สุขุมพงศ์ โง่นคํา หารือเรื่องการอภิปรายนายกรัฐมนตรี โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายและข้อบังคับของรัฐธรรมนูญ และเสนอให้ไม่ควรอภิปรายหรือแสดงวิสัยทัศน์ในการเลือกนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้มีโอกาสทําหน้าที่สําคัญ ในการเลือกหรือเห็นชอบนายกรัฐมนตรีมา ๓ ครั้ง พร้อมกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิก อีกประมาณ ๒๕๐ ท่านในสภาแห่งนี้ การเลือกเมื่อคราวป้ ๒๕๔๔ นับว่าเปึนประวัติศาสตร์ สําคัญ ได้มีการอภิปรายโต้เถียง โต้แย้งเหตุผลในการที่จะอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นหรือไม่ ในขณะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญกับฉบับปัจจุบันมีเนื้อหาสาระเหมือนกัน ในเรื่องนี้ กระผมขออนุญาตเห็นแย้งกับท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต่างกับป้ ๒๕๕๐ ใน ๒ เรื่องที่เปึนสาระสําคัญ กระผมไม่เห็นด้วยกับท่าน
ในเรื่องที่ ๑ ท่านบอกว่าพรรคที่เปึนรัฐบาลได้รับเลือกเมื่อป้ ๒๕๔๘ ๓๗๗ เสียง อันนั้นผมเห็นด้วยเพราะเปึนข้อเท็จจริงรู้กันอยู่ทั่วไป แต่ในคราวเลือกตั้ง ป้ ๒๕๔๔ พรรคไทยรักไทยได้เสียงข้างมากขณะนั้น ๒๔๘ เสียง ท่านก็ไม่ส่งผู้ใดลงแข่งขัน ในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ในคราวนี้พรรคพลังประชาชนมีคะแนนใกล้เคียงกับ ๒๔๘ เสียง ๒๓๓ เสียง เพราะฉะนั้นประเด็นที่ท่านเห็นว่าบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญและ การเลือกตั้งได้เสียงเด็ดขาดเหมือนป้ ๒๕๔๘ ท่านยกขึ้นมาป้ ๒๕๔๘ ป้เดียว แต่ป้ ๒๕๔๔ นั้นไม่เปึนความจริง
ประเด็นที่สอง ที่ท่านพูดว่า บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ให้เอกสิทธิ์ แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๑๒๖ ที่จะมีเอกสิทธิ์ในการเลือกบุคคลใด เปึนการเลือกลับไม่ผูกพันมติพรรคหรืออาจอยู่ภายใต้อาณัติใด ๆ ท่านประธานที่เคารพ ในบทบัญญัติมาตรา ๑๒๖ ลอกมาจากรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ อยู่ในมาตรา ๑๕๖ เนื้อความเดียวกันเหมือนกันเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ที่ท่านยกมาเมื่อสักครู่อันเดียวกัน การเลือกบุคคลนั้นกฎหมายบัญญัติให้เปึนทางลับ แต่เลือกนายกรัฐมนตรีให้เปึนเป่ดเผย และไม่ขึ้นอยู่ในอาณัติของพรรคการเมืองหรือมติพรรคการเมืองใด อันนี้กระผมเห็นว่า เรื่องดังกล่าวที่ท่านยกขึ้นมาทั้ง ๒ เรื่องนั้นคลาดเคลื่อนบ้าง กระผมเห็นว่าการเห็นชอบ ท่านนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ไม่น่าที่จะมีการอภิปรายหรือแสดงวิสัยทัศน์
ประการที่ ๑ ประชาชนได้มีการเลือกแล้วครับท่านประธาน ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม เสียงข้างมาก ๒๓๓ เสียง เสียงพรรคร่วมรัฐบาล ๓๑๕ เสียง เจตนารมณ์พี่น้องที่เลือกผู้แทนราษฎรเขต เลือกผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนเขากําลังมองอยู่ ผู้แทนราษฎรที่เขาเลือกมานั้นเขาจะเปล่งเสียงเลือกใครเปึนนายกรัฐมนตรี เปึนเจตนารมณ์ อันบริสุทธิ์ของพี่น้องประชาชนแล้วครับท่านประธาน ระหว่างที่มีการรณรงค์หาเสียงนั้น มีการแสดงวิสัยทัศน์กัน ๔๕ วัน ทั้งกลางวันและทั้งกลางคืน ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้รับทราบ รู้ดีกันมาโดยตลอดถึงคุณสมบัติ ถึงวิสัยทัศน์ ถึงนโยบายในการที่จะบริหารราชการแผ่นดิน
