สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องการฟ้องร้องต่อทักษิณ ชินวัตร โดยกล่าวอ้างว่าไม่ใช่การเล่นลิ้น แต่เป็นการยึดหลักกฎหมาย และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม โดยเฉพาะเรื่องการรักษาความลับในการประชุมของคณะรัฐมนตรี

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ผมไม่ใช่คน เล่นลิ้น ผมเป็นคนยึดหลักกฎหมาย แล้วตอบตรงไปตรงมาแล้วเรื่องนี้หากบรรลุเป้าหมาย จะมีประชาชนได้ประโยชน์ ๒๖,๐๐๐ คน คือประชาชนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ ผมไม่คิดว่าท่านอดีตรัฐมนตรีจะไม่เข้าใจคดีความถึงขนาดนี้ ที่บอกว่าไปเพิ่มเรื่องทุจริต ไปเพิ่มยาเสพติด ท่านรู้ไหมว่าทุจริตคืออะไร ทุจริตคือการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น กรณี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร คุณหญิงพจมานไปซื้อที่ดิน มันไม่ใช่เรื่องทุจริต แล้วประชาชนที่ฟังทางบ้านเขาจะตัดสินได้ มันผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ ไม่ใช่เรื่องทุจริต ศาล ๙ คน ๕ บอกผิด ๔ บอกไม่ผิด นั่นละเราก็ต้องเชื่อคําพิพากษาของศาล แล้วคดีนี้ต่อมาศาลแพ่งรัชดาพิจารณาบอกสัญญา ซื้อขายเป็นโมฆะ เท่ากับไม่มีการซื้อขาย ให้คืนเงินให้กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ให้คืนที่ดิน ให้กับกองทุนฟื้นฟู ถ้ามีการพิจารณาของศาลรัชดาก่อนขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ทางการเมืองมันก็จบ เพราะฉะนั้นอย่ามาเข้าใจเอาเอง อย่ามานึกเอาเองว่าผมเล่นลิ้น ไม่ยอมตอบความจริง ผมหาเสียงสกลนคร ผมบอกผมอยากรับ พันตํารวจโท ทักษิณกลับบ้าน ชนะขาด มาศรีสะเกษชนะขาด มหาสารคามชนะขาด เลือกตั้งรอบนี้พูดอย่างนี้ อยากให้ท่านกลับบ้าน แต่ผมทําไม่ได้ ภาษิตลาตินบอกว่า ยู บี โซไซแตส ไอ บี จุส มีรัฐที่ไหนต้องมีกฎหมายที่นั่น เมื่อผมทําตามกฎหมายและยังไม่บอกรายละเอียด ขอเรียนท่านประธานครับ ไม่มีลับลมคมในครับ ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๗ สมาชิก และกรรมาธิการจะต้องรักษาความลับในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเหมือนการประชุม คณะกรรมการที่กระทําเป็นการลับโดยไม่นําไปเปิดเผยแก่ผู้ใดหรือในทางใด เว้นแต่เป็นการ ปฏิบัติตามกฎหมาย มีจริยธรรม มีครับ นี่คือสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปก็มีอีกครับ เขาบอกว่าคณะรัฐมนตรีก็ต้องมีการรักษาความลับ ระเบียบ จริยธรรมที่สํานักนายกรัฐมนตรีออก ครม. ก็มีระเบียบการรักษาความลับ การรักษาความลับ ในการประชุมลับ การประชุมลับ หมายความว่าการร่วมปรึกษาหารือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ สิ่งที่เป็นความลับของทางราชการ กระผมคิดเองครับ ไม่ใช่ ผมนึกหรือ ไม่มี แต่มันมี กฎเกณฑ์อย่างนี้ และเรื่องนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน นี่พูดไม่ได้หรอกครับ ผมไม่กลัว ใครต้านหรอก เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาแล้วต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็มีผลใช้บังคับได้ ท่านก็ดูได้ รู้หมด มันไม่มีอะไรที่จะต้องปกปิด แล้วก็มานั่งคิดนั่งพูดทําเพื่อคนคนเดียว ช่วยเหลือนักโทษหนีคดีทุจริต แค่คิดก็ผิดแล้ว ท่านไม่อายบ้างหรือที่ท่านพูด เมื่อประชาชนเขาเลือกผมมา ๒๖๕ คน ผมหาเสียงเรื่องนี้ผมไม่มีปิดบัง ผมตรงไปตรงมา ก็ตัดสินกันแล้วด้วยประชาชน แต่ผมไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลมีนโยบาย แต่คราวนี้ เป็นปีมหามงคล ๘๔ พรรษา