะแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้ จำนวนไม่เกิน ๖ คน ซึ่งในกรณีที่มีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติพร้อมตามที่กฎหมายบัญญัติ ได้ถึง ๖ คน ผมก็เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีซึ่งจะเป็นผู้แต่งตั้งก็คงจะดำเนินการแต่งตั้งให้ครบถ้วน ตามนั้นนะครับ ก็เลยขออนุญาตท่านประธานที่จะแปรญัตติเพื่อแก้ไขถ้อยคำเพื่อเป็นการเปิดช่อง ให้การทำงานสามารถทำได้สะดวกยิ่งขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการครับ

นายกนกพันธุ์ จุลเกษม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมาธิการ ในร่างมาตรา ๖ ในประเด็นของการขอแก้ไขความใน (๓) (ก) (ข) ที่จะให้กำหนดว่าผู้แทนนักกีฬาอาชีพ ผู้แทนบุคลากรกีฬาอาชีพ ผู้แทนผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ ผู้แทนสโมสรกีฬาอาชีพ และผู้แทนสมาคมกีฬาอาชีพ ซึ่งเดิมกำหนดไว้ให้มาจากการเลือกตั้งกันเองให้เหลือ ๔ คน เป็นไม่เกิน ๔ คนนั้น คณะกรรมาธิการขออนุญาตมีความเห็นแย้ง ไม่เห็นด้วย เนื่องจากการกำหนดให้มีการเลือกกันเอง ให้เหลือ ๔ คน จะเป็นหลักประกันทางด้านกฎหมายให้ได้ผู้แทนที่มาจากนักกีฬาอาชีพ อย่างแท้จริงและเป็นจำนวนที่แน่นอน เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของ คณะกรรมการชุดนี้ หากกำหนดว่าไม่เกิน ๔ คนแล้วก็อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็อาจจะบอกว่าท่านประธานอาจจะแต่งตั้งได้ ๑ คน ๒ คน หรือ ๓ คนก็ได้ เพราะฉะนั้น จะทำให้สัดส่วนของจำนวนกรรมการที่มาจากภาคผู้แทนนักกีฬาอาชีพ หรือบุคลากรกีฬาอาชีพ ไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ปัจจุบันนี้กีฬาอาชีพทางการกีฬา ให้การสนับสนุนอยู่ทั้งหมด ๑๓ ชนิดกีฬา ซึ่งมีนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ เป็นจำนวนมากเพียงพอที่จะทำการคัดเลือกมาเป็นกรรมการได้ ปัญหาที่ทำให้ท่าน เป็นกังวลว่าการสรรหาบุคลากรที่มีความเหมาะสมหรือมีคุณสมบัติครบถ้วนจะทำได้ยาก ส่วนใน (๔) เหตุผลของการให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีจำนวน ๖ คน เพื่อให้สัดส่วน ของกรรมการมีจำนวนที่แน่นอน หากกำหนดว่าไม่เกิน ๖ คนแล้วจะทำให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง สามารถแต่งตั้งโดยใช้ดุลยพินิจในการแต่งตั้งได้ไม่เกิน ๔ คน อาจจะเป็น ๑ คน ๒ คน หรือ ๓ คน ได้เช่นเดียวกัน ก็จะเป็นการขัดแย้งกับความในตอนท้ายที่จะต้องมีสัดส่วน อย่างน้อยด้านละ ๑ คน ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๔ ด้าน เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนมา เพื่อให้ท่านได้พิจารณาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประกอบไม่ติดใจนะ เชิญครับ

นายประกอบ จิรกิติ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ตามที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงก็เช่นเดียวกับการชี้แจงในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ผมเองยังเห็นว่าอย่างเช่นใน (๔) ที่บอกว่าอาจจะแต่งตั้งเพียง ๑ ท่านนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายก็ได้บัญญัติไว้ว่าต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการกีฬา ด้านการตลาดและระบบสิทธิประโยชน์ และด้านสื่อสารมวลชนเกี่ยวกับกีฬา อย่างน้อยด้านละ ๑ คน ซึ่งในการนี้ถ้าหากว่ามีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติพร้อมตามที่กฎหมายบัญญัติก็จะต้อง มีการแต่งตั้ง เพียงแต่ว่าประเด็นที่ผมเปลี่ยนถ้อยคำนั้นเป็นไม่เกินก็ในกรณีเดียว ก็คือว่าถ้าหากว่าเราขาดบุคลากรซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน ซึ่งแน่นอนเราจะเห็นว่าปัจจุบัน เรามีสมาคมกีฬาอาชีพหลากหลายประเภทมากขึ้น แต่ในกรณีนี้ผมเกรงว่าอาจจะมีบุคลากร ที่ขาดคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็นข้อหนึ่งข้อใดที่เราบัญญัติไว้ เพราะฉะนั้นการที่ถ้าหากว่า เราบัญญัติไว้ว่าสามารถแต่งตั้งได้ไม่เกิน ๔ คน แล้วในกรณีอย่างเช่น (๓) (ก) ผู้แทนนักกีฬาอาชีพซึ่งเลือกกันเอง ถ้าเขาเลือกได้ถึง ๔ คนครบตามที่กฎหมายบัญญัติ ผมก็ยังเชื่ออยู่ว่าท่านรัฐมนตรีก็คงจะแต่งตั้งครบทั้ง ๔ คน คงไม่ใช้ดุลยพินิจในการเลือก เพียงแค่คนใดคนหนึ่ง เช่นเดียวกันกับ (ข) หรือใน (๔) ถ้าหากว่ามีบุคลากรที่มี คุณสมบัติครบถ้วนท่านรัฐมนตรีคงแต่งตั้ง ก็ยังคิดว่าน่าจะเป็นไปตามที่ผมได้ขออนุญาต แปรญัตติเพื่อที่จะเพิ่มความสะดวกในการดำเนินงานของท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประกอบ จิรกิติ ที่ได้แปรญัตติในประเด็นของคณะกรรมการกีฬาอาชีพในครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่า คณะกรรมการกีฬาอาชีพนี่ประกอบด้วยทั้งรัฐมนตรีแล้วก็กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการ ที่เราต้องการที่จะให้มามีส่วนร่วมและเป็นคนสำคัญที่สุดก็คือนักกีฬา ในกฎหมายกำหนดไว้ว่า ผู้แทนนักกีฬาอาชีพซึ่งมาจากการเลือกกันเองของนักกีฬาอาชีพให้เหลือสี่คน โดยต้องเป็นนักกีฬาอาชีพต่างชนิดกัน ก็เรียนว่าการกำหนดให้ถึง ๔ คนมันเปรียบเสมือนเป็น ข้อบังคับให้กับทางรัฐมนตรีว่าท่านจะต้องเลือกนักกีฬามา ๔ คน และต่างชนิดกัน วันนี้เรามีทั้งหมด ๑๓ ชนิดกีฬาที่เป็นกีฬาอาชีพ เพราะฉะนั้นเราก็เชื่อว่าทางท่านรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่จัดสรรหรือคัดเลือกนักกีฬาคงใช้ดุลยพินิจอย่างดี เราก็มีความกังวลว่าถ้าเกิด เราเขียนว่าไม่เกิน ๔ คน ถ้าเกิดท่านรัฐมนตรีมีความคิดว่าวันนี้เราแต่งตั้งนักกีฬาแค่ ๑ คน แค่นั้น ก็เป็นสิทธิของท่านรัฐมนตรี เพื่อให้ความเป็นธรรมแล้วก็คณะกรรมการดังกล่าว จะได้ทำหน้าที่เรื่องกีฬาอาชีพที่สมบูรณ์แบบ ทางคณะกรรมาธิการก็เลยยืนยันที่จะให้คงไว้ เรื่องตัวแทนนักกีฬา ๔ คน ก็ขออนุญาตยืนยันตามมติของคณะกรรมาธิการครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประกอบครับ ตกลงต้องให้ลงมติไหม

นายประกอบ จิรกิติ บัญชีรายชื่อ

ถ้าท่านกรรมาธิการยืนยันกันเช่นนั้น ผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ เพียงแต่ว่าขอชี้แจงว่าเหตุที่ผมแปรญัตติไว้ก็เพื่อในอนาคตถ้าหากว่า มีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติของบุคลากรครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ มีการแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๘ มีการแก้ไข โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มเติม สาระสำคัญในลักษณะต้องห้ามของกรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) มาตรา ๖ (๓) และ (๔) ก็คือกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง (๓) ก็คือกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทน นักกีฬาอาชีพ และผู้เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ จำนวน ๔ คน แล้วก็ใน (๔) กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ล้วนแล้วแต่เป็นกรรมการ ประเภทที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง ในมาตรา ๘ นี้กรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มสาระสำคัญก็คือใน (๒) ที่เดิมเป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ท่านก็ไปเพิ่มเติมว่า เป็นบุคคลล้มละลายหรือ เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ซึ่งในประเด็นนี้ผมเห็นด้วยที่จะทำให้คณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการกีฬาอาชีพเป็นที่ยอมรับ เคลียร์ (Clear) บริสุทธิ์ในแวดวงกีฬา แต่ว่าการไป เพิ่มเติมใน (๖) โดยท่านไปเพิ่มเติมว่าไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ถ้าลำพังท่านคณะกรรมาธิการ เพิ่มเพียงว่าไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ จะเป็นความงดงามของการเพิ่มเติมสาระสำคัญให้คุณสมบัติของการเป็นกรรมการนี้โดดเด่น เป็นที่ยอมรับมากขึ้น แต่เมื่อท่านไปเว้นความผิดในมาตรา ๖๕ ตรงนี้แหละครับเป็นปัญหา ที่ผมคิดว่าท่านไม่ควรที่จะไปเพิ่มเติมข้อยกเว้นตรงนี้ มาตรา ๖๕ คืออะไรครับ มาตรา ๖๕ คือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โทษจำและโทษปรับอาจจะดูน้อย ท่านอาจจะคิดว่าเป็นความผิดเล็กน้อย แต่ความผิดการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งใน ๒ เรื่อง ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๕ นั้นมีความสำคัญ

(๑) คือไม่มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือสิ่งใดตามคำสั่งของ คณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ คณะอนุกรรมการ นายทะเบียน หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือ

(๒) ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕๑

ทำไมถึงบอกว่า ๒ ประเด็น ในมาตรา ๖๕ นี้มีความสำคัญครับ ท่านประธานครับ คนที่จะมาเป็นกรรมการแล้วเป็นกรรมการที่ผ่านการกลั่นกรองของรัฐมนตรีถ้าเคยกระทำ ความผิดแบบนี้มา และศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าเคยมีการกระทำความผิดเช่นนั้นยังจะเอามาเป็น กรรมการอีกหรือครับ ผมคิดว่าคนเป็นกรรมการจะต้องยึดมั่นในกติกา ในระเบียบ ในกฎหมายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด เพราะอย่าลืมว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ส่งเสริม กีฬาอาชีพ คนมาเป็นคณะกรรมการกีฬาอาชีพจะต้องมีความเชื่อมั่นในกระบวนการ ตามกฎหมายฉบับนี้ เพียงแต่ไปยกเว้นให้เขาแล้วเขาสามารถเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ได้ ท่านคิดว่าสง่างามไหมครับ รัฐมนตรีที่จะแต่งตั้งคนที่มีข้อยกเว้นความผิดตามมาตรา ๖๕ จะตอบกับสังคมอย่างไร นี่เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าท่านคณะกรรมาธิการตั้งประเด็นที่เพิ่มเติม เข้ามานี่สวยแล้วครับ แต่ว่าไปเพิ่มติ่งตรงนี้ละครับ ผมคิดว่าเป็นปมที่ไม่ควรที่จะเพิ่มเข้ามา ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะตอบข้ออภิปรายของท่านอภิชาตว่า ในประเด็นที่มีการแก้ไขที่กรรมาธิการไปแก้ไขในมาตรา ๘ แล้วก็เพิ่มเติมถ้อยคำใน (๖) ว่า ไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ที่กรรมาธิการจะต้องเว้นมาตรา ๖๕ เอาไว้ เพราะมาตรา ๖๕ เป็นเปรียบเสมือนโทษในความผิดอาญาก็คือลหุโทษ ความผิดลหุโทษโดยกฎหมายทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของข้าราชการประเภทใดก็ตาม ถ้าความผิดฐานลหุโทษหรือความผิด ที่เกิดจากการกระทำโดยประมาท ปกติแล้วเรามักจะไม่ถือเป็นคุณสมบัติต้องห้าม ในการที่จะรับราชการก็ดี ในการที่จะเป็นคุณสมบัติเข้าหน่วยงานต่าง ๆ ก็ดี เพราะความผิดลหุโทษ คือความผิดที่เราถือว่าเป็นความผิดเล็กน้อย ท่านจะสังเกตเห็นได้ว่าในมาตรา ๖๕ โทษก็คือ ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับ ไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งโทษนี้ในประมวลกฎหมายอาญาเราถือว่า เป็นโทษในหมวดว่าด้วยความผิดลหุโทษ เป็นความผิดเล็กน้อย เพราะฉะนั้น เราจึงคิดว่าเมื่อมีความผิดเล็กน้อย ขณะนี้เกณฑ์ลหุโทษอย่างนี้เราจึงไม่ควรที่จะไปตัด เป็นคุณสมบัติต้องห้าม ด้วยความเคารพเป็นอย่างนี้ เหตุผลของกรรมาธิการครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตต่อ แล้วก็หมอชลน่าน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ฟังคำชี้แจงของคณะกรรมาธิการแล้วผมคิดว่ายังไม่มีเหตุผลที่จะหักล้าง ความผิดลหุโทษหรือความผิดทางจริยธรรมมันไม่มีความหมายอะไรมากมายหรอกครับ ถ้าเทียบในทางกฎหมายอาญาหรือความผิดทั่วไป แต่นี่สาระสำคัญมันอยู่ที่ความผิดนั้น มันเป็นความผิดที่เป็นปฏิปักษ์กับกฎหมายฉบับนี้ การไม่มาให้คำชี้แจงเป็นความผิดเล็กน้อย แต่มันเป็นปฏิปักษ์กับหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายฉบับนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเรายกเว้นความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ ถามว่ามีความสำคัญไหม ใน ๒ อนุมาตราในมาตรา ๖๕ ไม่มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือสิ่งใด ตามคำสั่งของคณะกรรมการ วันข้างหน้าเมื่อคนคนนี้เข้าไปนั่งเป็นกรรมการแล้วมีคำสั่งให้ คนอื่นมาให้ถ้อยคำแล้วจะมีความหมายอะไรล่ะครับ ถูกนักกีฬา ถูกผู้เกี่ยวข้องวงการกีฬาชี้หน้าว่า ก็กรรมการคนนี้มันไม่เคยมาให้ปากคำ มาให้ถ้อยคำ ยังขัดขืนกับคำสั่งของผู้เกี่ยวข้อง ในวงการนี้ แล้วมันจะมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างไรล่ะครับ ประเด็นก็คือว่าเราขาดแคลนผู้คน ที่จะมาเป็นกรรมการมากมายถึงขนาดต้องเอาคนมีตำหนิตามมาตรา ๖๕ หรือครับ มีคนเยอะแยะที่รัฐมนตรีจะตั้ง ที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬามาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง ๒ อนุมาตรา เยอะแยะไปหมดครับ ยิ่งวงการกีฬาพัฒนากว้างขวางมากเท่าไร ผู้คนก็ยิ่งมาก รัฐมนตรีก็เลือกเอาสิครับ ก็อย่าเลือกเอาคนมีตำหนิเข้ามาก็แล้วกัน หรือใน (๒) บอกขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวก ในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียน เคยมีบาดแผลแบบนี้แล้วมาเป็นกรรมการ เป็นเจ้านายเหนือหัวเขา ต่อไปเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามกฎหมายนี้จะไปพึ่งใครล่ะครับ นี่เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าแม้จะฟังดูเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ผมอยากให้คณะกรรมการใส่ใจ ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าเกิดท่านตัดความในมาตรา ๘ (๖) ท่อนที่ว่า เว้นแต่เป็นความผิด ตามมาตรา ๖๕ ออกไป ผมคิดว่าจะสง่างามมาก แล้วกฎหมายนี้จะมีความสวยงามมาก ขอให้ท่านได้ทบทวนอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิสมาชิกได้อภิปรายแสดงความเห็น กรณีที่ท่านกรรมาธิการได้แก้ไขมา โดยเพิ่มเติมในมาตรา ๘ (๖) ท่านประธานครับ ผมติดใจ ถ้อยคำ ท่านเขียนว่าไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษา ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการมีเจตนาว่า ใครที่ต้องคำพิพากษาตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะรวมมาตรา ๖๕ ด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่ ไม่มีสิทธิมาเป็นกรรมการ กระผมก็ถามท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการว่า ท่านใช้คำว่าไม่เป็นผู้เคย เมื่อเทียบกับท่านเขียนมาในมาตราเดียวกัน เช่น เคยได้รับโทษจำคุก ชัดเจนเลยเคยได้รับโทษจำคุก เคยถูกไล่ออก ก็เคยถูกไล่ออก ก็ไม่มีคุณสมบัติ ไม่เป็นผู้เคย ความหมายท่านคือเคยใช่หรือไม่ ฝากท่านกรรมาธิการช่วยไปดู ประเด็นถ้อยคำสักนิดหนึ่ง เขียนให้มันเหมือนกันนะครับ ผมด้วยความเคารพ ในคณะกรรมาธิการชุดนี้มีท่านนิพนธ์อยู่ท่านกรุณาช่วยดู ผมเองอ่านแล้วก็แปลคำว่า ไม่เป็นผู้เคยก็คือผู้เคย ในความหมายผมแล้วตามเจตนาที่ท่านร่าง ทีนี้ประเด็น เขียนใน (๖) ต้องถามกรรมาธิการว่าท่านมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างไปจาก (๓) หรือไม่ อย่างไร เพราะถ้าไม่เขียน (๖) (๓) ก็คุมอยู่แล้วว่าเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แต่อันนั้นคือต้องจำคุก พิพากษาแล้วจำคุกด้วย ถึงที่สุดให้จำคุก เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาให้จำคุกหมายความว่าติดคุกมา ถ้าท่านมีเจตนาว่าจะเขียน (๖) ว่าไม่ต้องจำคุก แค่คำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามมาตรานี้ไม่ต้องจำคุกก็ไม่ต้องเป็นกรรมการแล้ว เจตนาเป็นอย่างนั้นใช่หรือไม่ ต้องอธิบายให้ชัดนะครับ เพราะว่ามันจะได้ไม่ต้องใช้ (๓) มาอธิบายได้ เพียงแต่อยากให้ท่านกรรมาธิการช่วยใน ๒ ประเด็น ๑. ถ้อยคำว่าไม่เป็น ผู้เคยนี่คืออะไร ๒. เจตนาที่จะเขียนอย่างนี้เพื่ออะไร ครอบคลุมไปถึงประเด็น ของท่านอภิชาตหรือไม่ที่ท่านบอกมันเป็นลหุโทษ ถ้าท่านอภิชาตบอกว่าถ้าเป็นตามนี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ก็ควรจะเอาทั้งหมด หมายความว่าถ้าผิดพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยเฉพาะก็ไม่ต้องมาเป็นกรรมการ ผมก็ค่อนข้างเห็นด้วยนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นของ (๖) ผมเห็นด้วยกับท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผมขออนุญาตที่จะให้ความเห็น ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๗๙ คือเป็นเรื่องของจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐครับ ในวรรคสุดท้ายบอกว่า การพิจารณา สรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งบุคคลใด เข้าสู่ตำแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อำนาจรัฐ รวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษบุคคลนั้น จะต้องเป็นไปตาม ระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย เห็นไหมครับ นี่รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายหลัก ดังนั้น จึงขออนุญาตกราบเรียนไปยังกรรมาธิการว่า ถ้าจะเขียนคำว่าไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ประเด็นนี้คำพิพากษาไม่ถึงที่สุดเป็นผู้ถูกฟ้องตาม พ.ร.บ. นี้ยังเป็นกรรมการนี้ได้หรือครับ ถูกฟ้องตาม พ.ร.บ. นี้เลยนะครับ กลับมาเสนอเป็นกรรมการแล้วมันจะสอดคล้องกับ จริยธรรมหรือการแต่งตั้งสรรหาคนได้อย่างไรครับตามรัฐธรรมนูญที่ว่า ฉะนั้นข้อนี้ผมคิดว่า ทางท่านกรรมาธิการกรุณาพิจารณาให้ดีนะครับ การเขียนเข้าไปกลับกลายเป็นว่าเป็นการเปิดช่อง ให้กับบุคคลที่มีตำหนิ บุคคลสีเทาทั้งหลาย แล้วจะเข้ามาในวงการกีฬามืออาชีพ อย่างท่านหรือไม่ ไม่เขียนดีกว่าไหม ผมกลับคิดอย่างนั้นนะครับ ตัดข้อนี้ออกไปไปอยู่ที่ ชั้นของการพิจารณาสรรหาซึ่งก็สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว คนที่ทั้งเคย ไม่เคย หรือว่า ยังอยู่ในชั้นฟ้องอยู่นี่ ก็ไม่ควรได้รับการพิจารณาสรรหามาเป็นกรรมการชุดนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการครับ

นายนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม นิพนธ์ ฮะกีมี รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามทั้ง ๓ ท่าน คือ ๑. ท่านอภิชาต ๒. ท่านคุณหมอชลน่าน และ ๓. ท่านบุญยอด

ผมขอกราบเรียนตอบชี้แจงท่านอภิชาตก่อนในประเด็น (๖) ว่าควรจะตัด เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ออก ทีนี้ผมขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับ คือการที่เรายกเว้น มาตรา ๖๕ ในประเด็นแรกก็คือ

๑. เป็นนโยบายในการกำหนดโทษและนโยบายที่จะเอาคนเข้ามาทำงาน เป็นคณะกรรมการ โดยดูจากอย่างไรบ้าง ในพระราชบัญญัตินี้ความผิดที่มีโทษอาญามีตั้งแต่ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ ซึ่งเป็นโทษที่มีความผิดร้ายแรงทั้งนั้น ท่านจะเห็นว่า ความไล่เลียงของโทษต่าง ๆ นี่จะเห็นทั้งหมดถ้าเผื่อท่านอ่านโทษอาญาทั้งหมดที่อยู่ใน พระราชบัญญัตินี้ และมีโทษตามมาตรา ๖๕ ที่เป็นโทษที่เล็กน้อยที่สุดนะครับ และทำไม กรรมาธิการถึงจะคงว่าคนที่ได้รับโทษตามมาตรา ๖๕ ได้รับยกเว้นเข้ามาเป็นคณะกรรมการนี้ได้ ถ้าเผื่อท่านดูในมาตรา ๘ (๓) เช่นกัน ในมาตรา ๘ (๓) บอกไว้ว่าอย่างไรเป็นวาระแรก ที่ร่างที่สภาแห่งนี้รับไปแล้วมิได้มีการแก้ไขนะครับ (๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษา ถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ฉะนั้น (๓) เราได้ยกเว้นให้ ฉะนั้นการสอดคล้อง ฮาร์โมนี (Harmony) ของร่าง (๓) (๖) จึงจะต้องมีด้วยกัน ใน (๖) มาตรา ๖๕ ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษเราถึงได้ยกเว้นด้วย เพื่อความสอดคล้องกันในประเด็นแรกนี่ประเด็นทางด้านนิติศาสตร์ที่ผมเรียนชี้แจงนะครับ

สำหรับประเด็นในเรื่องถ้อยคำ ผมกราบเรียนไปยังท่านคุณหมอชลน่าน ก็ได้เรียนปรึกษาท่านรัฐมนตรีแล้วนะครับ ก็เห็นด้วยกับคุณหมอว่ากรรมาธิการเขียนเกินมา นิดหนึ่ง คือถ้าเผื่อไปอ่านข้างบนก็จะอ่านได้อย่างคุณหมอนะครับ ที่จริงมันจะต้องมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม แต่เนื่องจากคำว่าคุณสมบัติไม่มี อ่านตรงนี้ไม่มีลักษณะ ต้องห้ามอย่างเดียวกับ (๖) ที่ท่านกรรมาธิการได้เพิ่มมา ก็เลยอาจทำให้เป็นประโยคที่ปฏิเสธ ซ้อนปฏิเสธ ท่านกรรมาธิการเห็นชอบด้วยที่จะตัดคำว่า ไม่ ออกนะครับ

สำหรับปัญหาประเด็นสุดท้าย ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านบุญยอดถามแล้วอ้างมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญเรื่องจริยธรรมถูกต้อง ในมาตรา ๒๗๙ ให้คำนึงถึงจริยธรรม เห็นชอบด้วย แต่จริง ๆ แล้วยังมีมาตราอื่น ๆ ของรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย มาตราที่สำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญคือสิทธิของประชาชน ในการที่จะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดเว้นแต่จะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ฉะนั้นบทสันนิษฐานของรัฐธรรมนูญบทดังกล่าวนั้นจะใหญ่กว่ามาตรา ๒๗๙ จะเห็นได้ ในการรับราชการต่าง ๆ อย่างที่หลาย ๆ ท่านในคณะกรรมาธิการนี้ได้ชี้แจงแล้วว่าผู้ถูกฟ้อง คดีอาญายังไม่ถูกตัดสิทธิใด ๆ ในการเข้าดำรงตำแหน่ง ในส่วนราชการก็ดี ในหน่วยงานของรัฐก็ดี อันนี้จริง ๆ แล้วผมก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับท่านบุญยอด เพียงแต่ว่าเรื่องจริยธรรม ถ้าเผื่อเราไม่ได้เขียนไว้ตรงนี้แล้วเราไปกำหนดในข้อบังคับในการสรรหานี่ประเด็นใหญ่ก็คือ เราจะถูกตั้งข้อสังเกตทันทีและถูกกล่าวหาทันทีว่าเราทำผิดรัฐธรรมนูญทันที เขียนข้อบังคับ ในการสรรหาถ้าเผื่อเราไม่เขียนในร่างพระราชบัญญัตินี้ ฉะนั้นพระราชบัญญัตินี้จะต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญคือว่าต้องอยู่บนบทสันนิษฐานว่า ทุกคน ประชาชนที่กระทำความผิดใด ๆ ที่ถูกฟ้องต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ชี้แจงไปทั้งหมด และเมื่อสักครู่นี้ ผมขอเรียนว่ามาตรา ๖๕ นั้นมันมองได้ ๒ กรณีอย่างที่ผมได้เรียน เป็นความผิดลหุโทษเมื่อเทียบกับมาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ โทษมันน้อย เท่านั้นเอง แต่ในมาตรา ๖๕ มันแฝงไว้ด้วยเรื่องจริยธรรม เรื่องของมโนสำนึก นั่นก็คือ การที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามกฎหมายนี้ ถ้าคนที่เคยไม่ให้ ความร่วมมือมาแล้วมาเป็นกรรมการ ประเด็นนี้ผมยังตั้งคำถามแล้วก็ไม่มีคำตอบว่าท่านยังจะ แต่งตั้งคนเหล่านั้นมาเป็นกรรมการอีกหรือ ถามว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่ขัดขวาง ไม่อำนวยความสะดวกของเจ้าพนักงานตามมาตรา ๕๑ คืออะไร ก็คือเขาให้อำนาจ เจ้าพนักงานในการเข้าไปยังที่ทำการสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมอาชีพ สถานที่ จัดการแข่งขันอะไรต่าง ๆ ฯลฯ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดำเนินการที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้ นี่ก็เขียนไว้ชัดว่าเขาเข้าไปเพื่ออะไร ก็เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ ของกฎหมายฉบับนี้

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ามีหนังสือเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำส่งเอกสาร หรือวัตถุที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ นี่คืออำนาจของเจ้าพนักงานที่ควร สนับสนุนส่งเสริม แต่ท่านก็ไปยกเว้นและบอกว่าเป็นความผิดลหุโทษ โดยลืมนึกถึงเรื่องของ ประเด็นจริยธรรม

ประเด็นที่ ๓ ก็คือผมได้ถามว่ารัฐมนตรีมีความจำเป็นอะไรนักหนาหรือครับ ที่จะหาคนไม่ได้ถึงขนาดว่าต้องเอาคนมีตำหนิ ท่านอยู่ในข่ายที่สามารถแต่งตั้งได้ ตาม (๓) และ (๔) ในมาตรา ๖ มันมีคนเยอะแยะไปหมด และวันข้างหน้ากีฬาพัฒนาไปมาก เป็นอาชีพ ผู้คนที่จะเข้าสู่วงจรกีฬาอาชีพมันจะมีมากมาย ท่านเลือกเอาเถอะ เลือกเอาตามคุณสมบัติได้เยอะแยะไปหมดเลย อย่าต้องไปเลือกเอาคนที่มีตำหนิเลย เพราะฉะนั้นข้อยกเว้นนี้ไม่มีเหตุผลเลยครับ ขอความกรุณาท่านประธานบอกไปยัง คณะกรรมาธิการว่าตัดตรงนี้ออกเถอะครับ ฟังท่านชี้แจงแล้วก็ไม่มีเหตุผลหักล้างเลย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ ยอมตัดคำว่า ไม่ ตามที่คุณหมอได้เสนอเพื่อให้ถ้อยคำชัดเจน แต่ข้อความใน (๖) ทั้งหมด ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าขอยืนตามเดิม ตามที่คณะกรรมาธิการพิจารณาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะโยงท่าน ๒ มาตราว่าจะฮาร์โมนีอย่างที่ท่านกรรมาธิการว่าหรือไม่ ขออนุญาตใช้คำศัพท์เดียวกับ ของคณะกรรมาธิการนะครับ มาตรา ๘ คือลักษณะต้องห้าม แต่ว่าพลิกไปมาตรา ๑๐ สิครับ ซึ่งไม่ได้มีการแก้ไข เท่ากับว่าจะคงตามนี้ไว้ (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษา ถึงที่สุดให้จำคุก ต้องออกจากตำแหน่งครับ จำคุกไม่ว่าจะลหุโทษหรือไม่ลหุโทษ ถูกไหมครับ เพราะว่าลหุโทษเมื่อสักครู่ก็มีโทษจำคุก ไม่มาให้ปากคำ ไม่ให้ความร่วมมือกับกรรมการ มีโทษจำคุก ยังต้องออกจากตำแหน่งเลยครับ มันไม่ฮาร์โมนี เข้าได้ ถูกไหมครับ เข้ามาไม่คิดเรื่องนี้ แต่พอออกท่านคิดเรื่องนี้ ไม่เห็นสอดคล้องกันเลยครับ ท่านต้องเขียน ให้สอดคล้องกันครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอชลน่านว่าอย่างไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการและกรรมาธิการนะครับ ถ้าเจตนาท่านจะเขียน (๖) ให้มันสอดคล้องกับ (๓) จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ ของท่านประธานกรณีพิจารณาแล้วเสร็จมาเปลี่ยนถ้อยคำ หรือจะเปลี่ยนถ้อยคำตรงนี้ก็ได้นะครับ ผมอยากเสนอว่าถ้อยคำที่ใช้คำว่า กระทำผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ความหมายคำว่า เว้นแต่เป็น ความผิดตามมาตรา ๖๕ มันเป็นความผิดโดยประมาท ความผิดลหุโทษ เราใช้คำรวมอย่างนั้น มาเขียนไว้รองรับแทนที่จะระบุตัวเลขมาตราไปจะดีหรือไม่ เรียนหารือท่านกรรมาธิการ ความหมายเหมือนกันครับ แต่ไม่เป็นการตีความเป็นการเฉพาะว่าให้ดูแล้วเป็นการเว้น เฉพาะมาตรานะครับ ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นความผิดที่ถูกคุมขัง ถูกจำคุกเหมือนกัน โทษอาญา เหมือนกัน ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่เราจะให้ไปพิจารณาว่าเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะมา เป็นกรรมการ ผมก็ขออนุญาตนะครับ ผมสนใจคำถามของท่านบุญยอดเหมือนกันก็พลิกไปดู ทางกรรมาธิการคงต้องอธิบายนะครับ แต่ว่าประเด็นในมาตรา ๑๐ เป็นเรื่องการพ้นจากตำแหน่ง จำคุกก็พ้น เมื่อจำคุกก็ต้องพ้น ถ้ากรรมาธิการจะอธิบายอย่างนั้นก็คงต้องให้ชัดเจนนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๘ ที่เพิ่ม (๖) เข้าไปครับ จริง ๆ แล้ว ผมเองก็มีส่วนที่เป็นผู้เสนอในอนุมาตรานี้เข้าไป เราจะเห็นว่าคณะกรรมการที่มีคุณสมบัติ แล้วก็มีลักษณะต้องห้ามมีอย่างไรบ้าง จะเห็นว่ามีเรื่องทั้งไร้ความสามารถ เป็นบุคคล ล้มละลาย ต้องโทษจำคุก เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือเคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ ทีนี้ท่านต้องทราบนะครับว่าขณะนี้กีฬาจากพี่น้องประชาชน คนทั่วโลกเอามาเล่นเพื่อสุขภาพของตนเอง สุดท้ายกีฬาก็นำไปสู่กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ เรื่องชื่อเสียงของประเทศ แล้วก็ก้าวมาสู่กีฬาอาชีพ นั่นคือไปทำรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ที่เล่นกีฬา ปัญหาตัวแปรที่สำคัญที่ทำลายวงการกีฬามีอยู่ ๒ เรื่องหลัก ๆ ก็คือ เรื่องของการใช้สารต้องห้ามหรือโดปปิง (Doping) สภาผู้แทนราษฎรของเรานี่แหละครับ เป็นคนผ่านกฎหมายฉบับนี้ไป อย่างน้อยกีฬาประเทศไทยก็จะเป็นกีฬาสีขาวขึ้น สิ่งที่เขา มีความกังวลอย่างที่ ๒ ของกีฬาก็คือการล้มกีฬาหรือการล็อกผลกีฬาครับ เอามาใช้ ในกีฬาอาชีพเยอะมาก กฎหมายฉบับนี้เราจึงเน้นว่าวันนี้ประเทศไทยของเราจะต้องมี กฎหมายที่ไปควบคุมดูแลเรื่องกีฬาอาชีพแล้วก็ส่งเสริมนักกีฬาอาชีพของเรา ใน (๖) ผมเรียนว่า ความผิดในมาตรา ๖๑ ก็คือการจ้างนักกีฬาให้ล้มกีฬา ความผิดในมาตรา ๖๒ ก็คือนักกีฬา ที่รับจ้างหรือรับประโยชน์จากการล้มกีฬา มาตรา ๖๓ ก็คือการที่ไปจ้างวานผู้ตัดสิน มาตรา ๖๔ ก็คือผู้ตัดสินที่รับผลประโยชน์จากการตัดสินที่ให้เกิดการล้มกีฬา ทีนี้พอกำหนด มาตรานี้ลงไปครับ ทุกคนก็เห็นว่ามันมีมาตรา ๖๕ ซึ่งเป็นมาตราถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือลหุโทษ เพียงแค่ไม่มาแจ้งถ้อยคำ ไม่มายื่นเอกสาร กลายเป็นเขาขาดสิทธิในการเป็นคณะกรรมการ ทางคณะกรรมาธิการก็เลยเว้นในความผิดมาตรา ๖๕ ไว้ นี่ก็คือเป็นเจตนาที่เราป้องกัน คณะกรรมการที่มีความผิดเรื่องการล้มบอล เรื่องการล็อกบอลนะครับ ที่ไปจ้างนักกีฬา หรือนักกีฬาไปรับจ้าง หรือผู้ตัดสินที่ไปรับจ้าง เราห้ามมาเป็นคณะกรรมการ ต้องยอมรับว่า ขณะนี้กีฬามีการแข่งขันกันทุกสัปดาห์ คณะกรรมการมีสิทธิที่จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาเข้ามา เรียกกันได้ว่าบ่อยมาก เช่น ขอให้ส่งเอกสารเรื่องคุณสมบัตินักกีฬา ขอให้มาชี้แจงเรื่องผลการแข่งขันระหว่างทีมฟุตบอลจังหวัด ก กับจังหวัด ข ซึ่งเกิดกัน ทุกสัปดาห์ครับ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติตรงนี้เราก็เลยคิดว่าเพื่อไม่ให้กระทบสิทธิกับผู้ที่เข้ามา อยู่ในวงการกีฬาก็เลยอนุญาตให้ว่าสามารถเป็นคณะกรรมการได้ จึงขออนุญาตกราบเรียน นี่คือที่มาที่ไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คำชี้แจงของท่านกรรมาธิการไม่ตรงกับคำถามเลยนะครับ ไม่ตอบโจทย์ ตรงนี้เลย การที่ความผิดในมาตรา ๖๕ นั้น คือความผิดที่มันสิ้นสุดโทษแล้วก็คือว่าศาลได้มี คำสั่งลงโทษแล้วว่าให้มีความผิดเนื่องจาก (๑) ไม่มาให้ถ้อยคำ (๒) ขัดขวาง ถ้ากระบวนการ ไม่เคยมา ไม่มาให้คำชี้แจง หรือว่าไม่มาให้ถ้อยคำ แต่ว่าเรื่องยังไม่ถึงศาล ยังไม่ถึงขั้น กระบวนการยุติธรรมถึงที่สุด ท่านก็ตั้งมาเป็นกรรมการได้ไม่มีปัญหาเลย แต่กรณีนี้ก็คือกรณี ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ถ้าผิดตามมาตรา ๖๕ ก็คือว่าติดคุก ๑ เดือน ปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท นั่นให้เป็นคำพิพากษาได้สิ้นสุดแล้วสิครับ ถึงที่สุดแล้วถึงจะไม่สามารถที่จะมา เป็นกรรมการได้ แต่ถ้าอยู่ในระหว่างกระบวนการมาไม่มาครั้งสองครั้ง แต่ว่ากรรมการเห็นว่า ไม่มีความผิด เรื่องไม่ไปถึงศาล ท่านก็ตั้งได้ไม่เป็นไรนี่ครับ นี่ประเด็นอยู่ตรงนี้ แล้วก็เรียนกับ ท่านประธานว่าในมาตรา ๘ (๓) กับ (๖) นี่มันแตกต่างกันนะครับ (๓) โทษจำคุก แต่ (๖) ที่ท่านกรรมาธิการวิสามัญไปเพิ่มเข้าไปเป็นการเพิ่มเพียงแค่ว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ก็เป็นไม่ได้ ก็มีลักษณะต้องห้ามแล้ว คำพิพากษา ถึงที่สุดนั้นไม่จำเป็นต้องจำคุกหรอกครับ ไม่จำเป็นต้องปรับหรอกครับ แต่ถ้ามีคำพิพากษาว่า ผิดตามพระราชบัญญัตินี้ นี่คือจริยธรรมที่ท่านบัญญัติขึ้นมาเองใน (๖) แล้วท่านจะเอา เว้นความผิดตามมาตรา ๖๕ มาหักล้างจริยธรรมที่ท่านเขียนขึ้นมาเองอีกหรือครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านยังคงยืนยันตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการยืนยันว่าจะตัด เพียงคำว่า ไม่ ใน (๖) ผมก็ขออนุญาตท่านประธานว่าผมก็อยากจะฟังเสียงเพื่อนสมาชิก ในสภาว่าจะเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ แล้วก็ให้เป็นมาตรฐาน ให้บันทึกไว้ว่าความเห็น ของกรรมาธิการในเรื่องนี้เป็นอย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการครับ

นายนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน ก็คงอยู่ ในประเด็นว่าความเหมาะสมของ (๖) ในส่วนท้ายว่า เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ทางผมขอสรุปง่าย ๆ นะครับว่าท่านอภิชาต ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านก็เห็นว่า มันไม่เหมาะสมที่จะเว้นไว้นะครับ ส่วนของท่านบุญยอดบอกว่าคำว่า เว้นแต่เป็นความผิด ตามมาตรา ๖๕ มันไม่สอดคล้อง ไม่ฮาร์โมนีกับมาตรา ๑๐ (๕) ใน ๒ ประเด็นนี้ขอตอบชี้แจง แยกตอบนะครับ ขอเรียนตอบท่านบุญยอดก่อนนะครับ คือถ้าเผื่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กรุณาดูมาตรา ๑๐ ทั้งมาตรา โดยเฉพาะมาตรา ๑๐ (๔) ซึ่งมาก่อน (๕) มาตรา ๑๐ บอกว่า กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๘ เพราะฉะนั้นมาตรา ๘ จะหลุดทันทีถ้าเผื่อขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา ๘ แต่มาตรา ๘ (๓) ได้ยกเว้นความผิดลหุโทษไว้ เพราะฉะนั้น เขาไม่ได้หลุด เขาหลุดหมายถึงว่าเขายังอยู่เป็นกรรมการได้ แต่จะไม่ใช้ (๕) บังคับกับ กรรมการคนนั้น ต้องอ่านกฎหมายทั้ง (๔) และ (๕) ไปด้วยกันก็จะเห็นว่า (๔) คนที่ถูกจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดและจำคุกโดยความผิดลหุโทษนี่ยังเป็นกรรมการอยู่ต่อไปได้นะครับ โดยมาตรา ๑๐ (๔) ส่วน (๕) อย่างที่ท่านบุญยอด ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่ง ได้ให้ข้อสังเกตไว้ก็ถูกต้อง แต่ต้องเป็นการจำคุกที่มีโทษเหนือกว่าโทษลหุโทษ จำคุกมากกว่า ๑ เดือนขึ้นไป อันนั้นได้ นี่ก็จะมาตอบคำถามท่านอภิชาตโดยใช้ทางหลักกฎหมายตอบเหมือนกันว่า เมื่อ (๔) ได้รับการยกเว้นความผิดลหุโทษไว้ คนที่เป็นกรรมการอยู่ก็ยังอยู่ได้เมื่อได้รับ โทษจำคุกในความผิดลหุโทษ เพราะได้รับการยกเว้นตามมาตรา ๑๐ (๔) แล้ว ถ้าเผื่อท่านจะตัด (๖) ออกไป โดยเฉพาะในส่วนท้าย เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๕ ความสอดคล้อง ของร่างพระราชบัญญัตินี้จะหายไปทั้งมาตรา ๘ (๓) รวมถึงมาตรา ๑๐ (๔) ด้วย และประกอบกับตรงที่กรรมาธิการได้เพิ่ม (๖) มาในส่วนหน้าก็คือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่า กระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพราะอย่างที่กราบเรียนเมื่อต้นการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินี้แล้วว่าถ้าเผื่อท่านไล่ดูโทษอาญาหรือโทษปรับต่าง ๆ ในร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นโทษที่สูงมาก แล้วเป็นโทษที่หนักหนาสาหัสมากสำหรับคนที่จะ มาเป็นกรรมการ แม้แต่ไม่ใช่ความผิดในโทษจำคุกก็ตาม แม้แต่โทษปรับอย่างเดียว กรรมาธิการก็เห็นว่าไม่สมควรครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่กรรมาธิการมาดูว่าความผิดลหุโทษ เล็ก ๆ น้อย ๆ ตามมาตรา ๖๕ จะทำอย่างไรดี ในที่สุดเราก็ตัดสินกันว่า มาตรา ๖๕ ได้รับการยกเว้น อันนี้ก็กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน พันเอก วินัยครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ กระผมไม่ได้แปรญัตติเอาไว้แต่ทว่าเนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข ก็ขออนุญาตใช้สิทธิอภิปรายแสดงข้อคิดเห็น ท่านประธานครับ ผมออกจะเห็นด้วยกับ ท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้แสดงความเห็นอภิปรายในเรื่องความเข้มงวดกวดขันคุณสมบัติ ของกรรมการของสมาคมนักกีฬาอาชีพ คนที่เป็นกรรมการในสมาคมกีฬาอาชีพนี่จริง ๆ แล้ว เรามีบุคคลให้เลือกมากมายก่ายกอง โดยหลักการแล้วถ้าเราสามารถเอาคนที่ไม่มีไฝฝ้าราคี เราสามารถเอาคนที่ไม่มีตำหนิได้ กระผมคิดว่าน่าจะดีกว่าไปยกเว้น แม้เป็นความผิดลหุโทษ อย่าง (๖) นะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ กระผมออกจะเห็นด้วยนะครับ หากเราจะเข้มงวดกวดขันคุณสมบัติของคนที่เป็นกรรมการสมาคมนักกีฬาอาชีพ เพราะในอนาคตประเทศไทยเราจะมีสมาคมกีฬาอาชีพขึ้นมากมายไม่ว่าฟุตบอล ไม่ว่าบาสเกตบอล ไม่ว่ากอล์ฟ เทนนิสอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นไปตามกระแสโลกซึ่งตามกัน ท่านประธานครับ ในต่างประเทศผมมั่นใจว่าหลาย ๆ ท่านก็คงจะได้รับทราบข่าวคราว เป็นระยะ ๆ เมื่อมันเป็นอาชีพ เป็นสมาคม เป็นกีฬาอาชีพ สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เราไม่อยากพบ อยากเห็นแต่มันก็พบก็เห็น นั่นก็คือกีฬาอาชีพจะมีอิทธิพลมาเฟีย (Mafia) เข้ามาเกี่ยวข้อง สารพัดรูปแบบ ในประเทศที่อ้างตัวเองว่าเจริญแล้วก็ประสบกับปัญหาอิทธิพลมาเฟีย ซึ่งเข้าไปคุกคามไปทำให้การกีฬาของประเภทต่าง ๆ มีไฝฝ้าราคีตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าแม้เราได้เข้มงวดกวดขันสรรหากรรมการบริหารนี่ให้เลือกคนที่มีความบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีไฝฝ้าราคี ไม่ยกเว้นความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะความผิดตามนัยของ (๖) อย่างที่ผมได้สดับตรับฟังมานี่ กระผมเห็นว่าน่าจะดีและเราไม่ควรที่จะรักษา (๖) นี้ไว้เพื่อที่จะไปโยง เพื่อรักษามาตรานั้น (๔) อะไรอย่างนี้ไว้ด้วยครับ คืออะไรก็แล้วแต่ที่เราจะได้ของดีที่สุดในโอกาสเริ่มแรกที่เราจะมี พ.ร.บ. อย่างนี้ออกไปนั้น กระผมอยากจะให้เราเริ่มต้นด้วยความดีที่สุด บริสุทธิ์ผ่องแผ้วที่สุด ด้วยความเคารพอย่างสูงครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธาน อีกครั้งนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการอธิบาย มาตรา ๑๐ ซึ่งจริง ๆ ไม่มีการแก้ไข ผมยิ่งงงใหญ่เลยครับท่านประธาน ไม่ได้แก้ไขนะครับ อย่าลืมนะครับ ท่านต้องยืนตามนี้แล้วนะครับ (๔) บอกว่าถ้ากรรมการจะต้องออกนะครับ เมื่อขาดคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา ๗ และมาตรา ๘ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ ก็คือว่า ถ้าผิดลหุโทษยังอยู่ได้ถูกไหมครับ แต่พอมา (๕) เมื่อกี้เราผิดลหุโทษยังอยู่ได้ แต่พอ (๕) โทษจำคุก ๑ เดือนต้องออกไหมครับ มันข้อใดข้อหนึ่งนะครับ กลายเป็นว่าท่านเขียน (๕) มา จริง ๆ ถ้าอันนี้ (๕) ต้องตัดทิ้งเพราะผิดลหุโทษท่านให้เขาอยู่ได้ไม่ต้องออก เช่นเดียวกันเหมือนที่บอกว่าถ้าจะเข้ามา ลหุโทษก็เข้ามาได้ถูกไหมครับ ผมถึงว่า มันไม่สอดคล้องครับ ตอนนี้ที่ท่านจะแก้ได้คือท่านต้องแก้มาตรานี้เท่านั้น ตัดมาตรานี้ออกสิครับ แล้วให้กรรมการหรือว่าคนที่เลือก คณะรัฐมนตรีที่เลือกไปวางตัวกำหนดกติกาอะไร ต่าง ๆ เอง ไม่ต้องมาผูกพันกับข้อนี้ อย่างนี้ต่างหากครับที่จะเดินได้ แล้วไม่ต้องมามีข้อสงสัยว่า ตกลงว่าผิดพระราชบัญญัตินี้ แม้ไม่ถูกจำคุกก็เข้าไม่ได้ถูกไหมครับ อย่างที่ท่านเขียนอยู่ ไม่ถูกจำคุกแม้วันเดียว เรื่องลหุโทษมันอยู่ข้างบนแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องถูกไหมครับ ไม่เขียน ผมว่าเข้าใจง่ายกว่า เขียนกลับทำให้มีปัญหาครับ ขอให้ท่านพิจารณาอีกครั้งหนึ่งครับ