ประการที่ ๒ คุณสมบัติของผู้ที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีหรือที่จะมาเปึน รัฐมนตรีได้มีการตรวจสอบทุกขั้นตอนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่จะมาเปึนรัฐมนตรี หรือมาเปึนนายกรัฐมนตรีมีคุณสมบัติเหมือนกับผู้แทนราษฎร ๙๘ เปอร์เซ็นต์ ใน ๒๘ ข้อ ไม่ว่าจะเปึนคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การกระทําต้องห้าม การกระทําที่มีประโยชนขัดกัน เหมือนกันทุกข้อ ต่างกันอยู่ ๒ ข้อเท่านั้นครับ ท่านที่เปึนผู้แทนราษฎรในห้องนี้เปึน นายกรัฐมนตรีได้เกือบหมด ยกเว้น ๒ ประเภทที่เปึนไม่ได้ ๑. อายุไม่ถึง ๓๕ ป้ ๒. ไม่ได้ จบปริญญาตรี ถ้าท่านที่เปึนผู้แทนราษฎรขณะนี้มีคุณสมบัติตามที่ผมกราบเรียนแล้วเพิ่ม อีก ๒ ข้อเปึนนายกรัฐมนตรีได้หมด
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีหรือเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีมีอยู่ ๓ วิธีการตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้
๑. หลังเลือกตั้งทั่วไปแล้วจะต้องมีการเลือกเช่นเดียวกันนี้
๒. ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ลาออก ตาย หรือมีเหตุต้องออกไม่ว่ากรณีใด ก็ให้มีการเห็นชอบใหม่ ใช้วิธีนี้
๓. ในกรณีที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรหรือพรรคฝ์ายค้านจะต้องเสนอชื่อ นาย ก นาย ข ยกตัวอย่างที่เปึน ข้อเท็จจริงก็ได้ครับท่านประธาน สมมุติว่าท่านสมัครได้เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ ได้เปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ถ้าหากจะอภิปรายท่านสมัครไม่ว่ากรณีใด ในญัตตินั้นต้องระบุชื่อผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี กรณีนั้นจะไม่มีการอภิปรายหรือแสดงวิสัยทัศน์เด็ดขาดเพราะเปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรี
เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะเปึนบรรทัดฐานเดียวกัน กระผมได้มีโอกาสอภิปราย ในป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๘ ตลอดจนร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ สมัย ก็เห็นตรงกันกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนว่าการเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ไม่จําเปึนที่จะต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ใด ๆ ผมมีหลักฐานครับท่านประธาน นี่เปึน รายงานคณะกรรมการแก้ไขข้อบังคับ (คณะกรรมการพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔) ที่ท่านประธานโภคินขณะนั้นเห็นว่าข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ป้ ๒๕๔๔ มีปัญหาอยู่ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เสนอแก้ไขข้อนี้เปึน สาระสําคัญของพรรคประชาธิปัตย์ แก้ไขว่าอย่างไรครับท่านประธานครับ ขออนุญาต อ่านนิดหนึ่งครับ พรรคประชาธิปัตย์ขอแก้ไขข้อบังคับเมื่อคราวนั้น ป้ ๒๕๔๘ ว่า ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๐ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี ว่าจะสามารถอภิปรายได้หรือไม่ ดังนั้นจึงกําหนดไว้ในข้อบังคับเสียเลย ให้ชัดเจนว่าไม่สามารถอภิปรายได้ เปึนความเห็นของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย โดยขอแก้ว่า ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งให้สภา พิจารณาลงมติโดยไม่มีการอภิปราย ทุกพรรคเห็นตรงกันหมด เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่า การเลือกหรือเห็นชอบนายกรัฐมนตรีคราวนี้ไม่ควรมีการอภิปรายหรือแสดงวิสัยทัศน์ใด ๆ ขอขอบคุณท่านประธานครับ