สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการแสดงความคิดเห็นของบุคคลที่อาจไม่ตรงกับฝ่ายนิติบัญญัติ และเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และหาทางออกในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมค่อนข้าง แปลกใจนะครับที่สภาผู้แทนราษฎรได้หยิบยกเอาวาระนี้มาพูดกัน ไม่เข้าใจว่านี่เปึน ปฏิกิริยาที่ตอบโต้ต่อผู้บัญชาการทหารบกหรืออย่างไร ทั้ง ๆ ที่ข้อเรียกร้องการ ยุบสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายก็เปึนข้อเรียกร้องปกติที่มีกันมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะในโพลล์ (Poll) ทั้งหลายที่ปรากฏก่อนหน้านี้ หรือฝ์ายนักวิชาการต่าง ๆ ยกขึ้นมาพูดเรื่องนี้กัน ก็ตาม แต่ผมมองว่าการพูดจาแสดงความเห็นของเราวันนี้มันพิสูจน์เหมือนกันครับ คําพูด ที่บอกว่านักเลือกตั้งคิดแค่การเลือกตั้งครั้งหน้า แต่คนเปึนนักการเมืองที่คิดถึง ประเทศชาติ ประชาชน มันต้องคิดถึงสถานการณ์ที่ใหญ่กว่านั้น และต้องพร้อมที่จะต้อง เสียสละไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าสภาไม่ควรจะ หยิบยกปฏิกิริยาที่มีต่อบุคคลบางคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นที่อาจไม่ตรงกับเราและ หยิบฉวยโอกาสนี้ไปพาดพิง ไปโจมตีเขา หรือเสนอแนวคิดต่าง ๆ ซึ่งเขาไม่มีโอกาส มาชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ ซึ่งผมเห็นว่ามันไม่ยุติธรรมต่อเขา ความจริงสภาผู้แทนราษฎร นี้ควรจะหยิบยกปัญหาของประเทศชาติครับ วันนี้ท่านประธานต้องยอมรับว่าเวลานี้ไม่ใช่ เวลาที่พวกเราในสภาผู้แทนราษฎรนี้จะมาชี้หน้ากล่าวหาใครว่าคนนั้นถูก คนนี้ผิด คนนั้น คิดไม่ตรงกับเราเปึนความคิดที่ไม่ถูกต้อง แต่ใครคิดตรงกับเราไม่ว่าเขาทําผิดอย่างไร ก็ตาม และเราคิดว่ามันถูกต้อง แต่ผมคิดว่าชีวิตของคนเปึนเรื่องสําคัญ วันนี้เราปฏิเสธ ความจริงไม่ได้หรอกครับ นับตั้งแต่คืนนี้เปึนต้นไปใครจะทราบ สิ่งที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว ก่อนหน้านี้มีคนบาดเจ็บล้มตายไปเท่าไรเราเคยรู้สึกไหมครับ ทําไมมีการหยิบยกวันที่ ๗ ตุลาคม ขึ้นมาพูด ขณะที่บางฝ์ายพูดถึงวันที่ ๗ ตุลาคม เพียงเพราะว่าตัวเองถูกขัง ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่คิดถึงคนบาดเจ็บ คนล้มตาย คนที่เปึนพ่อที่ต้องสูญเสียลูกสาว ไม่คิดครับ แต่วันนี้เราต้องคิดถึงคนบาดเจ็บล้มตาย ไม่ว่าเขาสวมเสื้อสีอะไรก็ตาม แต่วันนี้มันไม่ควรเกิด ท่านประธานก็ทราบครับ คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น ข่าวคราวที่เราได้รับ กันทุกคน วันนี้มีคนในอํานาจรัฐปลุกคนอีกฝ์ายหนึ่งขึ้นมา แล้วคืนนี้จะมีคนผสมโรง ฉวยโอกาสกัน และอาจจะมีกําลังเจ้าหน้าที่ก็ผสมโรงฉวยโอกาสเข้าไปด้วย อาจมีการ สลายการชุมนุม ผมถามครับว่าประเทศไทย ณ วันนี้มันควรจะปล่อยให้เกิดการสูญเสีย บาดเจ็บล้มตายกันถึงขนาดนี้หรือครับ นี่คือสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรนี้ควรหยิบยกขึ้นมาพูด และหาทางออกในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง พวกเราพูดอย่างนี้ท่านก็โจมตีหาว่า เราอยู่อีกฝ์ายหนึ่ง แต่ท่านประธานจะเห็นว่าจุดยืนของเราตลอดมาของพรรคประชาธิปัตย์ ของฝ์ายค้าน คือการอยากเห็นประเทศสงบสุขแล้วเดินไปข้างหน้า แต่วันนี้ต้องยอมรับ คนถูกปลุกให้มีการคิดแตกแยกกัน เบื้องล่างขัดแย้งถึงรากหญ้า เบื้องบนมีการพาดพิงถึง สถาบันชั้นสูง เมืองไทยมันไม่เกิดภาวการณ์อย่างนี้ มันไม่เคยเกิดรุนแรงขนาดนี้มาก่อน ต้องกลับมา ถามตัวเองครับ เรามีส่วนที่จะทําให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้น หรือเรามีส่วนที่จะทําให้ เหตุการณ์มันเบาลง ความคิดครับที่สําคัญ ถ้าเรารู้ เราตระหนักว่าวันนี้จะเกิดเหตุการณ์ ความรุนแรงขึ้น สภาต้องพูดถึงเรื่องนี้ ความคิดเห็นที่ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอ พูดคุยกับรักษาการรองนายกรัฐมนตรี ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภารับทราบ ฝ์ายพันธมิตรมีการติดต่อกันไป เปึนโอกาสของการเจรจา การยุบสภาที่เปึนแนวคิดของท่านผู้บัญชาการทหารบกเปึนเพียงแค่แนวคิดหนึ่งที่เขา เสนอขึ้นมาในฐานะเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องคิดครับ เราไม่อาจคิดในกรอบของ นักเลือกตั้งที่กังวลเฉพาะตําแหน่ง อํานาจหน้าที่ของตัวเอง ถ้าแลกกับชีวิตคนนี่ผมว่าการ ยุบสภาหรือลาออก หรือไม่ได้ทําหน้าที่ มันถือว่าเปึนเรื่องที่มันสําคัญน้อยมากนะครับ กับการรักษาชีวิตคนเอาไว้ วันนี้ต้องช่วยกันคิดนะครับว่าเราทําอย่างไรจะหยุดยั้ง เหตุการณ์ที่กําลังจะเกิดความรุนแรงและยกระดับสถานการณ์ของคืนนี้กลายเปึนคืนที่ อาจจะมีการนองเลือดเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ไทยได้ ผมรู้ครับงานนี้มีหลายคนจ้องรอ เหตุการณ์อยู่ รวมทั้งคนที่พยายามแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง แต่ใจคิดอีกอย่างหนึ่ง เพื่อจะหยิบฉวยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้เปึนประโยชน์กับตัวเอง สิ่งที่ผมกลัวที่สุดครับ มีคนพยายามจะจ้องสร้างเงื่อนไขเพื่อนําไปสู่การล้มประชาธิปไตยแล้วตนเองจะได้ ประโยชน์จากการล้มประชาธิปไตยนั้นเพียงเพราะคิดถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ผมบอกเลย ครับมันไม่คุ้มเลยครับ ชีวิตคนไทยมันไม่ควรจะสูญเสียมาสังเวยอํานาจ สภาต้องพูดกัน เรื่องนี้ และผมเรียนท่านประธานเลยครับว่าเราพูดกันเอง เราเข้าใจกันเอง ประชาชน เขาไม่ทราบหรอกครับ เพียงแต่ถามตัวเองเท่านั้นเองว่า ถามมโนธรรมสํานึกครับว่าสิ่งที่ เราพูดทั้งหลายมันตรงกับใจไหม แล้วมันควรจะเปึนสิ่งที่นําไปสู่การแก้ไขปัญหา ให้บ้านเมือง หรือเพียงแต่เติมความรุนแรงให้บ้านเมืองให้เกิดขึ้นเพียงเพราะเราไม่ถูกใจ กับคนที่คิดไม่ตรงกับเรา หัวใจประชาธิปไตยคือการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง นะครับ สภาต้องทบทวนและกลับมาคิดถึงเรื่องนี้ และอย่าไปโกรธคนอื่นเลยครับ โกรธตัวเองดีกว่าถ้าไม่ได้เสนอทางออกที่ดีให้กับบ้านเมือง