สุดท้าย ผมหวังว่าท่านกับผมคิดเหมือนกันก็คือใครมาเป็นกรรมการชุดนี้ ต้องคัดสรรมาอย่างดี ไม่ดีพออย่าให้เขามาเป็น มีตำหนิอย่าให้เขามาเป็นถูกไหมครับ ถ้าหลักคิดแค่นี้ท่านไม่เอาหรือครับ ถ้าเราไม่เขียนมันดีขึ้นนะครับ ผิดตาม พ.ร.บ. นี้ ในเรื่องต่าง ๆ จริง ๆ ลหุโทษเรายกให้เขาได้อยู่แล้ว ใช่อย่างที่ท่านว่าตามหลักการ ใช่ไหมครับ ลหุโทษท่านจะยกให้ แต่การเขียนไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราเขียนกฎหมายมันก็ต้อง ถูกลิดรอนสิทธิอยู่ดีครับ เพราะฉะนั้นผมกลับมาให้ท่านทบทวนที่หลักการว่าถ้ากรรมการ จะดีขึ้นทำไมเราไม่ช่วยกันเขียน ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานอีกสักครั้งครับ ผม นิพนธ์ ฮะกีมี ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานจะอธิบาย ล่วงไปมาตรา ๑๐ นิดหนึ่งได้ไหมครับ ถึงแม้การพิจารณาจะยังไม่ถึง แต่พอดี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้นำไปอภิปรายในมาตรา ๑๐ ต้องขอความกรุณา นิดหนึ่งว่าในการอ่านมาตรา ๑๐ (๔) กับ (๕) ต้องอ่านให้ไปด้วยกัน ก็ต้องอ่านว่ากรณีนี้ หมายถึงว่า (๔) ถ้าเผื่อโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกโดยความผิดลหุโทษ คนคนนั้นยังเป็นกรรมการอยู่ได้ เมื่อ (๕) เขียนอย่างนี้ว่าได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษา ถึงที่สุดให้จำคุก อันนี้ก็ต้องมีการแปลความว่า (๕) หมายถึงว่าโทษนั้นจะต้องเหนือกว่า ลหุโทษ การเขียนกฎหมายก็เขียนอย่างนี้ทุกพระราชบัญญัติ จะมีเขียนอย่างนี้ ทุกพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้น (๕) จะเป็นข้อหนึ่งของการที่จะบอกว่าต้องเป็นโทษจำคุก ที่เหนือกว่าลหุโทษ เพราะ (๔) บอกไว้แล้วว่าขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๘ เพราะฉะนั้น เมื่อมาตรา ๘ บอกว่าโทษจำคุก ลหุโทษได้รับยกเว้นก็ถือว่าคนนั้นยังไม่หลุดนะครับ เว้นแต่จะหลุดก็ต่อเมื่อโทษนั้นเหนือกว่าลหุโทษ ตาม (๕) ของมาตรา ๑๐ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชวลิตเดี๋ยวให้ท่านบุญยอดต่อเนื่องก่อนดีกว่า เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบขอบคุณท่านประธานครับ ขออภัยท่านชวลิตด้วยนะครับ ผมต่อเนื่องนิดเดียวครับ ผมกลับตีความอย่างนี้ในมาตรานี้ แต่ละข้อมันแยกจากกันครับ ตายกับลาออกมันพ่วงกันไหมล่ะครับ ต้องลาออกก่อนตายไหม ตอนคนตายเขาไม่ได้ลาออกครับ ๑. ตาย ๒. ลาออก ๓. แต่ละโทษมันแต่ละเงื่อนไข เป็นเงื่อนไขอิสระจากกัน ข้อใดข้อหนึ่งก็หลุดแล้วครับ เพราะฉะนั้นถึงท่านจะเขียน (๔) ว่าลหุโทษไม่ต้องออก แต่ (๕) บอกจำคุกต้องออก มันก็ตรงกับ (๕) อยู่ดีครับ จำคุก ๓ วันก็ต้องจำคุกถูกไหมครับ แต่ละข้อผมยืนยัน ถ้าผมตีความ ผมไม่ใช่นักกฎหมายอย่างท่าน แต่ผมตีความว่าแต่ละข้อเป็นอิสระต่อกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน แม้ข้อใดข้อหนึ่งก็ต้องถือว่าหลุดจากตำแหน่ง ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายแสดงความคิดเห็น ในมาตรา ๘ (๖) ผมมีความเห็นสอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่เห็นควรตัดใน (๖) ตอนท้าย เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ออก ถ้าเราไปดูมาตรา ๖๕ หลักจะเห็นชัดเจน คือถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องกีฬา (๑) (๒) ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งแม้จะเป็นความผิด ลหุโทษก็ตาม เช่น (๑) ไม่มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือสิ่งใดตามคำสั่งของ คณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ คณะอนุกรรมการ นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี โดยไม่มีเหตุอันสมควร การไม่ให้ความร่วมมือกับ คณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องร้องทุกข์ถ้าในทางกีฬาถือว่าเสียหายมากนะครับ หรือใน (๒) ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕๑ ถึงแม้จะเป็นความผิดลหุโทษอย่างที่มีการโยงไปยังมาตรา ๑๐ ผมก็เห็นว่ากรรมการน่าจะหาได้ไม่ยาก เราไม่จำเป็นต้องเอาคนที่มีข้อติหรือมีสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อการพัฒนาทางด้านการกีฬาเข้ามาเป็นกรรมการ ดังนั้นผมจึงมีความเห็นว่าควรตัด เว้นแต่ เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ออก ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้วผมคิดว่า คณะกรรมาธิการจะใจอ่อนเชื่อเหตุผลของท่านสมาชิกหลายท่านที่ให้ตัดข้อยกเว้น ในมาตรา ๖๕ ออก ผมอยากจะวิงวอนด้วยเหตุผลครับท่านประธาน ผมเห็นฝ่ายกฎหมาย นั่งอยู่ข้างบน ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยนั่งอยู่ข้างบน ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ข้างบน ผมอยากจะกราบเรียนว่าไม่ว่าโทษหนักหรือโทษเบา ในสายตาท่านนี่ท่านอาจจะมองว่า การไม่ให้ความร่วมมือ การไม่ชี้แจงเป็นเรื่องเล็กเขาอาจจะไม่ว่าง ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยน่าจะเป็นคนที่เป็นแฟนกีฬา แล้วผมเชื่อว่าเรามี ปรัชญาเหมือนกัน เวลาท่านเข้าคณะกรรมาธิการงบประมาณผมก็บอกว่าสิ่งที่ต้องการเห็น อย่างเดียวคือว่า กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน วันนี้ผมถามว่า ท่านจะทำคนให้เป็นคนนี่เป็นคนที่มีตำหนิใช่ไหมครับ คนบางคนทำผิดได้ แต่ถ้าเผื่อใครที่ ฝ่ายการเมืองตั้งแล้วทำผิดไม่ต้องรับโทษใช่ไหมครับ มีการยกเว้นใช่ไหมครับ สิ่งนี้กำลังจะส่ง สัญญาณไปให้เยาวชนทั้งประเทศใช่ไหมครับว่าเยาวชนทั้งประเทศเป็นคนที่เล่นกีฬาครับ พวกเราวันนี้เป็นผู้ดูมันแก่แล้ว สิ่งที่ทิ้งไว้ให้กับสังคมได้ ให้กับประชาชนได้ คือความบริสุทธิ์ครับ คนมาเล่นกีฬาต้องมาเล่นด้วยความบริสุทธิ์ครับ ถ้าท่านไม่ยกเว้นตรงนี้ผมบอกได้เลย ท่านส่งสัญญาณว่าโกงในสนามก็ได้ แล้วก็มาโกงหลังถูกสอบสวนก็ได้ แล้วกีฬาจะมีค่าอะไร แล้ววันนี้ผมบอกท่านได้ว่ากีฬาไม่ใช่กีฬาเฉย ๆ มันเป็นธุรกิจบันเทิงไปแล้ว มูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท เป็นแสนล้านบาทแล้ว เราไม่ต้องเอ่ยชื่อประเทศเพื่อนบ้านเราทางใต้ครับ วันนี้เป็นแหล่ง ที่รับพนัน ท่านทราบใช่ไหมครับว่าฟุตบอลอังกฤษเขาติดสินบนกันให้ล้มฟุตบอลนี่ ล้มจากทวีปเอเชียนะครับ แล้วเขาก็เอาจริง ผู้รักษาประตูทีมชาติติดคุกเพราะรับสินบนให้ล้ม แล้วก็ไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับวงการกีฬาอีกเลย ท่านไปดูครับเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ววงการเบสบอล โดนเรื่องของอะไร ติดสารกระตุ้น ผิด แล้วก็ผิดว่าอย่างไร ก็คือไม่มาชี้แจง ขอใช้เวลา เพื่ออะไร เพื่อให้สารที่สะสมนั้นมันออกไปจากร่างกายก่อน เมื่อมาตรวจแล้วจะได้ไม่มี ก็ไม่ผิด แล้วเรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่นะครับว่าในที่สุดแล้วการกีฬาสอบ ขึ้นศาลแล้วมันหลุด เพราะว่าคนนั้นใช้ช่องทางเทคนิคก็คือถ่วงเวลาไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ให้ตัวอย่าง เข้าไปตรวจสอบ แล้วปรากฏว่าอย่างไรครับท่านประธาน ประชาชนในรัฐนั้นเขาตัดสินเอง เขาบอกคนนี้ล้มใช่ไหม ในการแข่งขันชิงชนะเลิศเขาคอยให้เมืองเขาชิงชนะเลิศมา ๓๐ ปี ทำไมครับ นักกีฬานั้นโดนคนแก่อายุ ๖๕ ปียิงตายในผับครับ เพราะรับไม่ได้ว่าไปล้ม แล้วคณะกรรมการกีฬาสอบบอกว่าไม่ผิด แล้วที่ไม่ผิดก็เป็นแทคติกส์ (Tactics) ครับ เพราะว่าหลังจากให้ไปตรวจสอบแล้ว ให้ไปยื่นแล้ว ให้ปากคำแล้ว ไม่ไปเพื่อทำลายหลักฐาน ที่มีอยู่ในร่างกาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเห็นตัวอย่างมาหมด แต่เรากลับไม่เอาของดีมาใช้ ในประเทศไทย กลับจะมีอนุโลม กลับจะมียกเว้นให้กับการที่แต่งตั้งโดยทางการเมือง ผมถามว่าหัวใจท่านทำด้วยอะไร ท่านไม่อยากเห็นเยาวชนบริสุทธิ์หรือครับ วันนี้เห็นไหมครับ โพลล์ (Poll) บอก ๖๘ เปอร์เซ็นต์โกงได้ถ้าเผื่อฉันได้ประโยชน์ด้วย ผมถามว่ากฎหมายนี้ ท่านกำลังจะออกให้คน ๖๘ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ที่เห็นด้วยว่าโกงแล้วไม่ผิด โกงแล้วผิด ท่านจะอยู่ฝ่ายบริสุทธิ์ ฝ่ายสีขาว หรือฝ่ายสีดำครับ ผมอยากจะถามจริง ๆ อยากจะถามด้วยว่าท่านอยากจะทิ้งมรดกไว้ให้คนรุ่นหลังว่ากีฬานี่มันบริสุทธิ์นะ แล้วคนเล่นกีฬาเยอะครับ อย่าไปห่วง อย่าไปเก่ง ไม่มีใครหรอกครับที่ว่าคนทั้งโลกต้องพึ่ง ถ้ามันโกง ถ้ามันไม่ดีแล้วอย่าให้อยู่ในวงการครับ ไล่ออกไป เพราะไม่อย่างนั้นถ้าไม่ไล่ก็จะทำผิด เพิ่มเติมเรื่อย เพิ่มเติมเรื่อย แล้วกลับมารับสินบนอีก แล้วก็หาช่องทางอีก ฉะนั้นโทษที่หนักที่สุดคือ กลัวการกลับเข้ามาเล่นตรงนั้นอีก เข้ามาเกี่ยวข้องกับกีฬาที่ตัวเองเกี่ยวข้องที่ชอบอีก มันเป็นโทษทางสังคมอีก โทษทางจริยธรรมอีก นอกเหนือไปจากโทษที่จำคุกหรือปรับ ผมอยากจะถามว่าวันนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการอยากจะส่งสัญญาณให้กับสังคม ว่าอย่างไรครับ โกงแล้วไม่เป็นไรใช่ไหมครับ มีข้อยกเว้นใช่ไหมครับ ผมว่าวันนี้ทำกีฬา ให้ดีเถอะครับ ทำคนให้เป็นคน ให้เป็นคนบริสุทธิ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ใครมีมลทิน คนอีก ๖๔ ล้านคนมาทำงานได้ ไม่ต้องคนคนนั้นคนเดียวครับ ไม่ต้องมีข้อยกเว้น จึงวิงวอนครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการครับ สนับสนุนความเห็นท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ว่าสิ่งเหล่านี้ทิ้งมรดกของความบริสุทธิ์สักเรื่องหนึ่งไว้ให้ ลูกหลานได้นับถือ ไหว้ได้เต็ม ๒ มือเถอะครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพนธ์ชี้แจงครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๘ กรรมาธิการขออนุญาตที่จะชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ว่าเดิมในมาตรา ๘ ที่รับร่างไปจากสภาแห่งนี้ ใน (๖) ไม่มี มีแค่ (๕) เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกท่านสบายใจได้ครับว่ากรรมาธิการเป็นคนไปเติมจริยธรรม อันนี้เข้าไป เดิมสภาแห่งนี้รับร่างไปมีเฉพาะ (๕) ท่านเข้าใจใช่ไหมครับ แต่ว่ากรรมาธิการ ไปพิจารณาในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการเห็นว่าถ้าบุคคลที่ทำผิดกฎหมายฉบับนี้ เราควรเพิ่มเติมไหม เป็นข้อกำหนด เป็นข้อห้ามเพิ่มเติมขึ้นมา ก็ในที่สุดกรรมาธิการเห็นดั่งที่ ท่านพูดนั่นแหละครับ เราไม่ต้องการให้คนที่โกงหรือทำผิดเข้ามานั่งเป็นกรรมการเพิ่มเติม นี่คือเหตุผลที่กรรมาธิการไปเขียนเพิ่มเติมใน (๖) ขึ้น ปัญหาเมื่อเพิ่มเติม (๖) แล้วก็มีการบอกว่า ถ้าเราไปห้ามแล้วเราไม่ยกเว้นเอามาตรา ๖๕ มาด้วย มาตรา ๖๕ เป็นคุณลักษณะของ บทบัญญัติเรื่องลหุโทษ ถ้าเราไม่ยกเว้นมาตรา ๖๕ เอาไว้ ก็เท่ากับเกณฑ์ลหุโทษ เราเอามาใช้กับกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งในหลายกรณีถ้าเป็นความผิดลหุโทษเราจะไม่ถือเป็น ข้อห้าม เช่นในความผิดฐานหมิ่นประมาท พูดจาอาจจะผิดพลาดไปบ้าง ใส่ร้ายกันบ้าง ป้ายสีกันบ้าง ในทางการเมืองเองก็มีอยู่ ศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาทแต่ไม่ลงโทษหรือโทษเล็กน้อย เราก็ไม่เอา ความผิดฐานนี้มาเป็นข้อห้ามไม่ให้เขาสมัครในราชการใด ๆ ก็ถือว่าเป็นความผิดลหุโทษ ถ้าหากว่าศาลลงโทษจำคุกน้อย หรือความผิดอะไรก็แล้วแต่ที่ศาลลงโทษน้อยนี่ กฎหมายมันมีเกณฑ์หลักของประมวลกฎหมายอาญาอยู่แล้วว่าเกณฑ์ความผิดลหุโทษ คือเกณฑ์ใด เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายของสภามันก็ควรมีบรรทัดฐาน กรรมาธิการก็เลย บอกว่าถ้าอย่างนั้นเพื่อให้เป็นไปตามกฎหรือว่าตามเกณฑ์ในการออกกฎหมายของสภา เพราะมันต้องมีการอ้างอิงได้ในวันข้างหน้า ก็จึงเพิ่มเติมเป็นข้อยกเว้นในข้อยกเว้น เอามาตรา ๖๕ มาเป็นข้อยกเว้น ท่านต้องเข้าใจว่ากรรมาธิการคำนึงเหมือนท่านเลย ประเด็นนี้เหมือนกันเลยว่าถ้าเราตัดออกสิครับ วันนี้ถ้าเราบอกว่าถ้าอย่างนั้นไม่ให้มาตรา ๖๕ หรือไม่ให้มี (๖) นี่ยิ่งไปกันใหญ่ กรรมาธิการเป็นคนหยิบยก (๖) มาใส่ เพราะคำนึงถึง จริยธรรมของคนที่เขาเกี่ยวข้อง โทษปรับนี่กรรมาธิการไปเพิ่มเติม เดิมเคยเขียน ๑๐๐,๐๐๐ บาท กรรมาธิการปรับเพิ่มเป็น ๒๐๐,๐๐๐ บาทหมด เราจึงใส่โทษปรับเข้าไปในข้อนี้ว่าถ้าศาล มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด ท่านสังเกตไหมว่าคำพิพากษาถึงที่สุดนี่ไม่ต้อง พิพากษาว่าจำคุก ถึงที่สุดด้วยการปรับอย่างเดียวแต่ปรับเป็นแสนบาทนี่เราก็ไม่ให้เป็น กรรมการ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลของกรรมาธิการว่าคำนึงถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วแต่ว่า เพื่อรักษากฎ รักษาคือตอบให้ได้ว่าทำไมเราเอาเกณฑ์ลหุโทษมาใช้ด้วย มันจึงเป็นที่มาที่ต้อง ติ่งมาตรา เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ของพระราชบัญญัตินี้ ด้วยความคิดว่าเกณฑ์ โทษความผิดลหุโทษเราไม่ควรตัดสิทธิ การตัดสิทธิหรือว่าการจำกัดสิทธิของบุคคลนี่ควรทำ ให้น้อยที่สุด ถ้าเราไปจำกัดสิทธิให้กว้างขึ้นไปมันก็เท่ากับตัวเลือกคนมันยิ่งน้อยลงทุกที เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลของกรรมาธิการ คงไม่เห็นต่างกับท่านหรอกครับ กรรมาธิการ ก็เห็นด้วยกับท่านว่าคนที่มีมลทินเรื่องการกีฬาไม่ควรเข้ามา กรรมาธิการจึงเพิ่มเข้าไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุติต่อเนื่องจะได้จบ ต่อมาคุณหมอชลน่าน แป๊บหนึ่งครับคุณหมอ เขาต่อเนื่องเมื่อกี้

