สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือเรื่องการศึกษาและเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการรับนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีจัดทำมาตรการเตรียมการรับเด็กนักเรียนเข้าเรียนในระดับต่างๆ รวมถึงระดับปริญญา

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน เห็นชื่อก็ชัดเจนแล้วนะครับว่าครูมานิตย์ ฉะนั้นถ้าไม่ถามเรื่องครู เรื่องเด็ก เรื่องปัญหาจัดการศึกษาบ้าง ก็คงจะไม่เหมาะสมกับชื่อ ข้อเท็จจริงไม่ได้มีเจตนาอะไรหรอกครับที่จะมาถาม แต่ว่า เรื่องของการศึกษานั้นมันเป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติ เพราะการศึกษาเปรียบเสมือน รากฐานที่สำคัญ เปรียบเสมือนถ้าเป็นตึก เป็นบ้านก็คือตอม่อ ถ้าการศึกษาที่เข้มแข็ง แข็งแรงแล้วประสบผลสำเร็จ นั่นก็ถือว่าประเทศชาติประสบผลสำเร็จไปเกินครึ่งแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นภาพรวม เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองมันต้องอาศัยพื้นฐานทางการศึกษา เป็นหลักนะครับ พร้อมกับเรื่องจริยธรรม เรื่องคุณธรรม ถ้าเด็กได้รับการศึกษาที่ดีก็ย่อมที่จะ พัฒนาขึ้นมาเป็นมนุษย์ หรือเป็นคน เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า เขาถึงเรียกว่าทรัพยากร อันทรงคุณค่าของประเทศ ก็คือคนที่มีคุณภาพ

กระทรวงศึกษาธิการจัดการศึกษามาผมคิดว่าน่าจะพร้อมกับการเกิด ของประเทศไทยแล้ว สมัยก่อนนี้กระทรวงศึกษานี่ท่านประธานเขาเรียกว่า วังจันทะเกษม ทีนี้กระทรวงศึกษาธิการเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าบุคลากรส่วนใหญ่เป็นบุคลากรที่ค่อนข้าง จะมีความรู้ ตั้งแต่หนองหมาว้อจนถึงถนนราชดำเนินก็คือที่ตั้งของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเป็นปูชนียบุคคลที่ให้ความรู้กับเด็ก ปัญหาก็ย่อมมีมาก ผมก็ไม่ได้มาเอาความอะไร กับท่านรัฐมนตรีหรอกครับ เพียงแต่ว่าอยากจะมาเรียนกับรัฐมนตรีเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา เพราะผมเห็นท่านรัฐมนตรีสุชาติก็มีความตั้งใจ ดูจากการที่ท่านมาตอบเรื่องแท็บเล็ต (Tablet) บ้าง ดูที่ท่านมีการเตรียมการในการวางแผนในการพัฒนาทางการศึกษา ท่านมี ความตั้งใจ แต่ก็ทำอย่างไรได้ในเมื่อท่านมารับผิดชอบในเรื่องของทางการศึกษา ผมก็จะ นำปัญหามาสัก ๒-๓ ประการด้วยเวลาค่อนข้างจำกัด จริง ๆ กระทรวงศึกษาธิการนี่ ปัญหามันมากแล้วก็ไม่ได้โทษใคร มันเป็นปัญหาก่อขึ้นมานานแล้ว แต่อันไหนที่ดี ก็ไม่นำมาถามไม่นำมาเล่า จะถามสัก ๒ ประเด็นวันนี้

