สุวโรช พะลัง หารือเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงวุฒิภาวะในการแก้ไขปัญหา และเคารพต่อคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประชุมร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และเรียกร้องการความชัดเจนในระเบียบวาระการประชุมของรัฐสภา และยังชี้ให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ 7 ตุลาคม และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณีที่ท่านประธานได้หยิบยกในเรื่องวาระของสถานการณ์ของบ้านเมืองขึ้นมาหารือ ในสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่เมื่อวานนี้สืบเนื่องมาจนถึงวันนี้ ผมต้องถือโอกาสตรงนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เห็นถึงความสําคัญต่อเหตุการณ์ของบ้านเมือง และสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เปึนสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่จะแก้ไขปัญหาของบ้านของเมืองได้ ถ้าหากเราเห็นความสําคัญของระบบรัฐสภา ผมมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่าน ท่านประธานในเรื่องวาระหารือตรงนี้ เพื่อที่จะรวบรวมรายละเอียดส่งไปให้รัฐบาล ไปดําเนินการด้วยกันทั้งหมด ๕ ประเด็น ท่านประธานครับ
ในเรื่องที่ ๑ เราต้องยอมรับความจริงว่าบ้านเมืองที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ส่วนตัวผมไม่อยากจะไปตําหนิกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแต่เพียง ฝ์ายเดียว แต่ประเด็นแรกที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือ ๑. ต้นเหตุของปัญหา มันอยู่ที่ไหน เราต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ถามว่าใครบ้างครับอยากจะไปยึด ทําเนียบรัฐบาล ใครบ้างครับอยากจะไปยึดสนามบิน แต่สาเหตุที่มาก่อนหน้านั้น ต้องดูครับว่ารากฐานของปัญหาที่แท้จริงมาจากเรื่องอะไร วันนี้นายกรัฐมนตรี รัฐบาล ชุดนี้ต้องแสดงวุฒิภาวะของความเปึนผู้นํา วันนี้ท่านกล้าไหมล่ะครับที่จะบอกให้ อดีตนายกรัฐมนตรีหยุดโฟนอิน (Phone in) หยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองตามที่กฎหมาย เขาได้บัญญัติ เขาได้บอกเอาไว้ ตรงนี้เปึนเรื่องแรกที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ รัฐบาลชุดนี้ต้องเคารพต่อคําวินิจฉัยขององค์กรอิสระ เห็นไหมครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๗ ตุลาคม เขามีความเห็นออกมาว่าใครบ้าง ต้องรับผิดชอบ แต่ท่านประธานเห็นไหมครับ นายกรัฐมนตรีก็ดี หรือรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล ชุดดังกล่าวนั้นก็ดี แสดงความรับผิดชอบบ้างหรือไม่ นี่คือประเด็นที่ ๒
เรื่องที่ ๓ วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเรานี่ครับต้องมี ความชัดเจน ผมถามท่านประธานครับว่าการประชุมเมื่อวันที่ ๒๔ การประชุมร่วมกัน ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่มันไม่สามารถดําเนินการไปได้เพราะอะไรครับ ต้องยอมรับความเปึนจริงครับว่าระเบียบวาระการประชุมของรัฐสภานั้น ระเบียบวาระด่วนที่ ๑ ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่าไปแตะสิครับ อย่าไปยุ่งสิครับ และท่านประธานซึ่งเปึน ประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติต้องพูดให้ชัดว่าเรื่องดังกล่าวนี้ถ้าเข้าสู่การประชุมของรัฐสภา แล้วเราสามารถที่จะเลื่อนเรื่องอื่นขึ้นมาได้ เรื่องนี้ผมเห็นว่าไม่สมควรที่จะหยิบยกขึ้นมา พิจารณาในการประชุมในวันที่ ๒๔ เรื่องก็จบครับ แต่สิ่งดังกล่าวเหล่านี้ไม่เคยได้ยินมาเลย เพราะฉะนั้นไปห้ามเขาไม่ได้ครับว่าเขามีสิทธิที่จะเคลือบแคลงสงสัยการทํางาน ของพวกเราครับ นี่ก็คือในเรื่องที่ ๓
เรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ เรื่องการแถลงผลการประชุมของคณะทํางาน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นของ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เมื่อวานนี้ครับ ผมเอง โดยส่วนตัวนี้ผมไม่เห็นด้วยในเรื่องของการยุบสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าในขณะเดียวกัน ก็ต้องเห็นใจครับว่าสิ่งที่ ผบ.ทบ. ได้แถลงเมื่อวานนี้ไม่ใช่เปึนความเห็นส่วนตัวของท่าน แต่เปึนผลจากการประชุมหารือของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนภาครัฐ ภาคเอกชน ส่วนราชการทั้งหมดเขามีความเห็นออกมาในลักษณะอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อมีความเห็น ออกมาประเด็นหนึ่งก็คือการยุบสภาผู้แทนราษฎร ผมว่าพวกเราถึงแม้ไม่ได้เปึนต้นเหตุ ของปัญหา แต่เมื่อมันเปึนทางออกทางหนึ่งถ้าหากยุบไปแล้วมันทําให้บ้านเมืองกลับสู่ สภาวะปกติได้เราก็ต้องยอมครับ แต่ถ้าเราไม่มั่นใจในเรื่องดังกล่าวนั้นเราก็มีสิทธิที่จะ แสดงความคิดเห็นตรงนี้ ผมอยากจะให้พวกเราเป่ดใจให้กว้าง อยากจะให้ท่านประธาน บอกรัฐบาลว่าเอาแง่มุมต่าง ๆ ของทุกภาคส่วนของภาคเอกชน ของปลัดกระทรวง อธิบดี ของนายทัพนายกองต่าง ๆ ที่แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมเมื่อวานนี้มาแยกย่อยลงมา เพราะทุกอย่างมีส่วนดีทั้งสิ้นถ้าเรารู้จักแยกย่อยเอาปัญหามา
เรื่องที่ ๕ ก็คือตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านประธานครับ เกิดเหตุการณ์ ไม่ดีของบ้านของเมืองมาหลายครั้ง ๗ ตุลาคมคนตาย มีคนเสียชีวิตเราจะประชุม สภาผู้แทนราษฎรกันได้อย่างไร ถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดตรงนั้นใครต้องรับผิดชอบ ใครล่ะครับ ที่กุมกลไกอํานาจรัฐในวันนี้ต้องยอมรับครับว่านายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถามว่าถึงวันนี้คนตายคนเจ็บไปเคยได้ยินคําว่า ขอแสดงความเสียใจ จากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนี้มีบ้างไหม ไม่เคยมีเลย สิ่งดังกล่าวเหล่านี้ที่มันต้องบอกให้เห็นครับว่าวุฒิภาวะของ ความเปึนผู้นําของรัฐบาลมันต้องมี การลาออก ถ้าสภาผู้แทนราษฎรยังอยู่ก็ต้องทําครับ เพื่อรักษาสภาผู้แทนราษฎรนี้เอาไว้ เพราะสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มีความผิด แต่ถ้าท่าน ยังดื้อรั้นไปนะครับถึงเวลาจุดหนึ่งท่านบอกว่าจะยุบสภาผู้แทนราษฎรผมกลัวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นมันจะสายเกินไป