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบขอบพระคุณสำหรับคำชี้แจง ของคณะกรรมาธิการ แต่อยากจะกราบเรียนว่าท่านทำนะทำดีแล้ว แล้วท่านก็ทำดีมาก ที่ท่านมีให้ยกเว้นตรงนี้ แต่ถามว่าทำดีที่สุดสิครับ ทำดีที่สุดสิครับ อย่าให้คนมีหม่นหมอง ที่ผมพูดนี่ผมพูดปิดตัวเอง เพราะผมโดนคดีหมิ่นประมาทมาแล้ว ผมในชีวิตถ้าเผื่ออันนี้ผ่าน ผมบอกว่าห้ามคนคดีลหุโทษแม้กระทั่งหมิ่นประมาทไปเป็นกรรมการการกีฬา ผมจะไม่มีวัน ได้เป็นกรรมการการกีฬาอันไหนเลย แต่ผมก็ยังเป็นผู้สนับสนุนกีฬานั้นได้ แต่ถ้าเผื่อคนที่ศาล บอกว่าไม่ดีอย่างผม ที่เห็นว่าผิด แล้วถึงแม้จะสำนึกผิดแต่อย่าไปเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ให้กับเยาวชน เราต้องการความบริสุทธิ์จริง ๆ ให้กับเยาวชน ท่านประธานครับ เด็กเกิดมา แต่อ้อนแต่ออกกินข้าวไม่เป็น เดินไม่เป็น วิ่งไม่เป็น แล้วก็โกงไม่เป็น ฉะนั้นอย่าปล่อย ช่องว่างต่าง ๆ เหล่านี้ให้มีคนนั้นมาฉวยโอกาสใช้ แม้กระทั่งที่ท่านบอกว่าค่าปรับท่านเพิ่มขึ้นแล้ว ผมบอกท่านได้นะครับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เวลาเขาพนันล้มฟุตบอลจริง ๆ เขาจ่ายเป็น ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท มันแค่ค่าตั๋วเข้าไปดูเท่านั้นละครับ ไม่ใช่เรื่องเด่นเรื่องดีอะไรเลย มันไม่พอครับ น่าจะบอกไปด้วยซ้ำไปว่าตามที่คณะกรรมการกำหนดไม่ต้องไปมีเพดานด้วยซ้ำไป ประการต่อมา ผมวิงวอนครับอย่าไปยกเว้นความผิดแม้กระทั่งที่นักการเมืองทำเลยครับ จะหมิ่นประมาทอะไรก็ตามเมื่อศาลเห็นว่าผิดก็คือผิด เชื่อเถอะครับคนไทย คนดี ๆ มีอีกเยอะ ถ้าท่านทำอย่างนี้ท่านก็จะไม่ได้บอกว่าคนดีไม่มีที่ยืนนะ คนดีไปยืนปนกับ คนชั่วได้ แล้ววันนั้นเด็กก็จะแยกไม่ออกว่าใครดีใครชั่ว ฉะนั้นผมวิงวอนท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ ช่วยทิ้งมรดกความบริสุทธิ์ให้กับเยาวชนทั้งประเทศเถอะครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานในประเด็นมาตรา ๘ (๖) ท่านประธานครับ เท่าที่ฟังเหตุผลแล้วก็กระบวนการของการตรากฎหมายที่อาศัยรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ผมเองก็เห็นใจกรรมาธิการว่าในชั้นนี้ก็เป็นเหตุให้สภาต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ๑. จะเลือกเอาตามกรรมาธิการ หรือจะไม่เอาตามกรรมาธิการนี่กลับไปร่างเดิมเท่านั้น เพราะว่าท่านอภิชาตต้องขออนุญาตนะครับ ท่านไม่ได้แปรญัตติเอาไว้ เป็นความเห็น ต่อการแก้ไขของกรรมาธิการ ทีนี้เรามีของอยู่ในมือเติม (๖) นี่ถือว่าดี เพราะเป็นการเขียน เฉพาะสำหรับกฎหมายฉบับนี้เลย ถ้าผิดตามกฎหมายฉบับนี้ถือว่าไม่มีคุณสมบัติที่จะมา สมัครเป็นกรรมการ แต่เพียงกรรมาธิการท่านเองเห็นว่าหลักทั่วไปถ้าเป็นลหุโทษแม้จำคุกแล้ว ก็ยังได้รับสิทธิครับ ตาม (๓) จำคุกตามความผิดตามกฎหมายอื่น แต่จำคุกนั้นเป็นจำคุก เพราะเหตุลหุโทษมาเป็นกรรมการได้ มาเป็นกรรมการได้นะครับ แต่ว่า (๖) พิพากษาถึงที่สุด ไม่จำคุกครับ ท่านก็เลยเอาหลักว่าถ้าเป็นลหุโทษแม้คำพิพากษาถึงที่สุดไม่จำคุกแต่เป็น ลหุโทษก็เว้นไปให้มันสอดรับกัน อันนี้พอรับได้ ผมเองยังตัดสินใจว่าถ้าจะให้เลือกรับนะครับ เลือกรับถึงแม้มันจะมีตำหนิก็คือขอให้เติม (๖) เข้าไป ไม่อย่างนั้นสภาแห่งนี้เป็นอื่นไม่ได้ครับ ถ้าท่านจะกลับไปแก้ไขอาศัยช่องไหนครับ ประเด็นที่ผมเสนอท่านเอา ไม่ ออกนะครับ ผมมีวิธีการ ผมจะขอท่านประธานกรณีทบทวนหลังจากพิจารณาทั้งร่างเสร็จเรียบร้อย ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ ที่ถ้อยคำมันขัดกัน อันนั้นผมใช้ได้ เอาออกได้ แต่ว่าจะเอาถ้อยคำว่า เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ออก นี่ถือว่าเป็นใจความสำคัญ ไม่ใช่ถ้อยคำที่ขัดกัน มันไม่มีช่องครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านสมาชิกผ่านท่านประธานว่าเราจะเลือก หรือไม่ อย่างไร ถ้าเลือกขณะนี้ก็เป็นไปตามร่างกรรมาธิการ เราอาจจะฝากเป็นข้อสังเกตไว้ ถ้ายึดหลักการว่าลหุโทษไม่เป็นโทษก็บอกทางวุฒิสภาไป แต่ถ้าบอกว่าลหุโทษเฉพาะกรณี สำหรับกฎหมายฉบับนี้ไม่เอา ไม่เอาหมายถึงว่าไม่เอาหลักการทั่วไปมาใช้ วุฒิสภาเขาจะได้ ไปแก้ให้ ก็ยังพอมีช่องทางอยู่ ผมว่าเอาหลักนี้ก่อนไม่อย่างนั้นเราไปไม่ได้ ก็ขออนุญาต ท่านประธานครับว่าโดยความเห็นขณะนี้เติม (๖) นี่ดีครับ ส่วนใหญ่ดีแต่มีติ่งที่ท่านต้อง ไปเขียนเพื่อให้มาสอดรับเรื่องลหุโทษเท่านั้นเอง ลหุโทษในความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ มีมาตราเดียวก็คือมาตรา ๖๕ เท่านั้น มาตราอื่นไม่มี มันก็มีเหตุจำเป็นที่ท่านต้องระบุมาตรา ชัดลงไป ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมว่าเอาตามนี้ก่อน ความเห็นผมว่าเอาตามนี้ก่อน ได้ดีกว่าไม่ได้ ส่วนวุฒิสภาจะพิจารณาอย่างไรเราค่อยว่ากันอีกทีครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ตามที่คณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจง แล้วก็ท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้ให้ความเห็น โดยเฉพาะไปติดใจตรง (๖) ที่เขียน ยกเว้นไว้ไม่ใช้กับมาตรา ๖๕ ท่านประธานครับ เมื่อฟังผู้ชี้แจงโดยเฉพาะตัวแทนจาก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เขาให้ความเห็นทางกฎหมาย ผมเข้าใจว่ามาตรฐาน การเขียนตรงนี้มันเป็นเหตุผลทางกฎหมายซึ่งจะต้องรับฟัง เพราะว่ามาตรา ๘ เป็นเรื่อง คุณสมบัติของการเข้าสู่ตำแหน่ง (๓) พูดไว้ชัดเจนว่า เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษา ถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ซึ่งก็มีโทษจำคุก นี่เป็นมาตรฐานทั่ว ๆ ไปอยู่แล้วว่าคนที่มีลักษณะตาม (๓) นั้นจะเข้ามาเป็น กรรมการไม่ได้นะครับ แต่ว่าเดิมไม่มี (๖) หรอก อย่างที่คุณหมอชลน่านได้พูดไป หรือท่านกรรมาธิการพูดไปแล้ว กรรมาธิการก็เห็นว่าความผิดตาม พ.ร.บ. นี้ก็ควรจะเป็น ลักษณะต้องห้ามด้วย จึงเพิ่มขึ้นมาว่าไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าด้วยความผิด ตาม พ.ร.บ. นี้ ผมเองในชั้นที่เห็นก็ยังถามอยู่ว่าแปลว่า (๖) นี่ต้น ๆ ๙๐ วันแรกท่านไม่ได้ใช้หรอก ต้องรอในโอกาสต่อไป แต่ว่าการเติมขึ้นมานี่ก็แปลว่าคณะกรรมาธิการเองเห็นว่าคนที่ทำผิด ตาม พ.ร.บ. นี้ก็ไม่ควรจะเข้ามาเป็นกรรมการ แต่ว่าถ้าดูเนื้อหาจริง ๆ เอาเป็นว่าเทียบกับ (๓) ใน (๖) นี่ท่านก็ยังให้มีโทษมากขึ้น ก็คือไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ไม่ได้บอกว่า จำคุกนะครับ เอาแค่ว่าต้องคำพิพากษาว่าทำผิดตาม พ.ร.บ. นี้ ก็ไม่ควรมา แต่ว่าทำไมต้องไปเว้นมาตรา ๖๕ ล่ะ ถ้าท่านไปดูมาตรา ๖๕ ผมก็ยังดูในชั้นที่ เห็นร่าง ยังถามผู้มาชี้แจงอยู่เลยว่ามาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ นี่ท่านเพิ่มโทษไปเยอะเลยนะ แล้วมาตรา ๖๕ ทำไมท่านไม่เพิ่ม มาตรา ๖๕ มันก็เป็น มาตรฐานเดียวกัน เป็นก็เป็นเล็กน้อย เป็นเรื่องลหุโทษ ซึ่งก็เป็นมาตรฐานเดียวกับ (๓) นี่เป็นเหตุผลทางกฎหมายจริง ๆ ฉะนั้นถ้าเราเขียนบอกว่าไม่เว้นมาตรา ๖๕ ก็จะกลายเป็นว่า (๖) ไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิด รวมทั้งมาตรา ๖๕ ด้วยซึ่งเป็นลหุโทษ มันก็จะมีปัญหาทางเทคนิคเป็นการขัดแย้งกันเองระหว่าง (๓) กับ (๖) ฉะนั้นการที่ใส่ (๖) ขึ้นมาอย่างนี้แล้ว ผมคิดว่าในทางกฎหมายมันก็ถูกต้องแล้ว แต่พวกเราเองอาจจะมีความรู้สึกว่า คนนี้ทำผิดในมาตราว่าด้วยโทษทางอาญาทั้ง ๔-๕ มาตราเอาหมด แต่ว่าในทางเทคนิค ทางกฎหมายมันเขียนไปอย่างนั้นมันจะมีปัญหามากว่าเราออกกฎหมาย มาตรฐานของโทษ มันไม่รับซึ่งกันและกัน ไม่สะท้อนซึ่งกันและกัน ผมคิดว่าการเพิ่มบทยกเว้นว่าไม่รวม มาตรา ๖๕ นี่ ถ้าเราไม่คิดถึงความรู้สึกผมว่าเป็นเหตุผลทางกฎหมายที่ถูกต้องแล้วครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างไรครับท่านนิพนธ์ ผ่านแล้วไปแก้หลังโหวตตามข้อ ๑๓๐ ไหม

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นั่นคือเหตุผล ในการร่างกฎหมายจริง ๆ ว่ากรรมาธิการก็ได้พิจารณากันด้วยความรอบคอบ ข้อกังวล ของท่านเพื่อนสมาชิกเรื่องจริยธรรม ข้อคำนึงเรื่องจริยธรรมมันจึงเพิ่มเป็น (๖) แต่ว่าพอเราเพิ่ม (๖) เราก็มีข้อจำกัดในการร่างกฎหมายว่าเราต้องตอบคำถามให้ได้ว่าทำไม (๓) เราไปมีข้อจำกัด เรื่องลหุโทษ กฎหมายอื่น ๆ เวลาสภาออก ถ้าเป็นความผิดลหุโทษเราถือว่าไม่เป็นข้อห้าม ไม่เป็นการตัดสิทธิเพราะรัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิของประชาชน กรณีใดที่ไม่จำเป็นต้องไป ตัดสิทธิประชาชนเราจะต้องไม่ไปตัดสิทธิของเขา เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลข้อจำกัดที่ต้องเพิ่ม ติ่งเข้ามา ให้ท่านสบายใจได้ว่าท่านไม่ได้เห็นต่างกับกรรมาธิการ หรือว่ากรรมาธิการเอง ก็ไม่ได้เห็นต่างกับท่าน แต่มันเป็นข้อจำกัดในการออกกฎหมายจริง ๆ ว่าบรรทัดฐาน ในการออกกฎหมายของสภาแห่งนี้เราต้องตอบคำถามกับประชาชนทั่วไปได้ว่าทำไมมาตรานี้ เราจึงมีอย่างนี้ ทำไมโทษในมาตรานี้ โทษลหุโทษมันโทษไม่เกินเท่านี้ ปรับไม่เกินเท่านี้ จำคุกไม่เกินเท่านี้ เราไม่ถือเป็นบรรทัดฐานความผิด แต่ทำไมมาตรานี้เราถือเป็นบรรทัดฐาน ความผิด อันนี้เราต้องตอบสาธารณชนให้ได้เพราะเราเป็นสถาบันออกกฎหมาย ด้วยคำนึงถึง หลักนี้เราจึงต้องติ่งมาตรานี้เอาไว้ แต่ให้ท่านไว้ใจกรรมาธิการเถอะครับว่าเรื่องจริยธรรม เมื่อคำนึงถึงจริยธรรมกรรมาธิการจึงเพิ่ม (๖) ขึ้น ผมคิดว่าต้องขอมติให้สภาได้ตัดสินใจ แล้วถ้าจะแก้ไขก็ขอให้สมาชิกวุฒิสภาท่านยังมีโอกาสที่จะแก้ไขในชั้นวุฒิสภาก็ว่าไปตามนั้น ถ้าท่านตอบคำถามได้ว่าท่านจะตอบคำถามชี้แจงบรรทัดฐานในการออกกฎหมายได้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมคิดก่อนแล้วไปท่านอภิชาต

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมไม่ได้ ขอแปรญัตติไว้ แต่ว่ามันเป็นมาตราที่มีการแก้ไข หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ผมก็เข้าใจ เจตนาของกรรมาธิการ ผมดูมาตรา ๘ (๓) นี่คือเป็นโทษมาตรฐานที่คณะกรรมาธิการ นี่คือโทษปกติ เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ นี่คือมาตรา ๘ (๓) พอเราไปดูมาตรา ๘ (๖) เป็นการเพิ่มของกรรมาธิการเพิ่มโทษให้อีกว่า ขนาดคนที่ไม่ได้ทำผิดถึงขนาด (๓) เขาก็ยังไม่ให้ มีสิทธินี่ผมเข้าใจกรรมาธิการ คือขนาดที่ว่าไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในพระราชบัญญัตินี้คุณจะต่ำกว่ามาตรา ๘ (๓) ก็ไม่มีสิทธิใช่ไหมครับ อันนี้ผมเข้าใจ แต่ว่า วิธีเขียนกฎหมายมันจะเป็นอย่างไร ผมไม่ใช่นักกฎหมาย พอเราไปดูมาตรา ๖๕ ก็เลยเข้าใจว่า คล้ายว่า ๆ ลหุโทษอันนี้แค่ไม่เอาหนังสือไปส่งนี่ก็อย่าตัดสิทธิเลย บางทีคนมันโกรธกัน มันก็มีเรื่องกันอยู่ในสนามกีฬา แล้วกรรมการตั้งขึ้นมาให้เอาเอกสารมาวันนี้ ถ้าไม่มา คุณจะต้องถูกปรับ ๑,๐๐๐ บาท หรือจำคุก ๑ เดือนอย่างนี้ มันโกรธกันอยู่มันถึงไม่ทำใจกัน มันก็เลยไม่ไป อย่างนี้ก็อย่าไปลงโทษกันเลย อย่าไปตัดสิทธิเขาเป็นกรรมการ ผมก็คิดว่า ถ้าเราเข้าใจจุดอย่างนี้มันก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าคณะกรรมการเขาเพิ่มโทษให้มาอ่อนลงไป อีกชั้นหนึ่งจากปกติใน (๓) อันนี้ผมเข้าใจ ผมสนับสนุนกรรมาธิการครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตติดใจหรือเปล่าครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าเป็นเจตนาเดียวกันของผมกับกรรมาธิการแล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกคน ที่อยากเห็นการมีกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งนั้นเป็นไปด้วยความสะอาดบริสุทธิ์ แล้วก็เป็นที่ยอมรับ นี่เป็นเจตนาอันเดียวกัน เราต้องการเขียนกฎหมายนี้ให้เป็นกฎหมาย ที่เป็นแบบอย่างสำหรับให้วงการกีฬา ให้เป็นแบบอย่างของผู้คนในแวดวงกีฬาและ พี่น้องประชาชนทั่วไป เมื่อสักครู่นี้กรรมาธิการบอกว่าการที่เราจำเป็นจะต้องมีข้อยกเว้น ตามมาตรา ๖๕ ไว้ ก็เพื่อที่จะตอบคำถามกับประชาชนได้ว่าเป็นความสอดคล้องต้องกัน ของระบบกฎหมายของกฎหมายทุกฉบับในประเทศนี้ที่เขียนทำนองอย่างนี้ แต่เรียนกับ ท่านประธานว่าคำถามของประชาชนต่อกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องนี้ คำถามก็คือว่า เราจะอนุญาตให้คนมีตำหนิขึ้นมาเป็นกรรมการโดยการคัดเลือกของรัฐมนตรี แม้ว่ารัฐมนตรี จะมีอำนาจในการเลือก มีสิทธิในการเลือกคนที่ไม่มีตำหนิก็ได้อย่างนั้นหรือ นี่คือคำถาม ต่างหาก

ข้อที่ ๒ ก็คือว่าโทษตามมาตรา ๘ (๓) กับโทษตามมาตรา ๘ (๖) ที่กรรมการ ได้บัญญัติขึ้นใหม่นั้นไม่เหมือนกัน ผมย้ำว่าไม่เหมือนกัน โทษตามมาตรา ๘ (๓) ความผิดลหุโทษ ที่เป็นโทษจำคุก แต่มาตรา ๘ (๖) โทษที่บัญญัติขึ้นใหม่ผิดตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อศาลได้บอกว่ามีความผิดถึงที่สุดแล้วไม่จำเป็นต้องจำคุก นี่คือความแตกต่างของ (๓) กับ (๖)