แล้วคณะกรรมการที่ยกร่างเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมคนที่แล้วเป็นคนคัดเลือกและแต่งตั้งเอาไว้ ไม่ใช่คณะกรรมการที่ พลเอก ประชา พรหมนอก อดีตอธิบดีกรมตํารวจ อดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ อดีตอินทรีย์อีสาน ทําไมพวกผมไม่รักเกียรติยศเกียรติศักดิ์ ท่านถามนี่แล้วไม่เหน็บแนมไม่เป็นอะไร แต่ท่านถาม จากความรู้สึกเหน็บแนม ก็รัฐบาลท่านตามล่าทักษิณ รัฐบาลนี้ไม่ตามล่า เป็นสิทธิของผม ท่านทักษิณมาเขมรไม่ขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน กฎหมายเขาห้ามไว้ ก็ผมไม่ทํา แล้วพระราชกฤษฎีกา ฉบับนี้จะบรรลุเป้าหมายได้หรือไม่ ไม่ใช่รัฐบาล แล้วเมื่อบรรลุเป้าหมายทรงพระกรุณาแล้ว เขามีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง ผู้บัญชาการเรือนจําพิเศษ พนักงานอัยการ ผู้พิพากษาจะมา เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองว่าใครจะได้รับสิทธิตาม พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้หรือไม่ ไม่ใช่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ แต่เขามีคณะกรรมการพิเศษอีกชุดหนึ่ง นี่คือความรอบคอบของรัฐบาลชุดนี้ คุณไม่เห็นหรือ สมัยพวกท่านเป็นรัฐบาล ๙๑ ศพ คดีไม่คืบหน้า ผมมา ๒ เดือนกว่าแท้ ๆ ไปแล้วครับ บอกว่านายทหารชั้นผู้ใหญ่ไปให้การชัดเจนว่าปฏิบัติตามคําสั่งของรัฐบาล ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชาหรือผู้บังคับหน่วยของเขา นี่คือความรวดเร็วในการ ทํางาน ให้ความเป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านก็บอกว่าที่นายกรัฐมนตรี ไม่ทําหน้าที่ประธานประชุม ก็ท่านไปราชการต่างจังหวัด ถ้าผมจะไปพูดเหน็บแนม ไปก็ไม่ดี ก็บอกท่านไปราชการต่างจังหวัด หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งก็ไปรายงานข่าวบอกทําไม ท่านยิ่งลักษณ์ไม่อยู่ ท่านยงยุทธไม่อยู่ก็ไปด้วยกัน ท่านไปตรวจราชการพร้อมกัน รัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทยต้องไปตรวจราชการกับนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคเดียวกันนี่ครับ ต้องไป เสร็จเรียบร้อยท่านก็ค้างที่สิงห์บุรี พอวันรุ่งขึ้นตอนเช้าเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็แจ้งผมว่า ให้ทําหน้าที่ประธานในที่ประชุม แล้วเพิ่งมอบเมื่อวันที่ ๑๕ นะครับ ไม่ใช่ เขามอบตั้งแต่ วันที่เท่าไรครับ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ก็แบ่งงานครับ รัฐบาลไหนก็แบ่งงาน เบอร์ ๑ ไม่อยู่ เบอร์ ๒ เบอร์ ๒ ไม่อยู่ เบอร์ ๓ ก็นี่เบอร์ ๑ เบอร์ ๒ ไม่อยู่ก็มาเบอร์ ๓ ก็ปกติ มันผิดปกติตรงไหนครับ เสร็จเรียบร้อยพอท่านกลับมา ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ก็บอก ทําไมไม่เข้าประชุม ก็มอบแล้วนี่ครับ คุณไม่นึกหรือผมมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีตั้ง ๓-๔ ชั่วโมง แล้วผมก็ทําหน้าที่ประชุมไป แล้วก็มีการบอกกันว่า แหม ทําไมต้องปิดเป็นเรื่องลับ ก็ระเบียบมันบอกลับ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพไปถึงรัฐมนตรีสาทิตย์ ผมกลัวครับ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ผู้ใดดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีก็คือรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ส่อว่าจงใจ ใช้อํานาจหน้าที่ขัดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ถ้าเอาความลับมาเปิดเผยมันไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน จริยธรรมที่เขากําหนด