ประเด็นแรกครับ เรื่องของเป็นข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็คือ ในเรื่องของ เด็กนักศึกษาไม่มีที่เรียน เหตุการณ์ที่ชัดเจนก็คือเรื่องของโรงเรียนบดินทรเดชาก็น่าเป็นห่วง พวกพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เช่น ท่าน ส.ส. พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อย่างนี้ ท่านก็เป็นห่วงเป็นใย แต่ไม่ได้เกิดเฉพาะกรุงเทพมหานครละครับ ต่างจังหวัด ก็เกิดขึ้นเยอะแยะมากมายที่เด็กไม่สามารถจะเข้าเรียนได้ เพราะด้วยเหตุผลว่าบางคน ที่เป็นผู้ปกครองอยากเอาลูกไปเรียนโรงเรียนที่ดัง ๆ อยากไปเรียนโรงเรียนที่เก่ง ๆ โรงเรียน ที่ไม่เก่งก็ไม่ส่งเข้าไปเรียน นั่นคือประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ บางทีเด็กที่อยู่ในพื้นที่บริการกลับไม่ได้เรียนนะครับ เพราะว่า การวางแผนที่ผิดพลาดของท่านผู้อำนวยการบ้าง หรือทางสมาคมของโรงเรียนบ้าง หรือจะ เป็นด้วยเหตุปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นแล้วมันหดหู่ครับ เพราะเขา เป็นเด็กไทยนะครับ เมื่อเป็นเด็กไทย หน้าที่ของรัฐต้องจัดการดำเนินการให้เขาได้เรียน แม้กระทั่งนักศึกษา โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดที่ผมเห็นชัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ท่าน ส.ส. จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ท่านก็เป็นห่วงว่าทำอย่างไรได้นะครับ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ขาดอธิการบดี วันนี้อธิการบดียังไม่ได้รับการแต่งตั้ง จะเป็นด้วยเหตุผลประการใดก็ฝากรัฐมนตรีด้วยเรื่องนี้นะครับ ฝากว่าเป็นประเด็นด้วย อันนี้ ไม่ต้องตอบนะครับ เรื่องมหาวิทยาลัยราชภัฏ แต่ว่าปัญหาวันนี้เด็กสุรินทร์จะไปเรียนที่อื่น ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าด้วยปัจจัยของทุนรอน ด้วยปัจจัยปัญหาของความยากจนนะครับ หรือด้วยปัจจัยอะไรก็อยากเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏ ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏ เมื่อก่อนชื่อว่าวิทยาลัยครู มหาวิทยาลัยราชภัฏหรือวิทยาลัยครู วิทยาลัยครูสมัยก่อน เปรียบเสมือนเป็นสถาบันการศึกษาของชนบท เป็นทรัพย์สินสมบัติของคนบ้านนอก วิทยาลัยครูสุรินทร์เป็นทรัพย์สินของคนสุรินทร์ก็ว่าได้ วิทยาลัยครูศรีสะเกษเป็นทรัพย์สิน ของคนศรีสะเกษก็ว่าได้ วิทยาลัยครูอุบลราชธานีเป็นทรัพย์สินของคนอุบลราชธานี ก็ว่าได้ ทุกวันได้ยกฐานะเพื่อให้คณาจารย์ ให้บุคลากรได้พัฒนาขึ้น ก็เลยยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏ วันนี้ผมเห็นมหาวิทยาลัยราชภัฏกระบวนการในการรับเด็กนักเรียน วันนี้ก็มีปัญหา เขาเปิด ๒ วิทยฐานะ ก็คือ วทบ. กับ คบ. วันนี้เด็กมันอยากเรียน คบ. เพราะว่าเมื่อจบแล้วอย่างน้อยก็ไปเป็นครูนะครับ ไปเป็นครูอัตราจ้าง ไปเป็นครูอะไร ก็แล้วแต่ ปรากฏว่า คบ. ๕ ปีนี่ไม่สามารถเปิดได้ตามจำนวนที่เด็กต้องการ เนื่องจากว่า โดนควบคุมโดยคุรุสภา เพราะคุรุสภามีบทบาทในเรื่องของใบประกอบวิชาชีพให้กับคนที่จบ อย่างนี้ ผมก็เลยอยากฝากรัฐมนตรีเสียเลยว่าท่านต้องดูแลคุรุสภาในเรื่องนี้ บอกว่า ให้เด็กเรียนมันดีแล้วครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยเห็นลูกพี่น้องเราไหม บางคน ต้องไปกราบลูก ไปกราบหลาน ให้มันไปเรียน มันยังไม่เรียนให้ครับท่านประธาน แต่นี่เด็ก มันอยากเข้าเรียน มันไม่ได้เข้าไปเป็นโจรนะครับ เข้าไปในสถาบันการศึกษา ให้มันเรียนเลย อย่างน้อย ๆ มันจะได้พัฒนาความรู้ พัฒนาความสามารถ ถึงจบออกมานี่ยังไม่มีงานทำ ตรงประเด็นก็คือไปเป็นครู แต่การพัฒนาทางด้านสมองนี่ไปทำงานอย่างอื่นมันทำให้คน มีประสิทธิภาพ เมื่อคนมีประสิทธิภาพมีคุณภาพประเทศมันก็เดินหน้าได้ ฉะนั้นผมถึง ไม่อยากให้จำกัดให้โอกาสเรียน ก็เลยอยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านได้วางแผน มาตรการอย่างไรในการเตรียมการไม่ให้เกิดปัญหาในการรับเด็ก ไม่ว่าจะด้วย เรื่องเด็กนักเรียนที่เรียนต่อจาก ป. ๖ เข้า ม. ๑ จาก ม. ๓ เข้า ม. ๔ แล้วก็ระดับปริญญา โดยเฉพาะสถาบันราชภัฏของนักศึกษา ก็ขอถามเป็นข้อที่ ๑ กับการเตรียมการวางแผน ในปีการศึกษา ๒๕๕๖ ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