ประการต่อมา การที่เราอนุญาตให้ฝ่าฝืนมาตรา ๖๕ ได้นั่นก็เท่ากับว่า เราอนุญาตให้ทำลายหัวใจของกฎหมายฉบับนี้ไป ถ้าอำนาจของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ฉบับนี้ไม่มี แล้วท่านละเมิดได้ นั่นความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่มีอีกต่อไป ทำไม เราจะต้องไปฝืนที่จะตั้งคนที่ไม่เคารพเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้เท่านั้นเอง

สุดท้าย เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นมาบอกว่ามาตรา ๖๕ เป็นความผิด ที่อาจจะมีคนทะเลาะกันแล้วก็ใช้เงื่อนไขแค่ว่าไม่มาให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารนั้น ไม่ใช่ มาตรา ๖๕ ชัดเจนว่าคือศาลต้องลงโทษ ศาลลงโทษว่าให้ปรับ ๑,๐๐๐ บาท หรือให้จำคุก ๑ เดือน นั่นคือความผิดถึงที่สุดแล้ว ถ้าอยู่ในกระบวนการว่าท่านไม่มา ไม่มาแต่เรื่อง ไม่ถึงศาล เรื่องไม่ถึงที่สุดท่านก็มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการไม่มีปัญหาเลย นี่คือเงื่อนไขสำคัญ ๓-๔ ประเด็น ที่ผมอยากจะย้ำกับกรรมาธิการว่าท่านไม่ได้ตอบคำถาม ที่หักล้างข้อขัดข้องที่ผมได้นำเสนอกับท่านใน ๔ ประเด็นนี้เลย เพราะฉะนั้นผมถึงไม่เห็นด้วย กับท่าน และผมไม่เห็นว่าการตัดข้อยกเว้นมาตรา ๖๕ มันจะทำให้เกิดผลกระทบ ในทางกฎหมาย และก่อให้เกิดผลที่ทำให้กฎหมายฉบับนี้เดินไม่ได้ไม่ใช่เลย เพราะฉะนั้น ขอให้ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งเถอะครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตตกลงจะให้โหวตใช่ไหมครับ ท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมาธิการ ผมด้วยความเคารพท่านประธาน แล้วก็กราบเรียนไปยังท่านอภิชาตคือประเด็น ที่จะลงคะแนนต่อไปนี้มันเป็นประเด็นเดียวครับท่านอภิชาตก็คือว่าท่านจะเห็นด้วยกับร่างเดิม หรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่กรรมาธิการไปแก้ไขขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าตัด ถ้าสมมุติว่ามติออกมาว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่กรรมาธิการเพิ่มเติมเข้าไปคือตัดมาตรา ๖ ทั้งมาตรา มันยิ่งรุนแรงขึ้นไปกว่าเดิมอีกนะครับ ก็คือแสดงว่าคนที่มีมลทินศาลพิพากษา ให้ลงโทษจำคุกว่าปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาทยังมาเป็นกรรมการได้ ซึ่งอันนี้คือกรรมาธิการ ก็พิจารณาว่าถ้าลงมติมันไม่มีทางเลือกอื่นครับ ถ้าลงมติกันมันต้องถือว่า ๑. เห็นด้วยกับ ร่างเดิม หรือ ๒. เห็นด้วยกับการที่กรรมาธิการเพิ่มเติมขึ้นใหม่คือ (๖) เจตนารมณ์ ที่กรรมาธิการเพิ่มเติมก็กราบเรียนแล้วว่ากฎหมายนี้ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน กรรมาธิการ เลยบอกว่าไปเพิ่มเติมว่าถ้าเคยทำผิดกฎหมายฉบับนี้ก็ให้เป็นกรรมการไม่ได้ แต่เว้นแต่โทษ ตามมาตรา ๖๕ แต่ถ้าลงมติว่าไม่เอานี่แสดงว่าเราไม่เอาเลยนะครับ เราไม่ห้ามเลย โดนปรับ ก็เป็นกรรมการได้ ซึ่งยังหนักเข้าไปอีก ผมกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ เรียนท่านสมาชิกทุกท่านนะครับว่ามาตรา ๘ เป็นเรื่องคุณสมบัติแล้วก็การไม่มีคุณลักษณะหรือลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการ ถ้าเราพูดง่าย ๆ (๑) ถึง (๕) ก็เป็นคุณสมบัติที่สภาร่างไว้เดิม แล้วเราก็เป็นห่วงจริง ๆ ครับว่า คนที่มีความผิดตามกฎหมายนี้ เหมือนที่ผมกราบเรียนว่ากีฬาขณะนี้สิ่งที่มันขัดขวาง ความเจริญอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องการใช้สารต้องห้ามหรือโดปปิง สภาของเรา ผ่านฉบับนี้ไปแล้วครับ ฉบับที่ ๒ ที่เราเป็นห่วงมากก็คือกีฬามีการล็อกผลการแข่งขัน หรือถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือล้มกีฬา ล้มบอล ล้มมวย ล้มอะไรก็แล้วแต่ เราเลยมีข้อนี้ขึ้นมาครับว่า คุณสมบัติคนจะเป็นกรรมการกีฬาอาชีพ ถ้าเกิดคุณไปทำความผิดเรื่องการล้มกีฬา หรือไปจ้างผู้ตัดสินคนหนึ่งให้ตัดสินตามที่เขาต้องการ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือไปล้มกีฬา ล้มฟุตบอล แต่มีโอกาสที่จะเข้ามาเป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดนี้ คณะกรรมการเราเลย บอกว่าถ้าเกิดใครผิดตาม พ.ร.บ. นี้ ซึ่งหลัก ๆ มีอยู่ ๔ มาตรา ก็คือ มาตรา ๖๑ ก็คือไปจ้าง นักกีฬา ใครก็แล้วแต่ไปจ้างนักกีฬาว่าล้มหรือแข่งขันให้เกิดผลตามที่เขาต้องการ คนจ้าง มาตรา ๖๒ ก็คือนักกีฬาที่รับจ้าง มาตรา ๖๓ ก็คือไปจ้างผู้ตัดสินให้ตัดสินตามที่เขาต้องการ และมาตรา ๖๔ ก็คือผู้ตัดสินที่ไปรับจ้าง ๔ กรณีนี้ครับไม่ควรเข้ามาเป็นคณะกรรมการ เราเลยเพิ่มเข้าไป เจตนาดีครับ เพื่อต้องการให้คนที่มีมลทินทางกีฬาอย่าเข้ามาเป็น เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านอภิชาตนะครับว่าถ้าเกิดกรณีตัด (๖) ออกไปจะทำให้คนที่มี มลทินทางกีฬามีโอกาสเข้ามาเป็นกรรมการได้ เช่น ผมไปจ้างทีมใดทีมหนึ่ง ผมไปจ้างผู้ตัดสิน คนใดคนหนึ่งให้ล้มฟุตบอลแมทช์ (Match) นี้ ผมมีโทษแค่โดนปรับ ศาลสั่งปรับผม ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเกิดดูตาม (๑) ถึง (๕) ผมมีสิทธิเข้ามาเป็นกรรมการ แต่ถ้าเกิดมี (๖) ผมไม่มีสิทธิเข้าไปเป็นกรรมการ เพราะผมถือว่าเป็นบุคคลที่ทำผิดตาม พ.ร.บ. นี้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าสิ่งนี้จะทำให้กีฬาเราดีขึ้นครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดว่าอย่างไร

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมหารือกับท่านประธานและ กรรมาธิการนิดหนึ่งว่าการที่จะลงมติ ผมเข้าใจอย่างนี้ว่าที่พวกผมพูดมาผมไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย ทั้งหมด ผมเห็นด้วยในท่อนที่เติมมาในท่อนแรกซึ่งแก้ไขแล้วก็คือเป็นว่า (๖) เป็นผู้เคย ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้เท่านั้น ตอนท้ายพวกผมขอให้ ตัดทิ้ง ซึ่งท่านไม่ตัดทิ้งก็เท่ากับว่าท่านยืนตามเดิมแล้วก็ได้แก้ไขถูกไหมครับ ท่านเอาตามนั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานก็ต้องถามว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือเห็นด้วยกับผู้ที่อภิปราย พวกผมไม่ได้ตัดทั้งหมดนะครับ แต่ผมขอแค่ตัดท้ายทิ้งคือ เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๕ ทิ้งเท่านั้นเอง ผมคิดว่าถ้าถามอย่างนี้ก็เข้าใจตรงกัน แล้วเราก็ไม่ได้ทำให้สิ่งที่ท่านเติมมา เสียหายในครึ่งแรก ซึ่งเราก็เห็นด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านบุญยอดครับ ก็มีแต่ว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือกลับไปร่างเดิมเท่านั้น มันเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ต้องอย่างนี้ มี ๒ อย่าง คือ เห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือท่านต้องกลับไป ร่างเดิมก็คือตัดออกไปทั้งชุด ตรงนี้มันทำอย่างอื่นไม่ได้ เชิญท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้เราได้ของดีที่สุดแล้วก็ถูกใจด้วยกันทุกฝ่าย กระผมไม่ทราบว่า ถ้าเอาร่างเดิมมันก็ไม่ดีที่สุด และถ้าแม้ว่าเอาร่างตามที่กรรมาธิการได้เพิ่มแก้ใน (๖) ก็ไม่ดีที่สุด เพราะมันติดใจอยู่นิดหนึ่งคือบรรทัดที่ ๒ ของ (๖) ท่านประธานครับ ทำอย่างไร ที่ท่านกรรมาธิการจะได้กรุณา เป็นไปได้ไหมท่านเอาเรื่องนี้ออกไป ไปเพิ่มแก้เสียให้ดีที่สุด คือ (๖) ท่านก็เหลือบรรทัดแรกเอาไว้ ส่วนบรรทัดที่ ๒ คือ เว้นแต่เป็นความผิดตาม มาตรา ๖๕ ท่านตัดตรงนี้ออก เพราะถ้าเผื่อท่านไม่ตัดตรงนี้ออก ผมต้องกราบขออภัย ที่ต้องเอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ กราบเรียนว่าคนที่โดป (Dope) ยา ฤทธิ์ยากำลังออก ถ้าถูกเรียกมาให้ถ้อยคำ มาซักถาม เขามีสิทธิที่จะรั้งหน่วงถ่วงเวลาไม่มา จะมาก็เมื่อฤทธิ์ยา มันหมดแล้ว อันนี้เราก็จะไม่ได้ของดีที่สุด ที่กระผมกราบเรียนอย่างนี้เพื่อว่าไหน ๆ เราก็จะมี พ.ร.บ. ส่งเสริมกีฬาอาชีพ เราอยากจะได้กรรมการเป็นคนดีที่สุดที่ไม่มีตำหนิครับ ท่านประธาน ขอกรรมาธิการได้โปรดกรุณาดึงเรื่องนี้ออกไปเพิ่มแก้ แล้วท่านเอาเข้ามาใหม่ อย่างไรก็สุดแท้แต่ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ประเด็นข้อเสนอท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ถอนร่างออกไป ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าถอนไปกรรมาธิการต้องไปจัดประชุมใหม่ ก็ใช้เวลาอีกพอสมควร ต้องบรรจุเข้ามาใหม่ การพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎรเรา ก็ล่าช้าไป เท่าที่ฟังจากท่านประธานซึ่งท่านดูแลเรื่องนี้ แล้วก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร เป็นรัฐมนตรีกำกับเรื่องนี้โดยตรงก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เรื่องนี้ ประเด็นไม่ได้เป็น เรื่องใหญ่เลยครับ ก็จะมีข้อถกเถียงเลยว่าการยึดเอาหลักการทั่วไปเกี่ยวกับความผิดลหุโทษ ควรจะบันทึกไว้หรือไม่ นี่เป็นข้อถกเถียงครับ มันเป็นข้อถกเถียงอยู่ หลักการ ของกรรมาธิการยังยึดอยู่ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขียนทุกมาตราครับ ความผิดลหุโทษเว้นหมด แต่ถ้าเราจะไปเขียนกฎหมายมาบางฉบับนี่ไปเขียนที่มันขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ก็เสี่ยงกับการตีความอีก เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องนี้ในชั้นนี้ด้วยความเคารพท่านประธาน เราไม่มีทางเลือกเลยครับ เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิกไม่ได้แปรญัตติเอาไว้มันเป็นประเด็น การแก้ไขของกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นเวลาที่จะลงมติก็จะเอาร่างกรรมาธิการหรือกลับคืน ร่างเดิมเท่านั้น ผมเองยังเสียดาย เสียดาย (๖) ที่กรรมาธิการแก้มันยังดี มันยังดีอยู่ การตรากฎหมายไม่ได้สิ้นสุดแค่นี้ครับยังมีอีกเยอะครับ ผมว่าเราผ่านไปก่อนแล้วก็ค่อยไปดู ในรายละเอียด ถ้าวุฒิสภามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างไรก็ว่ากันอีกทีหนึ่ง ผมว่าชั้นนี้น่าจะ ให้ผ่านไปครับ เพราะว่าจะได้ดูประเด็นอื่น ๆ ไป แล้วก็ผ่านกฎหมายนี้ด้วยความที่คิดว่า น่าจะทันกับเหตุการณ์ที่ท่านรัฐมนตรีต้องการ โดยเฉพาะเรื่องของกีฬาอาชีพ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจก็ไม่ต้องโหวตนะครับ ผ่านไปก่อนเหมือนหมอชลน่านว่า แล้วกลับมาอีกทีหนึ่ง ว่าอย่างไรครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ยังคงติดใจครับ ขอให้โหวตครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม ต้องขอมตินะครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ กรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ จะต้องตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนเพื่อจะลงมตินะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ต้องตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๗๑ ท่านนะครับ

ผมจะขอมติดังนี้ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับท่านอภิชาตที่กลับไปใช้ร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนเสียงบ้างครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

เรียบร้อย ส่งผลคะแนนให้ผมด้วยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๗๑ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ๒๙๗ ท่าน เห็นด้วยกับท่านอภิชาตที่กลับไปใช้ร่างเดิม ๖๘ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ได้เขียนคำขึ้นมาใหม่ ไม่กลับไปใช้ร่างเดิมนะครับ

ท่านเลขาธิการต่อเลยครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านประกอบครับ

นายประกอบ จิรกิติ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขออนุญาต สงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๙ ไว้ โดยเป็นการเพิ่มถ้อยคำที่ว่า ในกรณีที่กรรมการ ตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการ แทนตำแหน่งที่ว่าง และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระ ที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน เว้นแต่วาระของกรรมการเหลือไม่ถึงหนึ่งปี จะไม่แต่งตั้ง กรรมการแทนก็ได้ ทั้งนี้เพราะในชั้นต้นนั้นร่างของ ครม. ซึ่งได้ผ่านการพิจารณารับหลักการ ของสภานั้น ไม่ได้มีการระบุถึงในกรณีที่วาระกรรมการเหลือมากน้อยเท่าใดที่จะไม่ต้อง แต่งตั้งกรรมการแทนก็ได้ ผมจึงได้แปรญัตติเพิ่มเติมในกรณีที่วาระของกรรมการที่เหลืออยู่ ไม่ถึง ๑ ปี จะไม่แต่งตั้งกรรมการแทนก็ได้ โดยปกตินั้นเราจะเห็นว่าวาระที่เหลืออยู่ เราจะเขียนว่า ๑๘๐ วัน แต่กรณีนี้ผมเพิ่มเติมขยายขอบเขตจาก ๑๘๐ วัน หรือครึ่งปี เป็น ๑ ปี ทั้งนี้เพราะว่าวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการนั้นคือ ๓ ปี เพราะฉะนั้น การที่ตำแหน่งของกรรมการที่เหลือ ถ้าหากว่าเหลือไม่ถึง ๑ ใน ๓ รัฐมนตรีจะไม่แต่งตั้ง กรรมการแทนเพิ่มเติมก็ได้ เพื่อที่จะให้ไม่เป็นการเสียเวลาแล้วก็กรรมการที่เข้ามาใหม่นั้น จะเหลือวาระเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ขออนุญาตท่านประธานแปรญัตติเพิ่มเติมดังกล่าว ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายกนกพันธุ์ จุลเกษม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กนกพันธุ์ จุลเกษม กรรมาธิการครับ ในการกำหนดให้รัฐมนตรีดำเนินการเพื่อมิให้มี การแต่งตั้งบุคคลที่เป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างในกรณีวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ผู้พ้นจากตำแหน่งนั้นเหลือไม่ถึง ๑ ปี คณะกรรมการเห็นว่าเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป ผมอยากจะกราบเรียนว่า ๑ ปี สำหรับการที่เราจะขาดกรรมการ ๑ ท่าน ในการที่จะ ดำเนินการเป็นคณะกรรมการกีฬาอาชีพมีผลกับคณะทำงาน มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จริง ๆ แล้วคณะของรัฐมนตรีไม่มีในวรรคนี้ เพียงแต่ว่ากรรมาธิการเพิ่มเติมเข้าไป ส่วนระยะเวลาที่เมื่อกรรมการสิ้นสุดลง คณะกรรมการเห็นว่า ๑๘๐ วันหรือว่า ๖ เดือน เป็นเวลาที่เหมาะสมที่ไม่จำเป็นจะต้องตั้งกรรมการเพิ่มเติม ๑ ปี ถึงแม้จะเป็นระยะเวลา ที่ดำรงตำแหน่งสั้น แต่ก็เป็นระยะเวลายาวพอที่จะมีคุณประโยชน์ต่อการทำงานให้กับ คณะกรรมการกีฬาอาชีพครับ จึงกราบเรียนเพื่อพิจารณาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประกอบติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผมจะไปมาตราอื่น เชิญครับ

