นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ หารือเรื่องการยุบสภาและความเสี่ยงของการรัฐประหาร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ ความจริงประเด็นปัญหาที่พูดคุยกัน ความจริงไม่น่าจะต้องเอาเข้ามา คุยกันในสภาด้วยซ้ําไป แต่ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่เป่ดโอกาสแล้วก็แสดง ความใจกว้างเพราะมีสมาชิกได้หยิบยกปัญหาขึ้นมา ผมคิดว่าพวกเราวิตกกังวล กันมากเกินไป ปัญหาการยุบสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมคนหนึ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาว มามาก จากการปฏิวัติ การปฏิรูป อยู่สภาอยู่ ๓ เดือน ก็ถูกยุบนะครับ แล้วก็มีการ ยุบสภา สาเหตุของการยุบสภาที่ผ่านมานั้นไม่ได้เกิดจากสภาเลย ไม่ได้เกิดจากความผิด ของสภาผู้แทนราษฎรเลย ไม่ได้มีปัญหาจากสภาไปทําให้เกิดการยุบสภา เพราะฉะนั้น ตรงนี้เปึนประเด็นหนึ่งที่เราจะต้องศึกษาประวัติศาสตร์ แต่วันนี้การที่ท่านผู้บัญชาการ ทหารบก พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และคณะ ได้มาแถลง จนทําให้เกิดต้องมาพูด มาวิพากษ์วิจารณ์กันในที่นี้ ผมคิดว่าพวกเราในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชน มาจากการ เลือกตั้งของพี่น้องประชาชน เราต้องยอมรับว่าทหารก็เปึนประชาชนคนหนึ่ง ข้าราชการ ก็เปึนประชาชนคนหนึ่ง มีสิทธิมีเสียงในการที่จะออกเสียงในการลงคะแนนให้เรา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อท่านประธานเป่ดโอกาสอย่างนี้ ก็ได้ฟังความคิดเห็นของสมาชิก หลายท่านที่เปึนประโยชน์ หลายท่านถึงแม้จะเปึน ส.ส. ใหม่ก็ตามก็ให้ความคิดเห็นที่ดี ว่าเราต้องคํานึงถึงประเทศชาติเปึนสําคัญ อย่าถือทิฐิ ในทางการเมืองนั้นเราคงจะทราบดี ท่านประธานก็อยู่มาหลายสมัย ถ้าเราละทิ้งเรื่องความเปึนพรรค ถ้ายึดถึงประโยชน์ของ ประเทศชาติจริง ๆ แล้ว ผมคิดว่าการทํางานทางการเมืองคงจะราบรื่นดีกว่านี้อีกมาก แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงนี้ทําไมผู้บัญชาการทหารบกถึงออกมาแสดงความคิดเห็น เราต้อง ยอมรับความจริงว่าเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้ในประเทศไทยของเรานั้น ไม่เคยปรากฏมาก่อน ระหว่างที่มีระเบิดหรือมีการฆ่ากันตายใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เราได้ถูกถามอยู่ตลอดเวลาว่าบ้านเมืองของเราไม่สงบ มีปัญหาฆ่าแกงกันทุกวัน เราก็พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคําว่าอยู่แค่ ๓ จังหวัด ไม่ลามมาที่อื่น แต่ขณะนี้เหตุการณ์ ฆ่ากันรายวัน ระเบิดกลางเมืองหลวง ท่านประธานคิดดูนะครับ กองทัพบกอยู่ตรงนั้น ทําเนียบรัฐบาล กองทัพภาคที่ ๑ กองพลที่ ๑ กองบัญชาการตํารวจนครบาล ระเบิดกัน ตายได้เกือบทุกวัน แล้วถามว่าเหตุจากการระเบิดนั้นผู้ที่มาระเบิดนั้นจับได้ไหม ได้ดําเนินการไปอย่างไรบ้าง รัฐบาลรู้ร้อนรู้หนาวบ้างไหม ไม่เคยแถลงเลย รัฐบาลไม่แถลง จริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นปัญหาอย่างนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบโดยตรง ด้วยซ้ําไป การระเบิดในเมืองหลวงนี่นะครับท่านประธาน สร้างความเสียหายให้กับ ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง กลางเมืองนะครับ ใครจะมาต่อไป การจะมาทําธุรกิจ ในเมืองความปลอดภัยไม่มี จะมาท่องเที่ยวไม่มี ประเทศชาติเราจบสิ้นแล้ว แต่ปัญหานี้ เปึนปัญหาใหญ่ของประเทศ และซ้ําร้ายเมื่อวานนี้มีการยึดสนามบินอีก ซึ่งไม่เคยปรากฏ ขึ้นในประเทศไทยเรา ความเสียหายต่อวันเท่าไร ถ้าขืนเปึนอยู่ ๒ วัน ๓ วัน เกิดขึ้นอย่างไร นี่เปึนเรื่องที่รัฐบาลต้องแก้ แต่คณะบุคคลที่เขามาผมฟังดูอยู่ เขามาแถลงถึงว่าเขาก็วิตก กังวลเหมือนกับพวกเรา แต่อย่าลืมว่าทหาร เขาก็มีขอบเขตหน้าที่ตามกฎหมายที่จะทําได้ มากน้อยแค่ไหน ท่านประธานเองท่านก็เปึนทหารท่านก็รู้ดี การรักษาความสงบภายใน เปึนเรื่องของตํารวจอย่างไร ขอบเขตกฎหมายเขากําหนดไว้ชัด เพราะฉะนั้นภารกิจตรงนี้ เราต้องแยกแยะให้ชัดเจนเหมือนกันว่าเปึนความเห็นส่วนหนึ่งที่เกิดความห่วงใย ความวิตกกังวลต่อบ้านเมือง ที่จะเกิดสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นไปอีกกว่านี้ ซึ่งไม่ควร จะเกิดแล้ว แค่นี้ก็สาหัสหนักหนาแล้วสําหรับประเทศไทย ในชีวิตนี้ผมก็เพิ่งเห็นนี่ล่ะครับ ประเทศไทย เกิดวิกฤติอย่างนี้ขึ้นมาในเรื่องความเลวร้าย คนไทยมาฆ่ากันเองโดยไม่ได้ รู้จักมักจี่ ไม่มีเรื่องโกธรแค้นกันเลย ทํากันได้อย่างไรลงคอ เราอยู่ในเมืองพุทธ แต่อย่างไร ก็ตามปัญหาอย่างนี้ผมคิดว่าพวกเราวิตก ถ้าท่านผู้บัญชาการทหารบกจะเสนอแนะ ความเห็นว่าทางออกไม่มีทางอื่น ท่านก็บอกว่าท่านไม่ปฏิวัติ ยืนยันเด็ดขาด อันนี้เรา ก็ต้องชมท่านนะครับ ว่าท่านเปึนทหารที่คุมกําลังอยู่ท่านบอกว่าท่านไม่ปฏิวัติ แต่ท่าน เสนอว่าเมื่อทางออกไม่มีก็เปึนทางออกทางหนึ่งถ้ายุบสภาคืนสิทธิให้กับประชาชน ท่านพูดมานายกรัฐมนตรีก็เปึนสิทธิของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาถึงความเหมาะสม ของสถานการณ์ อย่างที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่าการยุบสภานั้นไม่เคยมีเหตุเกิดจาก สภาผู้แทนราษฎรเราเลย สภาผู้แทนราษฎรเราทําผิดหรือเปล่าไม่เคยเลย เช็คดูสิครับ นายกรัฐมนตรีแต่ละท่านมา บางทีรับปากกับสภาผู้แทนราษฎรว่าจะลาออก อยู่ ๆ ก็ยุบสภาก็มี เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเปึนเรื่องความเห็นและทุกคนผมว่ามีความเห็น ได้เสนอแนะทางออก ขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหา ปัญหาที่เลวร้ายที่สุดในรอบ ๑๐๐ ป้ ที่พวกเราเกิดมา แล้วทําไมทุกคนมาแสดงความเห็นหาทางออกให้ เราจะต้องไปตีโพย ตีพายโดยประณาม ผมว่าเราต้องเคารพสิทธิของทุกคน ผมเปึนคนหนึ่งที่เคารพสิทธิของ สมาชิกทุกท่านในการแสดงความเห็นในที่ประชุมแห่งนี้ แต่อย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าเรามา ช่วยกัน สภาแห่งนี้เรามาจากตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ น่าจะมาช่วยกันแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนว่าสถานการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นแล้ว เราจะหาทางออกให้รัฐบาล อย่างไรบ้าง เราจะมาประชุมกันหาทางออกอย่างไร ผมคิดว่าเรามาร่วมมือกัน อย่าคิดว่า ขณะนี้เรามีฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เราเอาความจริงใจและเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เอาความผาสุกเอาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเปึนหลักเปึนที่ตั้ง แล้วเรามาคุยกัน ผมว่าอย่างนั้นดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ใจกว้างเป่ดโอกาสให้เรามาได้พูดคุยกัน แต่ผมอยากจะฝากว่าเราต้องยอมรับความ คิดเห็นของแต่ละท่าน อย่าไปประณามกันเลยครับ อย่างตอนนี้เราต้องการความสามัคคี ในชาติ เราไม่อยากเห็นความแตกแยกที่มากกว่านี้อีกแล้วครับ ขณะนี้ผมขอเรียนตรง ๆ ว่าเสื้อสีเหลืองผมก็ไม่กล้าใส่ ผมมีเสื้อสีแดงผมก็ไม่กล้าใส่ มันอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของผมล่ะครับ ๗ วัน ผมเคยใส่เสื้อวันละสี เดี๋ยวนี้ผมใส่ ไม่ได้ครับ