ผุสดี ตามไท สนทนาถึงปัญหาความแตกแยก ความสุดโต่ง และการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจอย่างชอบธรรมในการบริหารจัดการสถานการณ์ และขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยหยุดยั้งความแตกแยก
ขอบพระคุณท่านประธานคะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบ สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันอยากจะขออนุญาตเสนอแนะแล้วก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานด้วยความซื่อสัตย์ต่อตัวเองและซื่อสัตย์ต่อผู้อื่น แล้วก็อยาก จะบอกอย่างนี้ค่ะว่า ถ้านึกถึงสถานการณ์ในวันนี้นะคะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่สะท้อนออกมา ให้พวกเราเห็นทุกคนนั้นก็คือความแตกแยก ความสุดโต่ง การใช้ความรุนแรงเข้าแก้ไข ปัญหาซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายรัฐหรือฝ์ายประชาชนหรือใครก็แล้วแต่ ทีนี้ต้องถามว่า สิ่งที่สะท้อนออกมาอีกอย่างหนึ่งคืออะไรคะท่านประธาน ก็คือเรื่องของการที่รัฐบาลนั้น ไม่ได้ใช้อํานาจอย่างชอบธรรมในการที่จะบริหารจัดการสถานการณ์ให้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย เมื่อสถานการณ์เปึนอย่างนี้ ดิฉันก็ต้องถามเลยนะคะว่า ถามด้วยความจริงใจ บทบาท ของสภาผู้แทนราษฎร บทบาทของสมาชิกเองนั้นเปึนอย่างไร เปึนตัวช่วยเร่งให้เกิดความ แตกแยกหรือเปึนตัวช่วยชะลอหรือแม้แต่จะหยุดยั้งเรื่องของความแตกแยก เท่าที่ดิฉันนั่งอยู่ แล้วก็รู้สึก แม้จะรู้สึกและสัมผัสได้ถึงบทบาทของเพื่อนสมาชิก หลายคนทีเดียว ที่ทํางานด้วยความหนักนะคะ ทํางานหนักมาก แต่กระนั้นก็ตามดิฉันก็ยังมองเห็นว่า เช่น ทีท่าของการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๆ ที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ป้ ๒๕๕๐ ได้ผ่านความเห็นชอบของคนถึง ๑๔.๗ ล้านคนซึ่งเปึน เสียงข้างมาก ยังไม่ทันจะถึง ๑ ป้เร่งแก้ไข แม้จะมีสิทธิในการแก้ไข แต่ว่าต้องนึกถึง กาลเทศะ นึกถึงจิตใจ นึกถึงความเห็นของคนอื่นเขาด้วย ตรงนี้ล่ะค่ะเปึนจุดเริ่มต้นเลย จริง ๆ ดิฉันว่านะคะไปเร่งทําให้คน แม้จะเปึนส่วนเท่าไรก็แล้วแต่ที่เขาคิดว่ามันยังไม่ใช่ เปึนเรื่องที่จะต้องเร่งรีบทํา มีเรื่องอีกหลายเรื่องที่ต้องทํานะคะ ในอีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันสัมผัส ได้ก็คือว่าทีท่าของสภาที่บังเอิญสะท้อนว่าไม่ได้สนับสนุนถึงการทํางานขององค์กรอิสระ เลย เช่น การคว่ําร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ดิฉันไม่มั่นใจเหมือนกันว่าสิ่งเหล่านี้ล่ะค่ะช่วยทําให้คนข้างนอกที่เขา เฝัามองเราอยู่นั้นเขาคิดอย่างไร ดิฉันต้องยอมรับว่าส่วนดีก็มีเยอะ แต่ส่วนที่เราจะประทัง หยุดยั้งได้เราก็ไม่ได้กระทําเต็มสมบูรณ์ เมื่อเปึนอย่างนี้ถามว่าวันนี้จะทําอย่างไรคะ ดิฉัน ต้องขอบคุณท่าน ผบ.ทบ. ที่ไม่ลากรถถังออกมา พูดตามความจริง ท่านประธานคะ คือ วันนี้ดิฉันเห็นว่าใครทุกคนมีสิทธิจะรักประเทศไทย ใครทุกกลุ่มมีสิทธิที่จะเสนอแนะ ดิฉัน ไม่อาจเอื้อมที่จะไปตําหนิท่าน แต่จะยอมรับฟังด้วยความจริงใจ แล้วที่จริงแล้วท่านก็ไม่ได้ เสนอ หรือท่านก็ไม่ใช่คนเดียวนะคะ เปึนการประชุมร่วมกันด้วยซ้ําไปของอีกหลายคน ซึ่งมติของที่ประชุมก็แก้ไขปัญหาโดยยึดหลักของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข ไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ส่วนหนึ่งใช่ค่ะที่ขอให้นายกรัฐมนตรีนั้น ได้พินิจพิจารณายุบสภา แล้วจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด แล้วก็ยังมีมติร่วมกันอีกด้วยว่า ให้กลุ่มพันธมิตรนั้นออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งให้ยุติการชุมนุมในทุกพื้นที่ ดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อจะพูดกันก็ต้องพูดกันให้จบ ให้ครบนะคะ ไม่ใช่แต่เพียงอย่างนั้น อย่างเดียว การยุบสภาดิฉันเข้าใจว่าเช่นเดียวกันกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยเสนอกันไป ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งก็บอกว่ามันเปึนวิถีทางประชาธิปไตยที่เป่ดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นได้ หากเราไม่ได้ทําอะไรเลย อยู่เฉย ๆ มันไม่มีความเปลี่ยนแปลงแน่นอน ท่านประธานคะ ท่านเลือกจะไม่ยุบ ทําอย่างอื่นได้ไหมคะ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องลุกขึ้นรีบแสดง ความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องเร่งรีบ ให้หน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องนั้นได้ไปลุกขึ้นดําเนินการเสียให้เปึนลําดับขั้น ไม่ว่า จะเปึนเรื่องอะไรทั้งสิ้น นายกรัฐมนตรีทําได้ไหมคะ สั่งยุติให้การใช้กําลัง การใช้อาวุธ และ การใช้ความรุนแรงอย่างน้อยที่สุดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประการ และท้ายที่สุดยังทําได้ ไหมคะ ต้องขออนุญาตที่พูด อาจจะพาดพิง มีผู้ที่รายงานอยู่ในหนังสือพิมพ์บอกว่า จริง ๆ ขึ้นอยู่กับคนคนเดียวเท่านั้นเอง ก็คืออดีตนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ทําได้ไหมคะ ช่วยเจรจากับท่านหน่อยว่าเลือกเถอะค่ะ โฟน อิน (Phone in) เลิกเถอะค่ะ ที่จะต้องให้ข่าวอยู่ต่างประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีทําได้ไหมคะที่จะต้องทําหน้าที่ปกปัอง เกียรติภูมิของประเทศและยืนยันว่าประเทศไทยนั้นยังคงมีกระบวนการยุติธรรม ที่เชื่อถือได้และเรายังมีที่ยืนอยู่ในโลก ดิฉันคิดว่าถ้าหากเลือกไม่ยุบสภาก็มีทางเลือกอื่น ทําได้ไหมคะ ขอบพระคุณค่ะ