นายประกอบ จิรกิติ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ อย่างที่ ท่านกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงว่า ๑๘๐ วันน่าจะเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม แต่ถ้าหากว่า เราได้พิจารณาในร่างมาตรา ๙ ที่คณะกรรมาธิการแก้ไขก็จะเห็นว่าให้มีการแต่งตั้งภายใน ๖๐ วัน ถ้าหากว่ามีการใช้เวลาในการสรรหากรรมการท่านใหม่เพื่อแต่งตั้งแทนท่านเดิม ที่พ้นไปก่อนนั้น เราก็จะเห็นว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่จาก ๑๘๐ วัน ถ้าสรรหาอีก ๖๐ วัน ก็เหลือเพียง ๑๒๐ วัน ซึ่งก็เป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้นกระผมจึงขอแปรญัตติ ก่อนที่กรรมาธิการจะแก้ไขเพิ่มเติมดังนี้เป็น ๑ ปี เพื่อเวลาที่คณะกรรมการจะใช้ ในการสรรหาแล้วก็เมื่อได้รับตัวกรรมการที่จะมาแทนแล้ว แล้วก็ผ่านกระบวนการ ของการแต่งตั้งนั้นจะได้มีระยะเวลาเพียงพอ จึงขออนุญาตเรียนท่านประธานเพื่อที่ ท่านกรรมาธิการจะได้พิจารณาทบทวนครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการยืนไหมครับ กรรมาธิการยืนนะครับ ท่านประกอบติดใจไหม ถ้าไม่ติดใจ ผมผ่าน ถ้าติดใจผมจะขอมติ ท่านดอกเตอร์ประกอบไม่ติดใจนะครับ กรรมาธิการท่านให้เหตุผลแล้วท่านขอยืนตามอันที่ขอแก้ไข ติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจ ผมจะผ่านมาตรานี้นะครับ เชิญครับ

นายประกอบ จิรกิติ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ถ้าอย่างนั้น ผมขอความกรุณาท่านประธานให้มีการลงคะแนนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลงมตินะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในมาตรา ๙ ก่อนจะลงมติ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตน เพื่อจะลงมตินะครับ ในมาตรา ๙ มีการแก้ไข แล้วก็มีผู้แปรญัตติคือท่านประกอบ จิรกิติ ผมก็จะถามที่ประชุมว่าที่ประชุมจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าท่านใดเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านใดเห็นด้วยกับคำแปรญัตติ ของท่านดอกเตอร์ประกอบ จิรกิติ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย คือหมายเลข ๓ ก่อนจะลงมติ เดี๋ยวขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล ๒๘๑ ท่านนะครับ

ผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอแก้ไข ให้กดปุ่ม เห็นด้วย หมายเลข ๒ ท่านใดเห็นด้วยกับการแปรญัตติของท่านดอกเตอร์ประกอบ จิรกิติ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

เรียบร้อยแล้วนะครับ เรียบร้อยแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ที่ประชุม เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ๒๙๑ ท่าน เห็นด้วยกับท่านดอกเตอร์ประกอบ ๖๙ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับร่างของคณะกรรมาธิการนะครับ

ต่อไปเชิญมาตรา ๑๐ ครับท่านเลขาธิการ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๑๗ กรรมาธิการชี้แจงท่านดอกเตอร์ประกอบแล้วท่านไม่ติดใจ เชิญต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ และ มาตรา ๒๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๒/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๒๒/๑ ท่านเพิ่มเติมขึ้นมาว่า ผมไม่อ่านนะครับจะได้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือถ้าหากว่าเป็นคนที่ทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้นะครับ สุดท้ายสมาคมก็สามารถที่จะพิจารณาดูได้ว่าจะต้องไม่ส่งเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา รวมทั้ง บุคลากรกีฬาด้วย แต่ท่านกำหนดไว้เพียงแค่ไม่น้อยกว่า ๑ ปีเท่านั้นเองครับ ผมยังกลับคิดว่า ถ้าโดยสามัญสำนึกคนที่ทำผิดแล้ว ตัดสินเรียบร้อยไปแล้วครับ โทษแรงด้วยครับอย่างที่ท่าน ว่าไว้ มาตรา ๖๑ ถึงมาตรา ๔๖ ไม่ใช่ลหุโทษนะครับ ยังจะกลับมาอยู่ในวงการนี้อีกหรือครับ ไม่ไล่เขาออกไปล่ะครับ เขายังสำคัญมากพอที่จะต้องกลับมาที่วงการอาชีพของพวกท่านอีกหรือครับ ทำไมท่าน ไม่ชะล้างวงการของท่านให้สะอาดล่ะครับ ผมคิดว่าจริง ๆ ก็คือน่าจะต้องเขียนให้มันชัด ด้วยซ้ำไปว่าถ้าถูกตัดสินตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วต้องไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะเข้ามา ร่วมกับวงการนี้อีก ขอให้ท่านช่วยแก้ไขเรื่องนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการช่วยชี้แจงท่านบุญยอดด้วย แล้วก็แนะนำข้อทักท้วงนี่พอจะแก้ไขเพิ่มเติม ได้ไหม เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อนนิดหนึ่ง เชิญคุณหมอชลน่านครับ เดี๋ยวให้ท่าน ส.ส. ได้ซักถาม ให้เสร็จก่อนครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการครับ เดี๋ยวท่านชี้แจงคราวเดียวกันได้นะครับ ในการแก้ไขในมาตรา ๒๒/๑ ผมเองมีคำถาม สืบเนื่องจากว่าเรามีการเขียนในมาตรา ๓ เอาไว้ไม่ให้พระราชบัญญัตินี้บังคับกับกีฬาอาชีพอื่น ที่มีกฎหมายรองรับ เช่น กีฬามวย หรือกีฬาอาชีพอื่น ทีนี้ผมเองต้องกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ บทบังคับนี้พูดถึงความผิดมาตรา ๖๑ ถึงมาตรา ๖๔ ที่จะตัดสิทธินักกีฬา ผมก็เรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและ กรรมาธิการว่าสภาพบังคับนี้มีผลต่อนักมวยหรือไม่ ผมเองพยายามที่จะเปิดดูพระราชบัญญัติ กีฬามวย ด้วยข้อจำกัดว่าผมค้นไม่ทัน ผมเห็นบทกำหนดโทษมีอยู่ ๒ มาตรา เฉพาะมาตรา ๕๓ เสมือนมาตรา ๖๕ ที่เราบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาตรา ๕๓ บทกำหนดโทษ ของพระราชบัญญัติกีฬามวยเขียนเหมือนมาตรา ๖๕ มีมาตรา ๕๔ ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการแข่งขัน ให้มีการรับโทษถ้ากรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ แต่มีมาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ เป็นข้อห้ามหมดเลย ข้อห้ามเสมือนโทษ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ แต่ว่าไม่มีบทกำหนดโทษ ผมก็เลยเรียนถามท่านว่าบทกำหนดโทษตรงนี้ มีในพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพแล้ว ถ้าไม่มีบทกำหนดโทษในกีฬาประเภทอื่น ที่มีกฎหมายเฉพาะรองรับ สภาพบังคับตรงนี้จะมีสภาพบังคับไปถึงกฎหมายเหล่านั้น ได้หรือไม่ อย่างไร เพราะท่านได้มีข้อยกเว้นไว้ว่าห้ามนำกฎหมายฉบับนี้ไปเป็นกฎหมาย ที่บังคับต่อกฎหมายเหล่านั้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วด้วยความที่ไม่ได้ ดูมาตั้งแต่ต้น เป็นความคลาดเคลื่อนและผิดพลาดที่ไม่ได้ดูตั้งแต่ต้น ผมว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายกลาง มีบทบัญญัติหลายบทบัญญัติที่เป็นการส่งเสริมที่ไม่ได้เขียนเฉพาะ ในกฎหมายที่มีการกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ผมว่าน่าจะพิจารณาในประเด็นนี้ แต่ว่าชั้นนี้ ไม่ได้มีโอกาสที่จะแก้ไขครับ ผมอภิปรายไว้เป็นประเด็นเผื่อว่ามีโอกาสในขั้นตอนใด ที่จะสามารถปรับแก้ได้ ถ้าท่านตอบผมว่าไม่ครอบคลุมเราจะได้ช่วย ๆ กันปรับแก้เพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุด กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ

นายกนกพันธุ์ จุลเกษม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ กนกพันธุ์ จุลเกษม กรรมาธิการ ผมรบกวนตอบท่านนายแพทย์ชลน่านก่อนนะครับ ในมาตรา ๓ เราตัดกฎหมายกีฬามวยออกไป เพราะว่าในประเทศไทยเรามีกฎหมายกีฬามวย ฉบับเดียวเป็นฉบับแรก แล้วก็กฎหมายนี้จะใช้บังคับกับกีฬาอาชีพอีก ๑๒ ชนิดกีฬา ไม่มีผล ต่อกีฬามวย เนื่องจากว่ากีฬามวยมีกฎหมายเฉพาะ พระราชบัญญัติกีฬามวยออกมา เรียบร้อยแล้วนะครับ

ส่วนของท่านบุญยอด เราเพิ่มมาตรา ๒๒/๑ กราบเรียนสั้น ๆ เลยว่า อยากให้สโมสรลงโทษนักกีฬาทางวินัย ใน พ.ร.บ. นี้นอกจากมาตรา ๒๒/๑ แล้ว เขาได้รับ โทษทางแพ่ง ทางอาญาเรียบร้อย แต่ทางวินัยซึ่งการที่จะส่งชื่อเขาเข้าร่วมการแข่งขันต่อไปนี่ เขาจำเป็นจะต้องลงโทษ จึงได้เพิ่มมาตรา ๒๒/๑ ขึ้นมา กำหนดโทษไว้อย่างน้อย ๑ ปี สำหรับการทำผิดในมาตรา ๒๒ ปกติก็คิดว่าน่าจะเหมาะสม ถ้าสโมสรไม่ลงโทษทางวินัย ก็มีความผิดตามมาตรา สโมสรที่ไม่ลงโทษทางวินัยนักกีฬาก็จะโดนลงโทษเฉกเช่นเดียวกัน ก็กราบเรียนมาเพื่อพิจารณาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดเชิญต่อครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการนะครับ ผมเห็นด้วยกับข้อนี้ มาตรา ๒๒/๑ ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย ผมเห็นด้วย ว่าคนที่ทำผิดตามโทษแล้วก็มีคำตัดสินเป็นที่สุดเรียบร้อยแล้วนะครับ จะจำคุก จะปรับ อย่างแพง ๆ อย่างที่ท่านว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาทอะไรทั้งหลายเขาเป็นคนทำผิดนะครับ ทำไมจึงให้สมาคมกำหนดโทษเขาแค่ปีเดียวล่ะครับ เล่นเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้แล้ว ๔ ปีข้างหน้า ก็กลับมาเล่นได้ใหม่ หรือว่าไปเป็นโค้ช (Coach) ได้ใหม่ ไปเป็นกรรมการได้ใหม่อย่างนี้หรือครับ เข้าซีเกมส์ครั้งนี้แล้วเดี๋ยวคราวหน้าก็มาได้ใหม่ ผมว่าปรับตรงตัวเลข ๑ ปีให้ได้ไหมครับ ผมอาจจะเสนอง่าย ๆ ว่าเป็น ๕ ปี ๕ ปีอย่างน้อยก็เหมือนกับ ๒ สมัย ก็เหมือนกับ ส.ส. ถูกพักทางการเมืองยัง ๕ ปีเลยนะครับ แต่นี่กีฬาอาชีพจะกลับมาใหม่ก็กลับตัวกันใหม่ ถูกลงโทษแล้วกลับตัวมาใหม่ ให้เวลาสัก ๒ สมัยของกีฬาโดยเฉพาะกีฬาสำคัญ ๆ จะได้เป็นการชะล้างไปได้จำนวนหนึ่ง ท่านปรับเป็น ๕ ปีให้หน่อยได้ไหมครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการครับ ที่มาของ ๑ ปี ท่านถามว่ามีหลักเกณฑ์อะไรไหม ทำไมไม่ ๕ ปี ทำไมไม่ ๓ ปี เชิญท่านรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมาธิการ เพราะอะไร ๑ ปี

นายนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือในมาตรา ๒๒/๑ ผมเข้าใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยทั้งหมด เว้นแต่ระยะเวลา ๑ ปีเท่านั้น ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี ที่บอกว่า อย่างนี้ได้มาจากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ว่าการทำงานต่าง ๆ แล้วเราเห็นว่าระยะเวลา ดังกล่าวนี่บุคลากรทั้งหมดนี่เหมาะสมแล้วที่ได้รับการลงโทษทั้งหมดออกไปจากวงการกีฬา แล้วก็เห็นว่าเอาต่าง ๆ มาดูแล้วว่าควรจะให้แค่ ๑ ปีนี่ถ้าเผื่อมากกว่านี้ก็จะเป็นโทษที่รุนแรง เกินไปสำหรับเขา อันนี้ก็ดูตามความเหมาะสมนะครับ ถามว่าระยะเวลา ๑ ปีได้แนวความคิด ที่เป็นวิทยาศาสตร์ไหม ที่ต้องการตอบอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ผมเองก็ไม่ได้แนวความคิด ที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่จะมาตอบท่านบุญยอดว่า ๑ ปี แต่จากประสบการณ์ของการทำงาน ของการกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วก็ของวงการกีฬาที่เชิญมาสอบถามก็ได้ระยะเวลานี้มานะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านได้นะครับ ท่านบุญยอดครับ ท่านให้เหตุผลแล้ว ๑ ปี

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าท่านเองก็ตอบไม่ได้ว่า ทำไม นี่ผมให้วิทยาศาสตร์ท่านครับ กีฬาสำคัญ ๆ ๔ ปีครั้ง กำหนดโทษสัก ๕ ปีสิครับ เขาจะได้เว้นวรรคทางการเมืองหรือทางการกีฬาไปบ้างทำนองนี้ครับ เท่าเทียมกันดีครับ ผมขออนุญาตที่จะนำเสนอว่าผมขอเสนอเป็น ๕ ปีเท่านั้นครับท่านประธาน ถ้าท่านไม่แก้ ก็ขอให้ลงมติครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวรชัย เหมะ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ นักกีฬาอาชีพต้องมี ความสามารถเฉพาะตัวแล้วก็แต่ละคนแต่ละท่านนั้นไม่ใช่ว่าจะเก่งหมดครับ แล้วการเป็นนักกีฬาอาชีพนี่ท่านประธานทราบไหมอายุเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเกินปีเดียวครับ เกินไปแก่อีก ๕ ปีแล้วจะไปสู้ได้อย่างไรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นที่ท่านกำหนด ๑ ปีนั้น ถูกต้องที่สุดแล้วครับ เพราะนักกีฬาต้องอาศัยสุขภาพร่างกายครับ คนหนุ่ม วัยรุ่นได้เปรียบ คนแก่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าท่านลงโทษ ๕ ปี นักกีฬาผู้นั้นก็เสียโอกาสครับ ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่แก้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าเห็นด้วยก็นั่งลงครับ ผมจะได้ขอมติครับ เดี๋ยวผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ก่อนที่จะลงมติเมื่อท่านเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตน เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานและเพื่อนสมาชิก เพื่อนสมาชิก เสนอให้มีการลงมติ ในญัตติก็ต้องเป็นว่าจะเห็นชอบกับกรรมาธิการหรือว่าจะกลับคืนร่างเดิม เท่านั้นนะครับ อยากจะหารือเพื่อนสมาชิกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นท่านยังจะมีความประสงค์หรือไม่ เพราะว่าเจตนาท่านไม่ใช่อย่างนั้น ท่านต้องการแก้ตัวเลข ซึ่งในชั้นนี้ถึงแม้จะเป็นความเห็น เพื่อนสมาชิกไม่เห็นด้วยกับตัวเลข แต่ว่าด้วยข้อบังคับ วิธีการ กระบวนการมันทำอะไรไม่ได้แล้ว จะทำได้กรณีเดียวท่านต้องถอนไปเท่านั้นเองครับ ก็หารือท่านประธานว่าถ้ามันไม่ตรงกับ เจตนารมณ์ของท่าน การลงมตินะครับ มติที่ออกมาสมมุติเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่เสนอ มันก็กลับคืนร่างเดิม มันก็ไม่เป็นไปตามเจตนา ก็อยากจะหารือในประเด็นนี้ครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะขอถามมตินะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องนะครับเพื่อที่จะลงมติ ในมาตราที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ มาตรา ๒๒/๑ ผมจะถามมติจากที่ประชุมนะครับว่าที่ประชุม จะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่เพิ่มมาตรา ๒๒/๑ หรือไม่ ก่อนที่จะลงมติก็จะตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมครับ ท่านบุญยอด มีอะไรไหมครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ถ้ากรรมาธิการยังคงยืนยันตามที่ได้เพิ่มเติมมา จุดประสงค์ผมอยากให้ลงโทษให้แรงขึ้น แต่ถ้ามันจะต้องกลับไปเป็นร่างเดิมคือไม่มีการลงโทษ มันไม่ใช่จุดประสงค์ผมครับ ผมก็ไม่เข้าใจวิธีการลงคะแนนนะครับ ผมตั้งใจว่าให้ลงโทษให้แรงขึ้น ร่างเดิมคือไม่มีอะไรเลย กรรมาธิการเพิ่มมาเป็น ๑ ปีถูกไหมครับ ต้องฟรีซ (Freeze) ไป ๑ ปี ผมอยากให้ พักทางการอยู่ในอาชีพนี้ไป ๕ ปี ผมไม่ได้ให้กลับไปร่างเดิมนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้เนื่องจากว่าไม่มีท่านสมาชิกขอแปรญัตติในเรื่องนี้ กรรมาธิการเขาเพิ่มขึ้นมาใหม่ ในการเพิ่มถ้อยคำเนื้อหาและสาระเขาเพิ่มขึ้นมาใหม่ ท่านติดใจว่าสิ่งที่เขาเพิ่มขึ้นมา ๑ ปี ท่านไม่เห็นด้วย ฉะนั้นผมก็ต้องถามมติต่อที่ประชุมว่าที่ประชุมจะเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่ขอเพิ่มข้อความในมาตรา ๒๒/๑ หรือไม่เท่านั้นเอง ถ้าเห็นด้วยก็ต้องจบ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ถือว่าในมาตรานี้จะไม่มี ผมจึงขอมติจากที่ประชุมอย่างนี้ แต่ถ้าท่านเห็นด้วย มันก็ผ่านไป ทีนี้ท่านไม่เห็นด้วยก็ต้องถาม มันต้องเนื้อหาทั้งหมด เพราะว่าถ้อยคำ เนื้อหา แล้วก็ความเชื่อมโยงกันมันอยู่ในมาตรา ๒๒/๑ อยู่แล้วนะครับ ผมจะต้องถามมติที่ประชุม เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกว่ามาตรา ๒๒/๑ และมาตรา ๒๒/๒ เจตนาก็คือมันเป็นปรัชญาของกีฬาครับ อยากเรียนว่ากีฬามันมี ผลสัมฤทธิ์ก็คือให้คนรู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักที่จะให้อภัย ในกรณีที่นักกีฬาผิดตามมาตรา ๖๑ ถึงมาตรา ๖๔ เหมือนที่ผมกราบเรียนนะครับ มาตรา ๖๑ ก็คือมีใครไปจ้างวานนักกีฬาให้ล้มกีฬา มาตรา ๖๒ ก็คือนักกีฬาที่รับจ้าง มาตรา ๖๓ ก็คือใครไปจ้างวานผู้ตัดสิน และมาตรา ๖๔ ก็คือผู้ตัดสินที่รับประโยชน์ ผมเรียนว่ามันเป็นบทลงโทษทางอาญามีทั้งติดคุกแล้วก็มีค่าปรับ แต่ในเชิงกีฬามันมีบทลงโทษอีกอย่างหนึ่ง เขาเรียกการลงโทษทางปกครอง ในกฎหมาย ควบคุมการใช้สารต้องห้าม มันมีการลงโทษว่าพักการแข่งขัน ห้ามแข่งขัน ๑ ปี ๒ ปี หรือไม่เกิน ๔ ปี นักกีฬาไทยของเราก็เคยโดนสั่งห้ามแข่งขันในระยะ ๔ ปี ทีนี้ในกฎหมาย ที่เราเพิ่มตรงนี้ เราก็มองว่าแน่นอนในกรณีที่มีคนกระทำผิดตาม พ.ร.บ. นี้ ผมยกตัวอย่างเช่น ผู้ตัดสิน ในกรณีที่ผู้ตัดสินอาจจะไปตัดสินด้วยสภาพใดก็แล้วแต่ แต่ผลปรากฏว่าถูกลงโทษว่ากระทำผิดจริง ๆ อาจจะแค่โทษปรับอย่างเดียว เขาจะไม่มีชื่อ ที่จะเป็นผู้ตัดสิน อย่างน้อยตอนนี้ก็คือห้ามส่งรายชื่อ ๑ ปี ก็เหมือนที่กราบเรียนละครับ ไม่เพียงแค่ผู้ตัดสิน นักกีฬา สโมสรบางสโมสรถูกตัดสิทธิแล้วแต่ก็ยังส่งรายชื่อไว้ เนื่องจาก มันไม่มีโทษทางปกครอง โทษทางปกครองนี่คณะกรรมการจะไปออกระเบียบขึ้นมา อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าในขั้นต้นนี้คณะกรรมาธิการเราก็เลยบอกว่าสโมสรหรือสมาคมทั้งหลาย ที่ส่งนักกีฬาจะต้องไม่ส่งรายชื่อนักกีฬาที่ถูกลงโทษตามมาตรานี้อย่างน้อย ๑ ปี แต่ก็ยังไม่มี ตัวเลขที่ลงตัวว่าควรจะเป็น ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี หรือ ๔ ปี ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ฟังจากท่านกรรมาธิการแล้ว ผมไม่ติดใจครับ ขอบพระคุณครับ ไม่ต้องลงคะแนนก็ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๒๒/๒

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๒/๒

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ความจริงก็เห็นด้วยกับท่านบุญยอดนะครับ แต่ว่าถามกรรมาธิการเพราะว่าไหน ๆ ท่านสมบูรณ์ตอบ ความจริงไม่เห็นด้วยที่จะให้ตัดสิทธิ เพียงปีเดียว แต่ว่าถ้าอ่านให้ดีมันเขียนว่าต้องไม่น้อยกว่า ๑ ปี ถามกรรมาธิการว่าเป็นกรณี ๒ ปี ๓ ปีอย่างนี้ได้ แล้วแต่ใช่ไหมครับว่าเขาจะลงโทษอย่างไร แต่ไม่มีแม็กซิมัม (Maximum) ไว้ใช่ไหมครับ ไม่มีใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๒๒/๒ ไม่มีสมาชิกออกความเห็น ขอผ่านนะครับ เชิญต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๒/๒ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๓ นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๑ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ การจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๕ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์ประกอบติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่ติดใจผ่านนะครับ เชิญต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๕ กองทุน ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ ไม่มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๒ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๘ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ อาจารย์ไม่ติดใจ หมวด ๖ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

หมวด ๖ การยกย่องเชิดชูเกียรติ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๐ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

หมวด ๗ นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๑ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๘ บทกำหนดโทษ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๑ โทษทางปกครอง ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๕ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕๖ ไม่มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปมาตรา ๕๖ พอท่านจุติทักท้วงท่านเลขาธิการเลยลืมมาตราเลย เดี๋ยวนะครับ เอามาตราที่แก้ไขก่อนท่านจึงจะได้พูดครับ เอาใหม่ครับ มาตรา ๕๖ ต่อมาตรา ๕๗

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕๕ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะพูดมาตรา ๕๕ ใช่ไหม เชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านเลขาธิการนั่งรถหวานเย็นบ้างก็ได้นะครับ ไม่ต้องด่วนขนาดนั้นตามไม่ทัน ในมาตรา ๕๕ อยากจะฟังคำชี้แจงของคณะกรรมาธิการว่าเหตุผลในการแก้ไขของท่านที่บอกว่าไม่เกิน แล้วบอกว่าตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท เหตุผลท่านคืออะไร และทำไมจำนวนเงิน เป็นเพียงแค่นี้ครับ มันสอดคล้องกับบทลงโทษอื่นอย่างไร อยากจะฟังคำชี้แจงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ

นายนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กราบเรียนไปยัง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านจุตินะครับ กรรมาธิการได้แก้ไขขึ้นมาในมาตรา ๕๕ โดยตัดคำว่า ไม่เกิน และเพิ่มคำว่า ตั้งแต่ขึ้นมา เพียงเพื่อจะช่วยควบคุมดุลยพินิจการลงโทษ คืออย่างน้อยต้องตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป เดิมไม่ได้กำหนดโทษขั้นต่ำมินิมัม (Minimum) ไว้ก็อาจจะมีการลงโทษ ๙,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทก็ได้ แต่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่กรรมาธิการได้ประชุมพิจารณากันแล้วว่า ร่างของคณะรัฐมนตรีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาทำเปิดดุลยพินิจมากเกินไป ควรจะจำกัด ดุลยพินิจของผู้ลงโทษโดยเริ่มตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาท ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านได้นะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๗ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุติ คือมาตรา ๕๗ เขาไปเชื่อมโยงกับมาตรา ๒๒/๑ อยู่แล้ว ผ่านเลยครับ เพราะเขา แก้ไขมาแล้ว เชิญมาตรา ๕๘ ต่อ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๐ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๒ โทษอาญา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๑ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอชลน่านเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๖๑ ขออนุญาตท่านประธานล่วงไปมาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๔ เพราะลักษณะทำนองเดียวกัน ผมขออนุญาตใช้การอภิปราย คราวเดียวกันเพราะว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายไว้เมื่อตอน มาตรา ๒๒/๑ ต้องขออนุญาตท่านกรรมาธิการผมตรวจสอบ พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพไม่ครบถ้วน มีบทกำหนดโทษชัดเจนที่เขียนไว้ในมาตรา ๕๙ ของ พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ ล้อกับมาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๔ ประเด็นข้อคำถามผม กรรมาธิการได้ไปเพิ่มโทษในมาตรา ๖๑ ร่างเดิมที่รับหลักการคือไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท มีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติกีฬามวยอาชีพ ปี ๒๕๔๒ ปี ๒๕๔๒ ก็เขียนโทษทำนองเดียวกัน ในมาตรา ๖๒ กรณีเรียกรับและสมยอม มีการล้มนะครับ มีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทเช่นกัน ร่างเดิม ท่านก็ไปปรับให้เหมือนกันคือมีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปีเหมือนเดิม แต่ปรับเพิ่มเป็น ๒๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ผมขออนุญาตท่านประธานก้าวล่วงไปถึงมาตรา ๖๓ เพราะว่า เป็นเรื่องเดียวกัน มาตรา ๖๓ ก็ไปแก้ไขจากไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็เปลี่ยนเป็นตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท รวมถึงมาตรา ๖๔ ไปเพิ่มคำว่า ตั้งแต่ ๖ เดือน ไม่เกิน ๑๐ ปี รวมโทษไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมถามท่านประธานในการนำกฎหมายไปสู่การปฏิบัติ ถ้าเป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ พระราชบัญญัติกีฬามวยอาชีพที่บังคับใช้อยู่มีโทษแตกต่างกัน ลิบลับเลย ท่านจะปฏิบัติอย่างไร ล้มมวยเหมือนกันครับ ล้มกีฬาเหมือนกัน ความเกี่ยวเนื่องของโทษ ทางอาญาที่มีโทษสถานเดียวกัน แต่โทษจำคุกกับโทษปรับไม่เหมือนกัน ท่านจะมี แนวทางแก้ไขหรือไม่ อย่างไร แนวทางที่ ๑ ถ้าสมมุติท่านบอกว่ากฎหมายกีฬามวยปี ๒๕๔๒ ก็เพิ่งออกไป ๑๐ ปียังมีผลมีสภาพบังคับที่สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ก็กลับสู่ร่างเดิมก็เหมือนกัน ๒ ร่างนี้เหมือนกันเลย แต่ท่านบอกว่าอยากจะปรับ ให้มันสอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยใช้ร่างใหม่ของเราเป็นหลัก ความเห็นของผมท่านต้องไปแก้กีฬามวยให้สอดรับ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการเลือกปฏิบัติ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงเรื่องโทษครับ

นายกนกพันธุ์ จุลเกษม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน กราบขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำของคุณหมอ สถานการณ์ปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่า พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพออกมาแค่ ๑๐ กว่าปีคือปี ๒๕๔๒ แต่ก็ล้าสมัย เรามีความจำเป็น ที่จะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงเฉกเช่นเดียวกันกับ พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๒๘ พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทยกำลังจะเข้ามา ตามด้วย พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้เอื้อกับสภาพปัจจุบันนี้ ร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ฉบับนี้จะครอบคลุมกีฬา ๑๒ ชนิดกีฬา ซึ่งผู้ชม ผู้เชียร์ ผู้ที่เกี่ยวข้อง กระบวนการกว้างขวางมากมายกว่ากีฬามวยเยอะ แล้วก็โทษที่เราเพิ่มเติมขึ้น เพราะว่ากรรมาธิการเห็นว่าเหมาะสมมากกว่าร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาซึ่งล้อมาจาก พระราชบัญญัติกีฬามวยอาชีพ ขั้นตอนต่อไปเราคงขออนุญาตแก้ไข พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพ ปี ๒๕๔๒ ต่อไปในอนาคตครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ก็มีคำถามคล้ายคลึงกัน แต่ว่าท่านก็ได้ตอบแล้วเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพ ซึ่งท่านก็บอกว่า พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพนั้นไม่มีความทันสมัยต้องมีการปรับปรุงอยู่ ทีนี้ผมนิดเดียวเท่านั้นเองว่าเวลาท่านระบุโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี แล้วก็ท่านไปใส่ โทษปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทจนถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท การเอาโทษจำคุกกับโทษปรับมาคู่กัน ในอัตรานี้ท่านเทียบเคียงกฎหมายใดครับ ถ้าไม่ได้เทียบ พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพ เพราะท่านบอกว่า พ.ร.บ. กีฬามวยนั้นเก่าไปแล้ว แต่อัตราโทษ ๕ ปีในส่วนของจำคุกมาคู่กับปรับ ๒๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาทนั้นเทียบเคียงจาก พ.ร.บ. ใดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีที่มาไหม

นายกนกพันธุ์ จุลเกษม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ อยากจะตอบคำถามท่านอรรถวิชช์อย่างนี้ว่าตอนร่างเข้าของคณะรัฐมนตรีเราเทียบเคียงจาก พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพในเรื่องนี้ แต่เมื่อมาอยู่ในขั้นกรรมาธิการ กรรมาธิการบอกว่า กรอบวงเงินที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันของแต่ละชนิดกีฬา ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล กอล์ฟ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ใน ๑๒ ชนิดกีฬามากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นโทษที่จะปรับ ถ้าเผื่อเขาจะจ้างล้มกีฬาสักอย่างหนึ่งโดยเสียค่าปรับแค่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เขาทำได้อย่างง่าย เพราะฉะนั้นการที่เพิ่มโทษขึ้นมาเป็นไม่ต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท จนถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาทก็สามารถให้เขาฉุกคิดได้และเอื้อต่อสภาพปัจจุบันของกีฬาอาชีพ ใน ๑๒ ชนิดกีฬา เราทิ้งโทษจำคุกไว้ ๕ ปีให้เหมือนกับ พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพ เพราะว่า เราล้อของเก่ามา ใน ๕ ปีนี้คิดว่าน่าจะเหมาะสมดีอยู่แล้วสำหรับโทษจำคุกนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖๒ มีการแก้ไข มาตรา ๖๓ มีการแก้ไข มาตรา ๖๔ มีการแก้ไข มาตรา ๖๕ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๗ และมาตรา ๖๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๙ มีการแก้ไข มาตรา ๗๐ และมาตรา ๗๑ ไม่มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปเป็นการสรุปทั้งร่างตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดขอแก้ไขถ้อยคำถือว่าการพิจารณาในวาระที่สอง เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน เมื่อสักครู่ผมได้นำเรียนท่านประธานไว้ในมาตรา ๘ เรื่องที่จะขออนุญาตท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ ในการแก้ไขถ้อยคำในมาตรา ๘ ที่กรรมาธิการไปเพิ่มใน (๖) ซึ่งกรรมาธิการได้รับหลักการไปแล้ว เพียงแต่ว่าขออนุญาต ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับเท่านั้นเองครับคือถ้อยคำที่ใช้คำว่า ไม่เป็นผู้เคยต้อง กรรมาธิการยินดี ที่จะตัดคำว่า ไม่ ออกครับ เหลือแต่ว่า เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษา ขออนุญาต แก้ไขถ้อยคำนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการยืนยันครับ เชิญท่านรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ

นายนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน กรรมาธิการ ยืนยันขอตัดตามที่คุณหมอชลน่านเสนอตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ก็ถือว่าจบทั้งร่างนะครับ ต่อไปผมจะขอมติในวาระที่สามต่อไปนะครับ ก่อนจะขอมติ ในวาระที่สาม ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติในวาระที่สาม ของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณา กดปุ่มแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านสมาชิกที่ประชุมอยู่ตึก ๒ และตึก ๓ ขอความกรุณาเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ก่อนนะครับ เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๖๗ ท่านนะครับ

ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าท่านใดเห็นชอบในวาระที่สามให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล ที่ประชุมเห็นด้วย ๓๓๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวาระที่สามนะครับ

ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมได้รับแจ้งจากคณะกรรมาธิการว่ามีเอกสารที่จะประกอบ การพิจารณาที่จะต้องมีการแก้ไขซึ่งจะต้องจัดส่งให้กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน วันนี้ยังไม่พร้อมในการจัดส่งเอกสารที่แก้ไข ผมจึงถือโอกาสนี้จะให้ทางคณะกรรมาธิการ เลื่อนไปตอบข้อซักถามแล้วมาชี้แจงต่อท่านสมาชิกในสัปดาห์หน้านะครับ วันนี้ผมขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๑๘ นาฬิกา